สวัสดียามเช้าของวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2556 วันนี้มองดูเครื่องเล่นเป็นดนตรีคือเปียโนและขลุ่ยไผ่ที่ถูกทิ้งร้างไว้
นานแล้วที่ลูกชายไม่ได้จับมาเล่นมาเป่า
พอย่างเท้าไปที่ซอกมุมหนึ่งเป็นชั้นวางหนังสือที่ใช้การเรียนการสอนมีเต็มสี่ชั้น เลยนึกถึงเชื่อมโยงไปยังคำโคลงโลกนิติ ศิลาจารึกวัดพระเชตุพน โดย. สมเด็จ ฯ กรมพระยาเดชาดิศร ( ที่มา : th.wikisoure.org/wiki/ โคลงโลกนิติ . สืบค้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2556 . ) ความว่า...
เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม ดนตรี
อักขระห้าวันหนี เนิ่นช้า
สามวันจากนารี เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า อับเศร้าศรีหมอง
สิ่งชวนคิดคือ เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม ดนตรีนั้นแม้เราเล่นดนตรีเป็นแต่ถ้าไม่ได้ฝึกหัดบ่อย ๆ และยิ่งทิ้งร้างไปถึงเจ็ดวันแล้ว กลับมาเล่นดนตรีใหม่คงฝืด ๆ ขัด ๆ ข้อง ๆ มันไม่ลื่นไหลเหมือนคนใส่ใจเล่นซ้อมดนตรีอยู่บ่อย ๆ เป็นแน่
อักขระห้าวันหนี เนิ่นช้านั้นเรื่องของการเรียนภาษาถ้าไม่ใส่ใจจดจำเล่าเรียนอย่างสม่ำเสมอเพียงแค่ห้าวันก็เลือนรางไปหมด นักเรียนถ้าขาดเรียนหนึ่งสัปดาห์แล้วคงต่อไม่ติดว่าเรียนไปถึงไหนแล้ว
สามวันจากนารี เป็นอื่นนั้น ยูมิว่าสมัยที่ท่านแต่งโคลงนี้คงหมายเอาผู้ชาย เพราะผู้ชายออกจากบ้านออกจากเรือนไปจึงได้ผู้หญิงอื่นเป็นคู่นอน ในสังคมโบราณผู้หญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเป็นแม่ศรีเรือน ถ้าไปเป็นอื่นก็โดนลงโทษอย่างนางวันทองถือว่าเป็นหญิงสองใจ ในความจริงขุนแผนน่าจะเป็นชายหลายใจมากกว่านะ แต่ปัจจุบันนี้ ยูมิว่า ชายหรือหญิงคนใดไม่มีศีลธรรมในจิตใจจากไปเพียงสามวันเป็นไปได้ทั้งหญิงหรือชายนั้นละ
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า อับเศร้าศรีหมองนั้น ข้อนี้ยูมิชวนคุยตามประสานักกลอนนอนวัดมาก่อนว่า สงสัยว่าคนเขียนนำมาเขียนไม่ถูกต้องตามคำกล่าวของนักปราชญ์หรืออย่างไร ตรงที่ว่า...วันหนึ่ง...เพราะเมื่อตรวจดูข้างบนบรรทัดแรกก็ เจ็ดวัน บรรทัดที่สองก็ สามวัน ดังนั้นบรรทัดที่สามน่าจะเป็น หนึ่งวันสิครับ ยูมิในฐานะกลอนวัดจึงแก้ว่า...หนึ่งวันเว้นล้างหน้า อับเศร้าศรีหมอง หรือคุณว่าอย่างไร..?
เคยสงสัยเหมือนกันเลยค่ะ
สวัสดีครับ คุณ โอ๋-อโณ
เป็นสัจจะธรรมของคติโบราณที่น่านำมาขบคิดนะครับผม
สวัสดีครับ คุณ โอ๋-อโณ
เป็นสัจจะธรรมที่น่านำมาขบคิดนะครับผม