งานด้านการศาสนาในอดีต

        ในวัยเด็กขณะกำลังศึกษาเล่าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เจ็บป่วยครั้งใหญ่ในชีวิต ออกจากวัดนครสวรรค์ มาอยู่อำเภอหนองบัวจนอายุครบบวช 20 ปี ก็ไม่ได้บวชเรียนในพระพุทธศาสนาแต่มีศรัทธายึดมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง ชักชวนราษฎรสร้างวัดวาอารามหลายแห่ง เช่น วัดหนองดู่ วัดสวนบัวล่วง วัดปากดงพัฒนาวัดเทพสุธาวาส

       ขอนำเรื่องการพัฒนาวัดเพทสุธาวาสมากล่าว  2 วาระสำคัญ

       วาระที่ 1  สมัยนายอำเภออรุณ  วิไลรัตน์ ร่วมนำประชาชนสร้างสิ่งก่อสร้างเสร็จในวันเดียว คือ

                 1.  กุฏิ  4 หลัง

                 2.  หอสวดมนต์  1 หลัง

                 3.  หอระฆัง  1 หลัง

        โดยปักเสา ปูพื้น ตีฝา มุงหลังคา สำเร็จแล้วจัดฉลองเจริญพุทธมนต์ในวันเดียวกัน แบ่งชาวบ้านหมู่ละ 1 หลัง อุปกรณ์ท่านพระเทพสิทธินายกเตรียมมาจากจังหวัดนครสวรรค์

        สำหรับหอสวดมนต์นั้นแบ่งให้หมู่ที่  7 ตำบลหนองบัวมาช่วยสร้าง

           วาระที่ 2  สมัยนายอำเภอสมหมาย  ฉัตรทอง มาดำรงตำแหน่งใหม่ทราบว่าวัดเป็นหนี้ค้างค่าวัสดุอุปกรณ์ค่าแรงสร้างโบสถ์วัดเทพสุธาวาสอยู่จำนวน 450,000 บาท จนปัญญาจะหาเงินใช้หนี้ ขอความคิดเห็นจากนายอำเภอสมหมาย นายอำเภอฯ แนะนำให้ทอดผ้าป่า 500 กอง ๆ ละ 500 บาท ได้เงินเกือบ 5 แสนบาท ได้เงินเกินเป้าเหลือใช้หนี้แล้วยังก่อสร้างเพิ่มเติมต่อไปได้อีกทั้งนี้กำนันเทียนได้บอกบุญไปยังพวกหมู่ที่เป็นเพื่อนฝูงกัน จนสำเร็จตามเป้าหมาย สมองคิดได้ ถ้ามือแขนไม่ทำงานก็ไม่สำเร็จ แต่งานนี้มีมือมีแขนที่ดีพร้อมที่จะทำงาน งานจึงสำเร็จเกินความคาดหมาย

            ด้านศาสนาอื่นโดยเฉพาะเมื่อมีการก่อสร้างโรงพยาบาลคริสเตียนขึ้นในปี พ.ศ.2506 ในพื้นที่ ตำบลหนองกลับ ทางคริสจักรได้ทำการเผยแพร่ศาสนาในตำบลก็มิได้ขัดขวางมีคนเข้ารีตไม่มากนัก

งานด้านสาธารณสุขในอดีต

         ดังได้กล่าวถึงงานสาธารณสุขว่าก่อนที่จะก่อกำเนิดโรงพยาบาลคริสเตียนขึ้นในอำเภอหนองบัวในปี
พ.ศ.2506 นั้น การสาธารณสุขแย่เอามาก ๆ หมอแผนโบราณประเภท ยาหม้อ ยาต้ม ยาทา หมอน้ำมัน หมอน้ำมนต์ยังหาน้ำกินได้สบาย หมอเถื่อนฉีดยาได้เป็นสุดยอด ผู้รอดชีวิตเพราะหมอเถื่อนฉีดยาให้หายก็มากมายหรือตายไปก็ไม่ใช่น้อย เราจะกล่าวร้ายหมอเถื่อนว่าไม่ดีก็ไม่ได้ แต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือกฎหมายกำหนดห้าม  ถึงกระนั้นหมอปริญญาหรือหมอที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ลืมเครื่องมือไว้ในท้องคนไข้หรือฉีดยาแล้วเป็นเหตุให้คนไข้ตายปรากฏให้มีเป็นข่าวอยู่  บ่อย ๆ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับหมอเถื่อนไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้สัก 2-3 เรื่อง ดังนี้

        -  นายเพ็ง ฉ่ำน้อย ชอบฉีดยาและรับฉีดยารักษาคนไข้เมื่อเมียแกป่วยฉีดยารักษาเองจนอาการหนักรักษาไม่ไหวพาไปรักษาโรงพยาบาลคริสเตียน  สุดมือหมอจึงตายไป

         -  อาจารย์เภา เคยบวชเป็นพระหลายพรรษา แล้วสึกออกไปคนเรียกว่าอาจารย์เภา เพราะบวชมานาน นิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน ชอบขี่มอเตอไซด์เก่า ตำรวจจราจรเรียกตรวจมอเตอร์ไซด์ไม่ถูกต้อง ผิดกฎจราจรตำรวจจะจับก็อ้อนวอนเสียงอ่อนว่า นาย ๆ ๆ จะเอาอะไรกันนักหนาเล่า”  ตำรวจใจอ่อนสงสานไม่จับ เป็นหมอเถื่อนรับฉีดยา คนป่วยรักษาไม่หายอาการหนักหามเข้าโรงพยาบาลคริสเตียน แกตามไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลเอาเข็มฉีดยาติดมือไป เอาผ้าพันปกปิดไว้ ไม่ให้หมอเห็น ทำประหนึ่งไปเยี่ยมไข้ จับตัวคนไข้พลิกเปิดสะโพก แล้วฉีดยาเพิ่มให้อีกหนึ่งเข็ม เป็นเข็มที่เก้า หมอมองหน้าด้วยความตกใจไม่รู้ว่าจะอย่างไรดี แล้วแกก็รีบเดินหนีออกมาคนเจ็บก็หายปลอดภัยดี ไม่รู้ว่าหายเพราะหมอคนไหน

         -  หมอดวน อาสารักษา ไม่เคยเรียนมาเรียนสอบแพทย์แผนโบราณได้หลังจากสึกออกมาจากพระมาเปิดร้านขายยาในตลาดหนองบัวแอบฉีดยารักษาแผนปัจจุบัน จนสามารถส่งลูกเรียนจบปริญญาแพทย์แผนปัจจุบันได้

           ท่านกำนันเทียนเป็นบุคคลสำคัญในการช่วยเหลือนายอำเภออรุณในการหาที่ดิน แลกเปลี่ยนสร้างโรงพยาบาลคริสเตียน เพราะโรงพยาบาลฯที่จะสร้างนี้อยู่ในพื้นที่ตำบลหนองกลับ จึงต้องย้ายบ้านประชาชนที่มีอยู่ในพื้นที่ออกไป เช่น บ้านนายเชาว์ พูดดีบิดานายชิด พูดดี และอีกหลาย ๆ คน การเจรจาขอที่ดินแลกเปลี่ยนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

งานด้านการพัฒนาถนน และแหล่งน้ำในอดีต

        ได้ให้ความร่วมมือกับนายอำเภอทุกคนในการพัฒนาถนน แหล่งน้ำในหมู่บ้าน ตำบลหนองกลับมีให้เห็นปรากฏเป็นหลักฐานในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าส่วนใหญ่เกิดมีและพัฒนาให้ดีขึ้นในยุคสมัยของท่านกำนันเทียม ท้วมเทศ ไม่ว่าการขยายถนนในหมู่บ้าน หรือตัดถนนใหม่รวมทั้งการขุดสระน้ำ

        โดยเฉพาะเครื่องมือทุ่นแรงรถแทรกเตอร์ดี 8 ที่ใช้ในการพัฒนา กำนันเทียนร่วมกับ นายอำเภออรุณ
ชักชวนราษฎรบริจาคเงินทุกหมู่บ้านในตำบลหนองกลับสมทบกันทั้งอำเภอได้เงินซื้อรถแทรกเตอร์ฯ เมื่อปี พ.ศ.2503 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 700,000 บาท และในปี พ.ศ.2526 ได้ร่วมมือกับนายอำเภอสมหมายจัดมวยการกุศล หาเงินจัดซื้อรถแทรกเตอร์ที่ขายทอดตลาดไปได้เงิน 70,000 บาท ซื้อคืนมาในราคา35,000 บาท ที่เหลือเป็นทุนดำเนินการสร้างอนุสาวรีย์ต่อมา

         ที่ประทับใจและภาพติดตาไม่มีวันลืมนั้นคือ ร่วมกับนายอำเภอสมหมายและพระนิภากรโสภณ ขยายถนนในหมู่บ้านตำบลหนองกลับโดยขอความร่วมมือจากบริษัทไทยพิพัฒน์ ผู้รับเหมาก่อสร้างเส้นทาง หนองบัว ชุมแสง ในปี พ.ศ.2526 โดยบริษัทนำรถแทรกเตอร์ตักดิน มาช่วยดันดินดันต้นไม้ขยายถนนในหมู่บ้านโคกขี้เหล็ก หมู่ที่ 12 ตำบลหนองกลับรถแทรกเตอร์ดันต้นมะขามใหญ่อายุมากกว่า 100 ปี
ต้นมะขามโย้ไปข้างหน้าตามแรงดันไม่ทันล้ม ต้นไม้โยนตีกลับล้มลงเกือบทับรถแทรกเตอร์ของบริษัทที่นำมาช่วยไปอย่างเฉียดฉิวซึ่งภาพแห่งความทรงจำถึงจะผ่านไปแล้ว 20 ปีเศษ ก็ยังอยู่ในความทรงจำของผู้ร่วมพัฒนามาได้ดี

       ได้กล่าวมาแล้วว่า ผลงานของคนเราเกิดจากสมองคิด มือ แขนทำ เมื่อเปรียบเทียบแล้วความคิดริเริ่มเกิดจากนายอำเภอ ผู้ร่วมกันเป็นมือ แขน คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนช่วยกันออกแรง พูดอย่างยุติธรรมความสำเร็จหรือผลงานเป็นของคนทุกคน ฉะนั้นผลงานจึงเป็นสิทธิที่ทุกคนที่ร่วมแรงร่วมคิดย่อมจะกล่าวอ้างได้ว่ามีส่วนร่วมในการทำงานให้สำเร็จเป็นผลงาน

       เริ่มงานพัฒนาถนนหนทาง แหล่งน้ำในยุคของท่านนายอำเภออรุณ และผ่านนายอำเภอมาอีกเก้านายอำเภอ ผลงานเหล่านี้ทั้งหลายทั้งปวงดังปรากฏในพื้นที่ตำบลหนองกลับ คือ ผลงานของกำนัน
ผู้ใหญ่บ้านและประชาชน ในตำบลหนองกลับทั้งปวงภายใต้การนำของกำนันเทียน ท้วมเทศ บุรุษเหล็ก ผู้อ่อนนอกแข็งในผู้นี้แหละ จนได้รับรางวัลแหนบทองคำพร้อมปืนพกสั้นจากกระทรวงมหาดไทยเป็นเกียรติยศในปี พ.ศ.2521

       เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญทองมงกุฎไทย

หมายเหตุ  เป็นบทความส่วนหนึ่งที่บันทึกไว้ใน "๖๐ ปี จารึกไว้บนแผ่นดินหนองบัว"