หลังจากพำนักพักพิงอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ได้ไม่นาน
นึกถึงตอนไปผจญภัยที่ศรีลังกา เมื่อครั้งที่ไปถึงเมืองแคนดี้ (Kandy)
ครั้งนั้นกะว่าจะใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า
แต่ด้วยเวลาอันน้อยนิด เลยตัดสินใจเช่ารถของ Sangreeth เพื่อนใหม่ชาวศรีลังกา
ปรากฏว่า ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ได้รับในระยะเวลาสองวันมันช่างคุ้มค่าเสียจริง
เพราะที่ที่ไปรถโดยสารจอดไม่ได้ วิ่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเท่านั้นเอง
Mr.Sangreeth
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ผมตัดสินใจเช่ารถยนต์ในราคาวันละ 1,208 บาท
จำนวน 2 วันเป็นเงิน 2,416 บาทและเงินวางมัดจำอีก
5,000 บาท เช่ารถยนต์จาก หจก.หาดใหญ่รถเช่า
เป็นรถยนต์โตโยต้า ยาริส เพื่อเดินทางไปเยือนเมืองพัทลุงและตรัง
หลังจากล้มแผนการเดินทางไปเบตง จังหวัดยะลา
เพราะสถานการณ์ความไม่ปกติจากการวางระเบิดรถยนต์ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา
ผมใช้เวลาในการเดินทางไปแบบเรื่อย
เพราะเมื่อครั้งขับออกจากหาดใหญ่ ผมขับฝั่งขวาตลอด
อันเป็นพฤติกรรมเก่าเวลาขับเต้าฮวย Toyota Prius แต่นี่ ยาริส เจ้ากระจิริด เลยเปลี่ยนใจมาขับช้าๆเรื่อยๆ
ถนนภาคใต้
ถือว่า ดีถึงดีมากทีเดียวครับ เพราะรถบรรทุกวิ่งตลอดเวลา ถ้าเป็นภาคเหนือบ้านผม
พัง ไปนานแล้ว
และเมื่อถึงพัทลุง สายตาผมแลซ้ายเห็นร้านขายสินค้าดอยคำและโครงการหลวงของพี่หมู เจ้าของร้านที่ไปเจอกันเมื่อครั้งผมบรรยายเรื่อง ฮวงจุ้ยกับการจัดร้านค้าที่บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด หลังจากนั้น ผมเดินทางไปเรียนรู้สถานการณ์ที่ท่องเที่ยวของพัทลุงถึงสามแห่ง คือ หาดแสนสุขลำปำ วัดป่าลิเลย์ไลย์ และบ้านทะเลน้อย
ร้านเรือนขวัญ
สภาพภายในร้าน
หาดแสนสุขลำปำ พัทลุง
ทะเลน้อย
หลังจากนั้น มุ่งหน้าสู่จังหวัดตรัง แต่ระหว่างวิ่งเข้าสู่อำเภอศรีนครินทร์ ผมเจอกับดักที่เรียกว่า ตะปูเรือใบเจาะเข้าไปยังยางด้านซ้ายหลังเป็นรูเบ้อเริ่ม ดีว่า เจ้ากระจิริดไปหยุดหน้าร้านปะยาง โจโจ้เซอร์วิสพอดี เสียค่าปะไป 150 บาท

เมื่อย่างเข้าสู่เมืองตรัง ผมนึกแต่อยากจะไปบ้านแม่ถ้วน หลีกภัย แล้วผมก็ไปสมใจจนได้ แต่กว่าจะได้ไปตามหาที่พักจนเกือบจะต้องนอนในรถยนต์ ผมได้ห้องพักที่โรงแรมธรรมรินทร์ สนนราคา 850 บาท โรงแรมใหญ่ที่เคยรุ่งเรือง ห้องพักสภาพซุกหัวได้แบบต้องไม่ต้องเรื่องมาก หลังจากนั้น เดินไปทางสถานีรถไฟเลือกซื้อทัวร์เกาะแบบวันเดียว เช้าไปเย็นกลับ ราคา 750 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และราคา 550 บาทสำหรับเด็กอายุ 6-11 ปี ไปเที่ยวทั้งหมด 4 เกาะ ออกเดินทาง 8.15 น. กลับ 17.00 น.
ค่ำคืนนี้ ผมไม่รอช้าที่จะเดินเล่นบนถนนคนเดินหน้าสถานีรถไฟ มีสินค้าหลากหลายทั้งที่เชียงรายก็มี และไม่มี มีอาหารให้เลือกรับประทาน มีสินค้าวัยรุ่นมากมาย แต่ที่ผมสะดุดตาและชอบมากที่สุด คือ ร้านขายชา กาแฟที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯตั้งอย่างสวยงามหน้าร้าน
ก่อนนอนคืนนี้ ผมได้บทเรียนที่ถอดจากการเดินทางเรียนรู้หรือ Field Trip พัทลุง ตรังวันนี้ได้ว่า ไม่ว่าเราจะเรียนรู้ในระบบหรือนอกระบบ เราล้วนแต่จะต้องเสียค่าลงทะเบียน เพื่อแลกกับความรู้นั้นๆ หากแต่การสูญเสียนั้น เราจะได้อะไรกลับคืนมาบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับการเปิดรับ มุมมอง ประสบการณ์และความคุ้มค่าที่เราอยากจะได้ เพราะฉะนั้น ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่มีค่าได้มาแบบฟรีๆจริงๆ
รีบนอนดีกว่า พรุ่งนี้ จะไปเรียนรู้ “อันดามัน”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตาม ราตรีสวัสดิ์ ณ บ้านนายหัวชวน หลักภัย
เดินทางน่าดูเลยครับ
รอติดตามอ่านต่อครับ...
พัทลุง บ้านผม เป็นเมืองเล็ก ๆ น่าอยู่
มาพัทลุง น่าจะแวะชมทะเลสาบ สถานที่ท่องเที่ยวของปากพะยูน
ล่องเรือดูนกไปถึงทะเลน้อย
ชมควายน้ำ้
เดินทางตามรอยของอาจารย์นะคะ น่าสนใจมากๆทางนี้อากาศดีมาก มีลม มีทะเล และอาหารที่อร่อยนะคะ เก็บภาพมาให้ชมได้เยี่ยมมากค่ะ
"มาร่วมเป็นเรือลำเล็กที่ลากจูงเรือโยงสินค้า(การศึกษา)ให้สินค้า(ปัญญา)ที่มีคุณภาพส่งถึงมือลูกค้า(ผู้คน)กันนะ"
นักเดินทาง จะได้เก็บเกี่ยว เรียนรู้ ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เริ่มต้นออกเดินทาง รายละเอียดตลอดรายทางที่ทอดผ่าน พร้อมจะแวะพักให้เวลาและทบทวนเส้นทาง จวบจนสิ้นสุดการเดินทางนั้น
แต่นักท่องเที่ยวอาจจะมีเพียงเป้าหมายเดียวที่ปลายทาง