หากท่านใดมีความรู้สึกไม่พอใจ โกรธ น้อยใจอะไรบางอย่างในตัวผู้บังเกิดเกล้าของตนเอง จะเพิ่งเกิดขึ้นหรือฝังแน่นมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กแล้วก็ตาม ก็ให้อภัยท่านเสียเถอะ แล้วท่านผู้เป็นลูกน่ะแหละจะรู้สึกถึงความสุข สงบ เบาสบาย

ดิฉันกำลังคิดหาวิธีการจะจัดการกับคนบางกลุ่มที่ (วิเคราะห์เอาเองจากพฤติกรรมของพวกเขาว่า) พวกเขากำลังรุมกัดแทะรีดเนื้อเถือหนังกลุ่มคนที่ฉันรัก รู้สึกใจมันร้อนรุ่มมากขึ้นๆ ร้อนมากๆ ก็วางมือ หันมาหาอ่านบทความธรรมะเพื่อผ่อนคลายจิตใจตนเองบ้าง ได้อ่านบันทึกเรื่อง "พระอรหันต์ในบ้าน" ของ "ภูสุภา" หรือคุณครูจริยา ซึ่ง คัดลอกคำสอนชื่อเรื่องเดียวกัน ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มาให้สมาชิก GTK อ่าน อ่านแล้วรู้สึกว่าจิตใจตนเองสงบลง แต่เรื่องบางเรื่องนั้นต่อให้จิตใจสงบเยือกเย็นขนาดไหนก็ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ หากเป็นผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เพื่อรักษาไว้ซึ่งจุดยืน "เพื่อธำรงรักษาความถูกต้อง" ของตนเอง ... อย่าซีเรียสแทนดิฉันนะคะ มาทางนี้ดีกว่า ดิฉันจะพาไปดูพระอรหันต์ที่บ้านดิฉันค่ะ

พ่อแม่ของดิฉันนั้นถึงแก่กรรมนานแล้ว แม้หลานสาว 2 คน จะได้เห็นได้สัมผัสความดีความงามของท่านบ้าง เธอก็เด็กมากจนจำได้เพียงบางส่วนอย่างลางเลือนเต็มที ดิฉันจึงบอกลูกว่า ถ้าอยากรู้ว่าคุณตาคุณยายเป็นอย่างไรก็ให้ดูพ่อ-แม่ของเธอนี่แหละ คุณตาคุณยายเป็นตัวแทนของคนรุ่นเก่า ที่สอนลูกด้วยการกระทำ ท่านทำให้ดู ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก แค่นั้นก็สุดจะยากลำบากสำหรับพ่อแม่ที่เรียนหนังสือจบแค่ ป.4 ไม่มีพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาหนักๆ ส่วนพ่อกับแม่ก็เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เรียนรู้ด้านการดูแล "คน" ที่ประกอบด้วยร่างกายและจิตใจมาโดยเฉพาะ มีต้นทุนขนาดนี้ยังต้องเปิดตำราเลี้ยงลูก รวมทั้งมีที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกโดยเฉพาะ .. แต่ก็ผลัดกันเป็นที่ปรึกษาให้กันและกันนะ ก็ยามเมื่อผงเข้าตาตนเอง ใครจะมองเห็น ต้องมีคนอื่นช่วยเอาออกให้ไม่ใช่หรือ ดังนั้น หากท่านใดมีความรู้สึกไม่พอใจ โกรธ น้อยใจอะไรบางอย่างในตัวผู้บังเกิดเกล้าของตนเอง จะเพิ่งเกิดขึ้นหรือฝังแน่นมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กแล้วก็ตาม ก็ให้อภัยท่านเสียเถอะ แล้วท่านผู้เป็นลูกน่ะแหละจะรู้สึกถึงความสุข สงบ เบาสบาย

ดิฉันสอนลูกด้วยการกระทำ เน้นให้คิดให้หาคำตอบด้วยตนเอง ด้วยเชื่อว่าเธอจะสามารถเรียนรู้และมีพัฒนาการด้านต่างๆ ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกสาวคนโตเรียนจบปริญญาตรี กำลังจะไปทำงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับตนเอง ขณะเดียวกันลูกสาวคนที่สองก็เรียนจบปริญญาตรีเช่นกัน และกำลังจะไปเรียนต่อระดับที่สูงขึ้น วันหนึ่งมีโอกาสดีที่เราพ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้ากัน ดิฉันก็เริ่มกระบวนการสร้างจิตสำนึกทันที (ลูกสาวดิฉันเรียกกระบวกการนี้ว่า 'ทวงบุญคุณอย่างแนบเนียน')

"เอิน อาย เรียนหนังสือจนจบแล้ว ตอนเรียนมีความสุขดีไหมลูก" "ดีค่ะ" ลูกสาวช่วยกันตอบ

"เคยทุกข์ยาก ขาดแคลนเงินนค่าเทอม ค่าหอพัก ค่ากินอยู่สักครั้งไหมลูก" "ไม่ค่ะ" ลูกสาวช่วยกันตอบ

"แม่ว่าลูกโชคดีนะที่เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่" "ค่ะ"

"ลูกเรียนหนังสือได้อย่างสบายใจ เพราะน้ำเลี้ยงหล่อลื่นไม่ขาดสาย ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยปากขอด้วยซ้ำ เพราะเงินมันไปนอนรออยู่ในบัญชีของลูก 'พร้อมใช้' อยู่แล้ว"

ลูกสาวเริ่มมองหน้าแม่ ทำสีหน้ารู้ทันว่าแม่มีแผนการอะไรเป็นแน่แท้ แต่ทำได้แค่มองหน้าแม่โดยไม่พูดอะไร

"ที่จริงมันก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของพ่อกับแม่นะ "

"สมัยแม่เป็นเด็กที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน จึงเรียนด้วยความลำบาก แม่ไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนแม่"

เธอสองคนมีสีหน้าแสดงถึงความซาบซึ้งในความดีของพ่อแม่พร้อมกับกล่าวขอบคุณ และ

"เอินจะไม่ให้แม่ลำบากหรอก" "อายด้วย" มาถึงตรงนี้ดิฉันประเมินว่าประสบกับจังหวะแล้ว รีบพูดต่อทันทีว่า

"แม่ไม่คาดหวังให้ลูกมาดูแลแม่หรอก เพียงให้คิดถึงกันบ้าง""ถ้าพ่อกับแม่คิดถึง จะไปหาลูกนะ " "แต่ถ้าลูกคิดถึงพ่อกับแม่ ไม่ต้องมาให้ลำบากหรอก โอนเงินเข้าบัญชีให้แม่ก็พอ" "คิดถึงแม่บ่อยๆ โอนเงินเข้ามาบ่อยๆ นะลูก ไม่เช่นนั้นแม่จะไป surprise ลูกที่ทำงาน"

แล้วหยอกลูกสาวคนโตว่า วันดีคืนดีลูกจะได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์ประกาศเสียงตามสายว่า "ติ๊งต่องๆ.. แพทย์หญิงดุจฤดี กรุณามารับคุณแม่ของท่านที่ OPD ด่วน เพราะเธอกำลังทำให้ทุกคนปั่นป่วนไปหมดแล้ว" ลูกสาวหัวเราะชอบใจ รับปากว่าจะเลี้ยงดูพ่อกับแม่อย่างดี จะไม่ให้มีโอกาสไปป่วนใครๆ อย่างเด็ดขาด

ครอบครัวดิฉันเลี้ยงลูกให้เป็นเช่น 'เพื่อน' หยอกล้อลูกเช่นนี้เป็นปกติ จนลูกสาวคนเล็กเรียกพ่อของเธอว่า 'ปาป๊ะคุง' และเรียกแม่ของเธอว่า 'ตุ๊ดตู่จัง' เราปรึกษากันทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องลับเฉพาะของผู้หญิง

ยกเว้นเรื่องไอ้หนุ่มคนหนึ่งที่คบกันตั้งแต่เรียนมัธยม เธอไม่เคยปริปากพูด แม้จะแอบถามกับน้องสาวก็ไม่เป็นผล ดิฉันขอประกาศไว้ ณ ที่นี้เลยนะว่า นางสาวดุจฤดีของดิฉันนี้เป็นดังดวงใจ (ใครก็แปลออกละนะ) หากท่านใดสนใจ ต้องผ่าน 'ด่านอรหันต์' ของบ้านนี้เสียก่อน

ตอนนี้เธอคงรู้แล้วว่า พระอรหันต์ที่บ้านเธอกำลังสำแดงฤทธิ์!

ยังไงก็ให้อภัยแม่ด้วย ทำไปเพราะรักลูกนะจ๊ะ.