เส้นทางสายยาวจากปักษ์ใต้ ไปชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก

น้อยครั้งนักที่ข้าพเจ้า จะได้สังเกตเห็นหน่ิอเนื้อขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เดินอยู่ริมถนนท่ามกลางอากาศ ในวันแสนร้อนของเดือนเมษายน เช่นนี้



...

เหตุการณ์แบบนี้ ....ข้าพเจ้า เคยเจอมาหลายครั้ง แถวถิ่นที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่

สมัยเมื่อครั้งข้าพเจ้าขับรถไปทำงาน.... ยามสายของการทำงานวันหนึ่ง


สัญญานมือ.... โบกรถของพระภิกษุรูปนั้น ทำให้ข้าพเจ้าเบรครถจอดอยู่ข้างทาง พร้อมกับเปิดกระจกรถเพื่อรอให้ภิกษุรูปนั้นได้กล่าวพูดตามความประสงค์


"โยมจะไปไหนหรือ? อาตมาขอติดรถไปด้วยซิ"

ด้วยความเกรงใจ ประกอบกับวันนั้นไหน ๆ ก็ไปทำงานสายแล้ว   ข้าพเจ้าคิดในใจว่า....สายอีกสักหน่อยมันจะเป็นไรไป  ....และรู้สึกเป็นกุศลด้วยซ้ำไป ที่ได้รับพระขึ้นรถ

..

..

ถ้อยคำที่พระรูปนั้นพูดกับข้าพเจ้าเพิ่มเติม  เป็นเรื่องของการเดินทางไปต่อต่างจังหวัด  

ซึ่งข้าพเจ้าเหลียวมองเครื่องอรรถบริขารที่พระท่านนำติดตัวมาด้วย  ก็น่าจะคาดเดาได้ว่า..เป็นพระที่เดินธุดงส์  แสวงหาสัจธรรมในเพศของบรรพชิต อย่างไงอย่างนั้นจริง ๆ 


ข้าพเจ้าบอกกับพระรูปนี้ว่า...ข้าพเจ้ากำลังเดินทางไปทำงาน ซึ่งสถานที่ทำงานก็อยู่ห่างจากนี้ไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก

คงไม่สามารถขับรถไปยังเส้นทางที่พระรูปนั้นตั้งใจที่จะไปได้ 

..

..

เสียงพูดที่สะท้อนกลับมา นั้นคือ..."ไม่เป็นไรโยม  แต่อาตมาอยากให้โยมขับรถไปส่งอาตมาที่สถานีรถขนส่ง จะได้หรือไม่?

ข้าพเจ้าคิดอยู่ในใจว่า...สิ่งที่ท่านพูดขอมาก็ไม่ใช่หรือใหญ่ ก็แค่การขับรถพาท่านไปส่ง  เดี๋ยวท่านก็คงได้เดินทางต่อ....ไปยังจุดหมายปลายทางของท่านได้

 

ข้าพเจ้าขับรถไปส่งพระรูปนั้นด้วยใจเป็นกุศล...และเมื่อถึงสถานีรถขนส่งแล้ว

หลังจากที่ข้าพเจ้าหยุดรถเตรียมตัวให้พระภิกษุที่ข้าพเจ้ารับมาได้ลง

พระภิกษุรูปนั้น...ก็ได้พูดกับข้าพเจ้าอีกว่า...."โยม โยมมีเิงินให้อาตมาใช้เป็นค่าโดยสารไปบ้างมั้ย อาตมาไม่มีเงินติดตัวเลย"

ด้วยความใสซื่อ และหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธา....   ข้าพเจ้าได้ถวายเงินจำนวนหนึ่งแก่ภิกษุรูปนั้น เพื่อใช้เป็นปัจจัยในการเดินทางแสวงหาสัจธรรมในเพศบรรพชิต่อไป

...

หลังจากที่ได้ส่งพระภิกษุรูปนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  หัวใจที่อิ่มบุญของข้าพเจ้ามันพองโต ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

คิดอยู่ในใจว่า...วันนี้โชคดีมากทีีเดียวที่พระท่านมาโปรด...


และแล้วกิจวัตรประจำวันของข้าพเจ้าก็เป็นไปเช่นเดิม

กลับบ้าน รับลูก อยู่กับครอบครัว  ทำงาน และเดินทาง

..

หลังจากนั้น 2-3 วัน

ระหว่างที่ข้าพเจ้าขับรถไปทำงานเหมือนทุกวันที่ผ่านมา

มีเหตุการณ์ที่ทำให้ข้าพเจ้าแปลกใจ...


ข้าพเจ้าได้เห็นพระภิกษูรูปหนึ่งโบกมือ  ข้าพเจ้าคิดอยู่ในใจอีกว่า......อาจจะต้องจอดรับพระท่านขึ้นรถอีก  เหตุเพราะความที่ใจของข้าพเจ้าอยากทำบุญทำกุศลนั้นเอง


กาลกลับไม่เป็นอย่างที่ข้าพเจ้าคิด....เมื่อข้าพเจ้าชลอรถเตรียมที่จะหยุด

ข้าพเจ้าได้เห็นพระรูปนั้นใกล้ขึ้น  จนทำให้ข้าพเจ้าแอ๊ะใจและจำได้ว่า...พระรูปนี้ เมื่อ2-3วันก่อน ข้าพเจ้าได้ขับรถพาไปส่งที่สถานีรถขนส่งแล้วมิใช่หรือ?  แล้วทำไมวันนี้.... ถึงยังอยู่ที่เดิม ช่วงเวลาเดิมกับที่ข้าพเจ้าเคยเจอ


หรือว่าท่านตกรถ? 

ข้าพเจ้าคิดในใจ ....พร้อมกับแย้งความรู้สึกของข้าพเจ้าเอง.....มันไม่น่าจะเป็นไปได้

..

รถที่ข้าพเจ้าชลอเพื่อจอด กลับถูกข้าพเจ้า เข้าเกียร์ และเหยียดคันเร่ง เลื่อนรถออกไป


มันเกิดอะไรกับข้าพเจ้ากันเนี่ย!!  หรือว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าได้พบเจอ นั้น คือ ของปลอมที่ย่ำยีหัวใจความเป็นคนเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแบบข้าพเจ้า


..

..

แต่ครั้งนี้กลับกัน

วันร้อน ๆ ที่ข้าพเจ้าเดินทางมาถึง ณ จุดนี้ ข้าพเจ้าได้พบเจอพระภิกษุอีกเช่นกัน

หากแต่ว่า...ความรู้สึกของข้าพเจ้าผิดกันราวฟ้ากับดิน กับเหตุการณ์เบื้องต้น


ข้าพเจ้าจอดรถแวะที่ปั๊มข้างทาง และข้าพเจ้าก็ได้เห็นพระธุดงส์รูปหนึ่ง ที่กำลังเดินอยู่ริมทาง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว และท่านก็เดินแวะเข้ามาที่บริเวณปั๊มแห่งนี้

..

ด้วยจิตเป็นกุศลของข้าพเจ้า....  อาหาร ขนมและน้ำ ถูกนำไปถวายพระธุดงส์รูปนี้

ข้าพเจ้าก้มลงกราบท่าน....หลังจากที่ท่านรับสิ่งของที่ข้าพเจ้าถวาย พร้อมกับให้พรเป็นภาษาบาลีแล้ว

สายตาของข้าพเจ้าสังเกตุเห็นฝ่าเท้าของพระธุดงส์รูปนี้ ที่เบ่งบวม  นั่นอาจเป็นไปได้ที่ ท่านผ่านการเดินทางริมถนนมาเป็นเวลานาน


ข้าพเจ้าได้สอบถามพระท่านว่า...พระท่านเดินทางมาจากไหน? จะไปที่ใด?....

ได้ความว่า..ท่านเดินธุดงส์มาจากภูเก็ต และจะเดินธุดงส์ต่อเรื่อยไป  ท่านเป็นพระจากจังหวัดทางภาคอิสาน... ท่านบอกกับผู้เขียนเช่นนั้น  


ผู้เขียนยังอาสาถือย่ามให้ท่านเลย...  เพราะท่านบอกว่า ท่านจะเข้าห้องน้ำ เพื่อชำระเหงื่อไคล

และท่านยังถามข้าพเจ้าอีกว่า...แล้วโยมละจะไปไหนหรือ?  และข้าพเจ้าได้ตอบให้รับรู้

ท่านรับรู้..... พยักหน้า .....และท่านก็เดินจากไป



แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับข้าพเจ้าหรือ?

ทำไมท่านไม่ขออาศัยติดรถข้าพเจ้าไป ....ทั้ง ๆ ที่เป็นเส้นทางที่พระธุดงส์รูปนี้ กำลังเดินมุ่งหน้าไปทางเดียวกับข้าพเจ้า 

ทำไมท่านไม่เอ่ยปากขอสิ่งอื่นใด? นอกเหนือจากการรับของที่ข้าพเจ้าตั้งใจถวาย


ข้าพเจ้าคิดอยู่นาน................

หรือว่า?

...

ข้าพเจ้าได้เจอพระแท้จริง ๆ   .....จากความรู้สึกในใจของข้าพเจ้า




<p>
</p>