เดินทางจากสงขลากลับสู่ทับสะแก หลังจากได้พบปะรวมญาติ กับพี่ ๆ น้อง ๆ ลุงป้าน้าอา หลาน เหลน  ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสุข

        กับการเดินทางไกล บางครั้งก็ต้องวางแผนให้ดี รู้จักหลบหลีก การจราจรที่นับวันจะวุ่นวายมากขึ้น อันเนื่องมาจากจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นมากมาย กลับบ้านครั้งนี้อย่างหนึ่งที่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง คือ เพื่อนบ้านในหมู่บ้าน  แทบทุกหลังคาเรือนจะมีรถยนต์คันใหม่ ๆ จอดหน้าบ้านแทบทุกหลัง  สองคันบ้าง สามสี่คันบ้าง ขึ้นอยู่กับจำนวนลูก ๆ หลาน ๆ บ้านจะหลังน้อยเพียงใด  โกโรโกโสแค่ไหน  หลังคาบ้านผุพังและรั่วเพียงใด  ไม่สำคัญเท่ากับการมีรถคันโก้ขับโฉบโชว์ในหมู่บ้าน แม้จะมีเงินเดือนไม่ถึงหมื่น ก็มีสิทธิ์กับการมีรถคันแรกในชีวิต

         ต้นเดือนเมษายน ฉันและลูก ๆ นั่งวิเคราะห์การจราจรบนท้องถนน  พิจารณาอย่างถึ่ถ้วน  จึงตัดสินใจเดินทางจาก ทับสะแก สู่ สงขลา บ้านเกิดเมืองนอน ณ คาบสมุทรสทิงปุระ(อำเภอสทิงพระ) เป็นไปตามความคาดหมาย  ถนนโล่งสบาย สามคนแม่ลูก ๆ เดินทางอย่างอ้อยอิ่ง  แวะโน่นนี่ตามใจปรารถนา ถึงจุดหมายประมาณ 16.30 น. 

         15 เมษายน 2556  เดินทางจากสงขลา สู่ ทับสะแก หลังจากวิเคราะห์แล้วว่า น่าจะไม่ยุ่งยากมากนัก  เนื่องจาก ยังไม่ใช่วันสุดท้ายของวันหยุด แต่ก็ไม่เป็นไปดังที่คิดมากนัก  เนื่องจากมีผู้คนมากมายที่มีความคิดตรงกับเราสามแม่ลูก  เราจึงมีเพื่อนร่วมทางใช้ถนนร่วมกันอย่างหนาแน่น มิหนำซ้ำเมื่อเข้าเขตชุมพร ฝนตกหนักมากแบบไม่ลืมหูลืมตา  รถทุกคันเปิดไฟ  บ้างก็เปิดไฟฉุกเฉิน เพื่อให้รถคันหลัง ได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

          ท้ายสุด มาติดอยู่ที่ก่อนถึงโรงพยาบาลทับสะแก ตั้งแต่ตัวหงส์ เป็นต้นไป ห่างจากบ้านเพียงสองกิโลเมตรตรงนั้นใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีกว่าจะหลุดมาได้ น่าสงสารคนเดินทางไกล ยังไงก็ขอให้ใจเย็น ๆ และถึงที่หมายด้วยความปลอดภัยกันทุก ๆ คนนะคะ

          ชาวทับสะแกต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย เนื่องจากสถานที่กำลังก่อสร้างสะพาน เพื่อแก้ปัญหา การเกิดอุตบัติเหตุบ่อยครั้ง จนเรียกกันว่า โค้งร้อยศพ  หวังว่า เมื่อสร้างสะพานเสร็จแล้ว  คงไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอีกต่อไป