เช้าวันรุ่งขึ้น วันที่ 13 เมษายน 2556 หลังจากเด็ก ๆ ได้นอนพักเอาแรงกันแล้ว  สิ่งแรกที่คาดหวังไว้ นั่นคือ ..การได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า…. พระอาทิตย์ที่แสนงดงามในความรู้สึกของผู้เขียน  ซึ่งเป็นเพราะว่า...ผู้เขียนได้เคยสัมผัสบรรยายกาศยามเช้าของ ริมทะเลแห่งนี้มาแล้วนั่นเอง



วันนี้จึงไม่มีภาพความงามแห่งรุ่งอรุณมาฝาก….  แต่ภาพความงามยามเช้าของที่นี่ยังคงติดตรึงใจผู้เขียนเสมอมา


จาก...บันทึกนี้



และ..บันทึกนี้


หลังจากอาหารเช้าแล้ว …ดวงใจทวงสัญญาที่พ่อพูดไว้เมื่อวานว่า…จะให้ว่ายน้ำก่อนที่จะเดินทางต่อ



ลูกสาวเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเร็วมาก….ทำให้ผู้เขียนอดคิดไม่ได้ว่า…คำมั่นสัญญา…ที่เราให้ไว้กับใครก็ตามนั้น มีความหมายและมีค่าต่อความรู้สึกของคนจริง ๆ เลยนะ  (ผู้เขียนรับรู้ได้ว่า…ลูกขอบคุณพ่อ…ด้วยรอยยิ้มและการแสดงออกด้วยความร่าเริงในวัยของเค้าอย่างชัดเจน….พ่อจะจำไว้นะว่า…คำมั่นสัญญานี้มีค่าและมีความหมายเพียงใด….)


สระน้ำยามเช้า มีพื้นที่ให้ลูกสาวเล่นอย่างมากมาย….  นอกเสียจากชาวต่างชาติ เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ลอยคอ เหยียดกายอยู่ริมสระ



ข้าพเจ้ารับรู้ถึงอริยบทที่ผ่อนคลายของชาวต่างชาติคนนี้  ในขณะเดียวกันก็รับรู้ถึงความสุขของลูกไปด้วยในตัว

..

เสียงตีน้ำ สะบัดขาไปมา  เสียงร้องบอกให้พ่อดูนะว่า….ท่าต่าง ๆ ที่ลูกทำนั้น  ประหนึ่งว่าลูกกำลังทบทวนบทเรียนจากการสอนของครูที่โรงเรียนก็ไม่ปาน 


เวลาผ่านไปนานพอควร  สังเกตเห็นว่าปากของลูก เริ่มเขียว  ปลายมือเริ่มซีด…จึงร้องบอกกับลูกว่า โอกาสหน้าหากเราได้แวะมาที่นี่อีก เราจะมาว่ายกันใหม่นะ  …ลูกพยักหน้า ยิ้มตอบและเอื้อมมือมาให้พ่อจับ

เมื่อทุกคนพร้อม  สัมภาระถูกลำเลียงขึ้นรถ  รถเคลื่อนคัวออกจากที่พัก มุ่งหน้าออกจากตัวเมือง  ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักนั้น  ลูกชายได้พูดกับผู้เขียนว่า…พ่อเห็นเขาลูกนั้นมั้ย!!…



อยากขึ้น อยากขึ้น….  พ่อจอดนะ!!


สมาชิกในรถลงความเห็นด้วยเสียง 3 ใน 4 …ตกลงคนที่ไม่ขึ้นคือ  แม่ดวงใจ..เลยต้องอาสาทำหน้าที่เฝ้ารถให้


เด็ก ๆ ฮึกเหิมกันยกใหญ่… โดยเฉพาะพี่ชายดวงใจ

ระหว่างทางขึ้นเขา  ผู้เขียนได้กลิ่นสาป ๆ โชยมาระหว่างทาง ก่อนที่จะพบอนุสาวรีย์รูปปั้นลิงตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าเขาลูกนี้   จึงรู้ได้ทันทีว่า…ที่นี่ลิงคงเยอะน่าดู!!

ป้ายข้างทางบอกว่า…สถานที่แห่งนี้คือ เขาช่องกระจก สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดของเมืองสามอ่าวนั่นเอง และที่ป้ายยังบอกอีกว่า…ที่เขาแห่งนี้เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า  หากใครได้ขึ้นเขาลูกนี้ถือได้ว่า….มาถึงประจวบฯ อย่างแท้จริง


เดินไปอีกสักหน่อย….พบแผ่นป้ายที่ใหญ่กว่าเดิม  ผู้เขียนยืนอ่านแผ่นป้ายขนาดใหญ่นี้ 

ได้ความดังภาพ…



เมื่อถึงบริเวณทางขึ้น…มีแม่ค้าขายกล้วยและข้าวโพดดิบ  ยืนรออยู่  พร้อมพูดกับผู้เขียนว่า…ที่นี่ลิงเยอะ โดยเฉพาะข้างบน ซื้อไปเถอะนะ!!…ลิงที่นี่อด!!…ไม่ค่อยมีคนขึ้นไปเท่าไหร่นัก!!...

ผู้เขียนคิดในใจ  ใจหนึ่งก็กลัวลิงทำร้าย  แย่งของกินจากมือลูกสาวที่ถือขวดน้ำและขนมขึ้นไปด้วย 


ก่อนขึ้น..แม่ค้าขายกล้วยยังกำชับอีกว่า ….ให้ระวังของกิน

ดังนั้นสัมภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่พ่อ…ทั้งกล้วย ทั้งน้ำ ทั้งขนม ไหนจะกล้องของผู้เขียนอีก  พะรุงพะรังไปหมด


เมื่อเริ่มขึ้นบันได… พี่ชายวิ่งนำหน้า น้องสาววิ่งขึ้นตาม  เพียงแค่ไม่กี่สิบขั้น เด็ก ๆ ก็เริ่มเหนื่อย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่หน้าของลูก ๆ อย่างเห็นได้ชัด   เราหยุดพักกันที่ศาลาแรก 

ที่ศาลานี้ ว่างเปล่าทั้งผู้คนและลิง  ..ผู้เขียนแอ๊ะอยู่ในใจ หรือว่า!!..คนจะกลัวลิง  จึงไม่ค่อยมีใครขึ้นมา

 

เด็ก ๆ เริ่มเดินติดกับผู้เขียนมากขึ้นโดยเฉพาะดวงใจ  เหตุเพราะเมื่อขึ้นสูง เราก็เริ่มเห็นลิงมากขึ้น



ผู้เขียนถ่ายรูปลิงไว้หลายรูป ระคนกับความกลัวเล็กน้อย เพราะในมือของผู้เขียนนั้นเต็มไปด้วยของกิน ทั้งกล้วย ทั้งขนม ทั้งน้ำ........ ของโปรดของลิงทั้งนั้น 


และก็เป็นไปดังคาด!!…. ลิงตัวหนึ่ง ก็กระโจนเข้ามาแย่งถุงกล้วยจากมือผู้เขียน 

เมื่อสติไม่อยู่กับตัว…ผู้เขียนก็ร้องอุทาน!!ออกมา  มือที่ถือถุงกล้วยยังคงอยู่  ดวงใจเกาะอยู่ข้างหลัง  พี่เพชร ทิ้งช่วงห่างออกไปข้างหน้าแล้ว เพราะขึ้นไปตัวเปล่า  ….แต่โชคได้เข้าข้างผู้เขียนที่มีแม่ค้าขายอาหารลิงอยู่บริเวณนั้น วิ่งเข้ามา พร้อมกับบอกผู้เขียนว่า….

@ อย่า!!..แย่งอาหารจากลิง

@ อย่า!!..จ้องหน้าลิง 

@ อย่า!!..เหยียบหางลิง เดี๋ยวมันจะทำร้ายเอา…


ผู้เขียนรู้สึกปลอดภัยเมื่อแม่ค้าคนนี้อยู่ใกล้  พร้อมกับมอบถุงกล้วยในมือให้แม่ค้าคนนี้ และบอกกับแม่ค้าว่า..ช่วยให้อาหารลิงแทนผู้เขียนด้วย


หลังจากมอบถุงกล้วยให้ไปแล้ว ผู้เขียนได้เก็บขนมลูกสาวไว้ในกระเป๋ากล้อง ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง ควักโทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าตังค์ออกมาไว้ในกระเป๋ากล้องอีกเช่นกัน  ต่อจากนั้นเอากระเป๋ากล้องคล้องคอไว้ 

คิดอยู่ในใจ…. หากลิงกระชากของไป ก็คงต้องลากตัวผู้เขียนไปด้วย ….. คิดแล้วก็พาลอดขำไม่ได้ 


แม่ค้าคนดังกล่าว… วิ่งนำหน้าชึ้นไป  พร้อมกับ โยนกล้วยให้ลิงที่นั่งระหว่างทางได้กินกัน ตัวละลูกสองลูก

ผู้เขียนคิดต่ออีกว่า….นี่คงเป็นใบเบิกทางที่ทำให้ผู้เขียนอยากพาลูก ๆ ขึ้นไปให้ถึงยอดเขานี้จริง ๆ …

มันช่างเหมือนมีอะไรดลใจซะเหลือเกิน


ระหว่างทางขึ้น ผู้เขียนและเด็ก ๆ ได้มีโอกาสมองลงไปยังพื้นที่เบื้องล่าง และสองข้างทางมากขึ้น 

ลิงที่อยู่ข้างทางแลดูสงบลง นี่อาจเป็นเพราะ…อาหารบางส่วนที่พวกเค้าไปรับไปจากนักท่องเที่ยวที่ขึ้นล่วงหน้าไปก่อนหน้านี้แล้ว และกล้วยของผู้เขียนที่เพิ่งได้รับไปกระมัง

ลิงพวกนี้มองดูอีกทีก็น่าสงสารนะ เพราะพวกมันมีเยอะจริง ๆ 






มีหลายตัวที่มีลูกติด หลายตัวก็ผอม   มองดูน่าสงสาร....  หากเป็นอย่างที่แม่ค้าขายอาหารลิงที่อยู่ข้างล่างนั้นพูดจริงอย่างว่า…ข้าพเจ้ากลับรู้สึกสมเพชสัตว์เหล่านี้เหลือเกิน


เขาน้อยๆ ลูกนี้… อาจเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ก็ได้นะ พวกลิงเหล่านี้ถึงดำรงชีวิตอยู่กันได้  แต่ถ้าหากมิใช่ละ!   พวกมันจะอยู่กันอย่างไร?  ข้าพเจ้าสังเกตดูว่า…. ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเที่ยวที่นี่ก็มิใช่จะมากมายเท่าไหร่นัก  หากประสบเหตุการณ์แบบเดียวกับข้าพเจ้าหรือเลวร้ายกว่า …นักท่องเที่ยวที่เค้าขึ้นมาเค้าจะรู้สึกอย่างไร?

..

ปริมาณลิงที่ผู้เขียนเห็นและกะด้วยสายตา .....มีมากเป็นร้อยตัวทีเดียว…

ใจหนึ่งก็คิดนะว่า…นี่คือแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด…และเป็นจุดขาย…  จังหวัดคงไม่ละเลยเป็นแน่แท้!!

เมื่อผู้เขียนคิดได้เช่นนั้น ก็พลันอุ่นใจว่า…  ลิงน้อยที่นี่!! คงไม่ได้อยู่กันอย่างลำบาก เหมือนอย่างที่แม่ค้าขายกล้วยพูดไว้ข้างล่าง …คำพูดของแม่ค้าขายกล้วยคงเป็นแค่…  กลยุทธทางการตลาด”… ที่ต้องการโปรโมทสินค้าในมือ….มันก็เท่านั้นเอง

..

..

และแล้ว.. เราก็มาถึงยอดเขาแห่งนี้



บันได 396 ขั้น ที่ผู้เขียนก้าวผ่านมาได้นั้น  ทำให้…. ผู้เขียนอดคิดถึง ความยากลำบากที่สร้างคน และทำให้เค้าประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ 

ปัญหาอุปสรรคก็เปรียบได้ดั่งฝูงลิง ที่เรียงรายอยู่ตามขั้นบันได หากใจไม่สู้ กลัว หรือยอมแพ้ระหว่างทาง เหตุเพราะกลัวลิง  ไฉนเลยจะได้ชื่นชมความสำเร็จและความงดงามของชีวิตที่ตัวเองแสวงหาและไขว่คว้า เสมือนกับที่ข้าพเจ้าประสบมาระหว่างทางที่ได้พบเจอ ใจหนึ่งอยากเดินหวลกลับ หากแต่คิดว่า … เมื่อถอยกลับแล้วจะได้ชื่นชมความงามของทิวทัศน์รอบเมืองสามอ่าวนี้หรือ? 





ทิวทัศน์มุมสูงของยอดเขาแห่งนี้  ทำให้ผู้เขียนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง แม้นว่า... บรรยากาศโดยรอบอาจไม่สวยงามเหมือนวันท้องฟ้าแจ่มใส  แต่ ณ เวลานี้สิ่งที่ผู้เขียนรับรู้และสัมผัสได้…. ผู้เขียนก็รู้สึกภูมิใจและดีใจเป็นที่สุดแล้ว

..

..

เด็ก ๆ เริ่มคุ้นกับฝูงลิงมากขึ้น พี่เพชรนั่งติดกับควงใจ พร้อมกับป้าอีกคนหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นว่า…พูดคุยถูกใจกับดวงใจและพี่เพชร   เห็นเค้านั่งด้วยกัน  พูดคุยกันกระหนุงกระหนิง  ข้าพเจ้าจึงเบาใจ อย่างน้อยลิงบริเวณนั้นก็มองดูเป็นมิตรกับผู้มาเยือน



และหนึ่งเหตุผลนั้นก็คือ ........อาหารที่ถูกโปรยปรายลงบนพื้น ให้พวกลิงเหล่านี้ได้เก็บกิน 


ป้าคนขายอาหารลิงที่ดวงใจพูดคุยอยู่ด้วยนั้น บอกกับผู้เขียนว่า …บนเขาลูกนี้ มีลิงอยู่หลายฝูง  หากลิงฝูงที่แข็งแรงกว่าลงมา  ลิงฝูงที่อ่อนแอกว่าก็จะล่าถอยไป  แต่อย่าตกใจให้อยู่นิ่งนิ่ง จำคำพูดที่ป้าบอกไว้…. อย่าสบตาลิง อย่าเหยียบหางลิงและอย่างแย่งของจากลิง ... แค่นี้ก็ปลอดภัย






ก่อนลงจากยอดเขา  ผู้เขียนเห็นว่า…ลูกสาวพูดคุยถูกคอกับป้าคนดังกล่าว เลยถือโอกาส….เหมาอาหารลิงที่ป้าคนดังกล่าวขายอยู่ให้ลูกสาวได้มีโอกาสให้อาหารลิงอย่างใกล้ชิด  โดยมีป้ายืนติดอยู่เบื้องหลังดวงใจ



เมื่อมีคนที่ลิงเหล่านี้คุ้นเคยและเกรงใจ…. ผู้เขียนจึงหมดห่วงและได้ภาพที่หาดูได้ยากเก็บไว้ให้ลูก ได้ดู

..


ดวงใจบอกว่า…ดวงใจไม่กลัว เพราะมีป้าเค้าอยู่ใกล้ ๆ  และดวงใจจำคำที่พ่อบอกไว้ได้ ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง? อย่ามองหน้าลิง!! อย่าเหยียบหางลิง!! และอย่าแย่งอาหารจากลิง!!  แค่นี้ก็ปลอดภัยจริงๆ นะพ่อนะ

..

..

ลูกได้เรียนรู้จากตัวของลูกเอง…:ซึ่งผู้เขียนก็อดชื่นชมลูกอยู่ในใจไม่ได้ว่า  …ชีวิตลูกมันต้องอย่างนี้แหละ... เรียนรู้และผ่านประสบการณ์ชีวิตให้ได้ด้วยตัวเอง    มันถึงจะภาคภูมิใจ …และนี่คือบททดสอบความกล้าในตัวของลูกข้อหนึ่งเลยละ!!  .....ผู้เขียนคิดเช่นนั้น


และระหว่างทางที่เดินลงจากเขา ดวงใจเดินจูงมือลงมากับป้าคนดังกล่าวเพราะป้าบอกว่า…อาหารที่ป้าขายนั้นดวงใจเหมาไปหมดแล้ว

ส่วนตัวพี่เพชรเอง เดินนำลิ่ว ลงไปก่อนหน้านี้แล้ว 



ผู้เขียนเห็นความคุ้นเคยระหว่างลูกสาว กับคนในพื้นที่แห่งนี้  ทำให้ผู้เขียนเปิดใจ  ไม่มองป้าคนนี้เป็นคนแปลกหน้าสำหรับลูก แต่กลับมองถึงความคุ้นเคยกันดุจญาติมิตรมากกว่า  …สังคมทุกที่นะ ซึ่งผู้เขียนคิดเช่นนี้ หากเมื่อได้เปิดใจ เข้าหากัน เราเองก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าระหว่างกัน เราสามารถอ่อนโยนต่อกันได้ ..... ข้าพเจ้าภูมิใจที่ลูกได้ทำเช่นนั้น


เมื่อถึงตีนเขาก่อนที่ป้าขายอาหารลิงจะแยกทางขอกลับบ้าน

ป้าได้ถามผู้เขียนว่า…ได้เก็บใบโพธิ์ที่ในหลวงท่านทรงปลูกเอาไว้  ลงมามั้ย?

ผู้เขียนตอบไปว่า….ไม่ได้เก็บและนึกไม่ถึงเลย จริง ๆ  และยังแอบนึกอยู่ในใจอีกว่า  อย่าว่าแต่เก็บใบโพธิ์มาเลย แม้กระทั่งเข้าไปใกล้ต้นโพธิ์ที่ในหลวงท่านทรงปลูกไว้เมื่อ 55 ปี ที่แล้วนั้น ก็ยังไม่กล้า  เพราะอะไรนะหรือ? ต้นโพธิ์ที่ทรงปลูก ยั้วเยี้ยไปด้วย พ่อลิง แม่ลิง ลูกลิง อยู่ทั้งนั้น .... ใครที่ไหนจะกล้า


ผู้คนในพื้นที่ที่เค้ามาที่นี่ เค้าจะรู้กันดีว่า …หากขึ้นยอดเขาแล้วจะต้องเก็บใบโพธิ์ที่พระองค์ท่านทรงปลูกไว้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว  เพราะใบโพธิ์ที่ทรงปลูกเป็นโพธิ์จากอินเดีย  ทับเก็บไว้  นำใส่กรอบเก็บไว้บูชาได้ …..ป้าคนขายอาหารลิงพูดเช่นนั้น

หากจะให้ผู้เขียนเดินขึ้นไปอีกรอบ ก็คงทำใจลำบาก  เลยขอความเมตตาจากป้าคนดังกล่าวว่า…ให้ช่วยสงเคราะห์ผู้เขียนหน่อยได้มั้ย!!


ผู้เขียนรับรู้ถึงความเต็มใจที่ป้าเค้าอยากทำให้ …. หลังจากที่ป้าได้ดื่มน้ำที่ผู้เขียนซื้อให้แล้ว ป้าก็เดินลับขึ้นเขาหายไป

..

..

..

นานพอสมควร…กว่าที่ป้าจะเดินลงมาพร้อมกับช่อใบโพธิ์ จำนวน 9 ใบ  



ป้าบอกกับผู้เขียนว่า......เก็บใบโพธิ์นี้ไว้ให้ดีนะ…..มันเป็นสิ่งที่มีค่าต่อจิตใจทีเดียวละ


ผู้เขียนได้ให้เงินจำนวนหนึ่งไว้กับดวงใจ เพื่อมอบให้กับป้าคนดังกล่าว พร้อมพูดกับลูกว่า….ให้ลูกบอกป้านะว่า... หนูให้เงินไว้ให้ป้าซื้ออาหารให้ลิงกิน

..

ผู้เขียนเห็นรอยยิ้มจากป้าคนขายอาหารลิงที่เขาช่องกระจกแห่งนี้  และรับรู้ถึงความมีน้ำใจที่ป้าเค้าหยิบยื่นให้โดยไม่ได้เรียกร้องค่าตอบแทน ใด ใด

หากแต่ว่า…ผู้เขียนเห็นความมีน้ำใจของป้าแกแล้ว  ผู้เขียนอดไม่ได้ที่มอบสิ่งตอบแทนเล็กๆ น้อย ๆ ที่ผู้เขียนมี

..

..

ขอบคุณป้ามากนะครับ ....สำหรับใบโพธิ์ นี้



ผู้เขียนมองใบโพธิ์นี้แล้ว..ช่างเยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก  มองมีค่า...ต่อความรู้สึกในใจของผู้เขียนมากทีเดียว




และนี่คือรางวัล...ของความตั้งใจที่ผู้เขียนได้รับ …มันคือความงดงามของธรรมชาติ ที่รังสรรค์สร้างไว้เป็นของขวัญให้กับคนไทยทั้งแผ่นดินโดยแท้


ผู้เขียนถ่ายภาพนี้ไว้ก่อนที่จะลงจากยอดเขา 


และภาพถ่าย ณ มุมนี้ .. มีภาพเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย  ที่คนไทยได้ชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่าน เมื่อครั้งเสด็จมาทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นหน่อที่นำมาจากประเทศอินเดีย (ตามที่ผู้เขียนค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต)  ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระองค์ทรงเสค็จขึ้นยอดเขาช่องกระจกนี้  ติดตั้งอยู่รอบเมืองสามอ่าว 

จึงทำให้ผู้เขียนรับรู้ได้ว่า ..มุมภาพของพระองค์ท่านภาพนี้คือ..ภาพถ่ายที่ผู้เขียนถ่ายในมุมเดียวกัน นั่นเอง


และความบังเอิญของภาพที่ถ่ายในครั้งนี้  ถือเป็นบุญเป็นกุศล ที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกภูมิใจว่า …ครั้งหนึ่งในชีวิตของผู้เขียน  ผู้เขียนได้พาสมาชิกในครอบครัว “เดินตามรอยเท้าพ่อ

ผู้เขียนยังรับรู้อีกว่า….ไม่มีที่ไหนในเมืองไทยที่พ่อไม่เคยไป….แม้กระทั่งยอดเขาช่องกระจกแห่งนี้ 



                                                                                    ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  อันหาที่เปรียบมิได้

                                                                                                                                    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

                                                                                                                          ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ


<p></p>