โอกาสและความท้าทายใหญ่ด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์
ที่จริงความโอกาสและท้าทายต่อโลก และต่อมนุษยชาติ ในด้านการศึกษานั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น โอกาสและความท้าทายกระจายอยู่ในทุกด้านของการศึกษา/การเรียนรู้ เป็นโอกาสและความท้าทายใหญ่ ที่ใครจับได้ รู้จักเข้าไปใช้โอกาสนั้น ก็จะได้รับประโยชน์มากล้น ใครเข้าไม่ถึง ก็ไม่ได้โอกาส
“ใคร” ในที่นี้ เป็นได้ทั้งระดับปัจเจก ระดับชุมชน และระดับประเทศ
“ประโยชน์” ก็มีหลากหลายด้าน แต่ในที่นี้ผมขอเน้นที่ประโยชน์ส่วนรวม ของมนุษยชาติ และของบ้านเมืองของเรา
วารสาร Science ฉบับวันที่ ๑๙ เม.ย. ๕๖ จึงเป็นฉบับพิเศษด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ ตามที่ผมเคยลงบันทึกแนะนำ ที่นี่
ในวารสารดังกล่าว ศาสตราจารย์ Bruce Alberts บรรณาธิการของวารสาร เขียนบทบรรณาธิการเรื่อง Prioritizing Science Education ชี้ประเด็นสำคัญว่า มนุษย์ยุคปัจจุบัน ต้องดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการคิด (think for a living) โดยผมขอกล่าวในอีกถ้อยคำหนึ่งคือ คนยุคนี้จะมีชีวิตที่ดีได้ ต้องทำงาน brain (สมอง)ไม่ใช่ทำงาน brawl (กล้ามเนื้อ) คือต้องฝึกตนให้เป็น “แรงสมอง” ไม่ใช่ “แรงงาน”
คือต้องฝึกตนเองให้มี ความคิดเชิงนามธรรม เชิงหลักการ ต่อปัญหาที่ซับซ้อนของโลกที่เป็นจริง ซึ่งจะรวมปัญหาที่ต้องใช้ความรู้เชิงเทคนิคและเชิงวิทยาศาสตร์ ที่ไม่มีมาตรฐาน เต็มไปด้วยความคลุมเครือ และไม่ได้มีคำตอบเดียว
คนยุคนี้ ต้องสามารถทำงานในสภาพบรรยากาศที่ทักษะด้านการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
นี่คือคุณสมบัติของลูกจ้างที่บริษัทธุรกิจเอกชนต้องการ
ในวารสาร Science ฉบับนี้ เสนอข้อท้าทายใหญ่สำหรับปฏิรูปการเรียนวิทยาศาสตร์ ๒๐ ข้อ
Bruce Alberts เสนอข้อท้าทายใหญ่เพิ่มเติมอีก ๓ ประการ
1. รับฟังความเห็นของครูประจำการดีๆ ที่มีผลงานจัดการเรียนรู้แก่นักเรียนของตนอย่างมีนวัตกรรม และได้ผลดี นำมาใช้ปรับปรุงระบบการศึกษา/การเรียนรู้ ทั้งระบบ
2. องค์กรธุรกิจ เข้าร่วมขับเคลื่อนการศึกษาวิทยาศาสตร์ ตามที่ระบุไว้ใน Next Generation Science Standards ที่ผมเคยนำมาลงบันทึกแนะนำไว้ ที่นี่
3. นศ. มหาวิทยาลัยทุกคน (ทุกคณะ) ต้องเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เบื้องต้น ที่ นศ. เรียนตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์ด้วยตนเอง ไม่ใช่เรียนโดยการฟังเล็กเชอร์
อ่านบทความของ Bruce Alberts ทั้งฉบับได้ที่นี่
Prioritizing Science Education copy.pdf
วิจารณ์ พานิช
๒๗ เม.ย. ๕๖