ผมเองมีโอกาสดีๆในชีวิตหลายครั้ง ที่ได้เรียนกับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก หนึ่งในนั้นคือศาสตราจารย์ทาบริซซี่ อาจารย์เป็นที่ปรึกษาให้บารัก โอบาม่า เป็นคนอยู่เบื้องหลังการรณรงค์หาเสียงด้วยแนวคิด “Change” หรือ “เปลี่ยนแปลง” ... จนทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประธานาธิบดีผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ท่านยังเป็นที่ปรึกษาสตีฟ จ๊อฟด้วย

Cr: http://www.commarts.com/exhibit/mercedes-benz-left-brain-right-brain.html
ผมไปฟังบรรยายของท่าน ก็น่าทึ่งครับ ตกใจและดีใจครับ เพราะเนื้อหาที่บรรยายนั้น ออกไปเรื่องสมอง และทฤษฎีด้านจิตวิทยาบวก ทั้งหมด คือท่านออกหนังสือเล่มใหม่ The Inside Out Effect (ดิ อินไซด์ เอ๊าท์ เอ๊ฟเฟ็ค) แถมพอสังเคราะห์เป็นโมดลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ก็คล้ายๆ AI อีก ก็น่าตื่นเต้นดีครับ ที่ท่านหันมาทางนี้ เพราะหนังสือเล่มแรกของท่าน คือ Rapid Change (ราปิด เชนจ์) ที่อ่านแล้วตื่นเต้นเกินเหตุ และดูยากมากไป
เอาหล่ะที่ผมประทับใจตอนหนึ่งเป็นตอนนี้ครับ ท่านพูดถึงทฤษฎีสมองสองซีกครับ ว่ามนุษย์มีสมองสมองส่วน ส่วนในคือสมองของเหตุผล (สมองเอาตัวรอด Surviving Brain) อีกส่วนหนึ่งคือสมองแห่งการหยั่งรู้ (สมองแห่งการเติบโต Thriving Brain)
| Thriving Brain |
Surviving Brain |
| มองภาพใหญ่ |
เน้นรายละเอียด |
| ค้นหาความเป็นไปได้ |
คาดหวัง |
| คิดนอกกรอบ |
คิดวิเคราะห์ |
| กล้าเสี่ยง |
ปลอดภัยไว้ก่อน |
| ให้ความสำคัญกับปัจจุบันกับอนาคต |
ให้ความสำคัญกับอดีต |
| คิดบวก |
คิดลบ |
ท่านบอกสมอง Thriving Brain เป็นสมอง
“มนุษย์” ที่พัฒนาขึ้นมาจาก Surviving Brain ที่มาจากสัตว์ครับ

Cr: http://brightclubmelb.wordpress.com/
ไอน์สไตน์เคยพูดไว้ว่า
“สมองสัญชาติญาณ เป็นเหมือนของขวัญจากสรวงสววรค์ ในขณะที่สมองแห่งเหตุผลเป็นเพียงผู้รับใช้ผู้ซื่อสัตย์ น่าแปลกที่มนุษย์ของเรากลับสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับผู้รับใช้ แล้วหลงลืมของขวัญจากสรวงสวรรค์ไป “
คุณเห็นไหมครับว่าสงัคมเราก็เหมือนไอน์สไตน์พูด เราดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับ Survive Brain สมองของสัตว์ ที่เน้นการเอาตัวรอด คิดลบ เพราะรู้สึกปลอดภัยดี เราดูอดีต ทะเลาะ บ้ากฏหมายมาก สนใจรายละเอียด บ้าเอกสาร วิคราะห์จนไม่รู้จะวิคราะห์ยังไง
การคิดบวกมีน้อยมากๆ การมองหาความเป็นไปได้กลับน้อยในองค์กร ในสังคม ไม่มองปัจจุบัน ที่สำคัญมองไม่ไกล ดูกันวันต่อวัน
จึงไม่แปลกที่เราไม่ค่อยเป็นผู้นำอะไรในโลกครับ การศึกษา สิ่งแวดล้อมเราเพื่อปลูกฝังสิ่งที่ไอน์สไตน์พูด เราจึงไม่ค่อยเห็นอะไรนอกกรอบ
ถ้าคุณคิดว่าไม่รุนแรงแล้วก็ดูญี่ปุ่นครับอาจารย์ฮิเดกิ วาดะ นักจิตวิทยาชั้นนำของญี่ปุ่นเริ่มออกมาพูดแล้วว่า น่าจะเป็นวิธีการคิดที่ลบๆ ของคนญี่ปุ่นนี่แหละ ที่อยู่เบื้องหลังของเศรษฐกิจตกมานาน คนญี่ปุ่นกลัวอนาคตมากครับ จริงแล้วนักจิตวิทยาก็บอกว่า ญี่ปุ่นก็ทำอะไรได้ดีกว่าคนในโลกหลายอย่าง คนญี่ปุ่นมีเงินเก็บมากที่สุดในโลก แต่กลับกลัวไม่ใช้เงิน ที่สุดร้านค้าขายของไม่ค่อยได้ ข่าวหนังสือพิมพ์ก็มีแต่คอลัมภ์ที่บ่น เรื่องการตกต่ำ มีแต่ความหดหู่ เรียกว่าล้างสมองกันทุกวัน

Cr: https://karthikeyanc.wordpress.com/2008/10/19/ads-a-one-line-epic/save-trees/
เห็นไหมครับนี่ในระดับสังคมเลย ถ้าเน้นการใช้สมอง Survive Brain มากๆไป .. เราต้องหันมาสนใจเรื่องการคิดบวก มองหาความเป็นไปได้ กล้าเสี่ยง เราจึงจะไปไกลกว่าเดิมครับ
ตอนนี้ผมรู้สึกว่าคนในระดับโลก ให้ความสนใจการคิดบวกมากๆขึ้น สังคมเราต้องการการใช้สมองที่เป็นพรจากสววรค์มากกว่า มากกว่าสมองที่ติดยึดกับอดีต แล้วไม่ทำให้อะไรดีขึ้นครับ
แนวทางการสร้างการเปลี่ยนแปลง อาจารย์แนะนำง่ายๆ คือลองออกจาก Comfort Zone ประมาณลองทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ ผมได้เขียนไว้ในเรื่อง The Power of Habit สองตอนข้างล่างนี้ครับ
อีกมุมหนึ่งคือการทำ Appreciative Inquiry นี่ก็เป็นการใช้สมอง Thriving Brain นำเลย ผมเขียนไว้ในตอน “จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายครับ”
น่าสนใจ มากครับอาจารย์
ขอบคุณที่แบ่งปันครับ จะแวะเวียนมาอ่านเพื่อเรียนรู้ครับ
ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้ที่เรายังไม่รู้ค่ะ
น่าสนใจค่ะ มีเวลาจะกลับมาอ่านบันทึกที่ผ่านมาค่ะ ดูเร่ื่องน่าสนใจค่ะ
สมองแห่งการหยั่งรู้ มองรู้ ดูออก บอกได้ ใช้เป็น ล้วนหยั่งรู้ด้วยสมอง
Appreciative Inquiry ทางศาสนาก็นำมาใช้ค่ะ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์สำหรับบทความดีๆ
ติดตามอย่างต่อเนื่องครับอาจารย์