Today, I read this:

กินน้ำพริกอายุยืน102ปี  Thai Post X-cite เรื่องปก 2 April 2556 (http://thaipost.net/x-cite/020413/71701)

...นางอ่ำ ชินจอหอ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่อายุยืนที่สุดในอำเภอเมืองนครราชสีมาเวลานี้...
...เคล็ดลับของการที่มีอายุยืนคือ คุณยายชอบรำวง เพราะการรำวงทำให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใส และนอกจากการรำวงแล้ว กิจกรรมประจำวันจะนั่งสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน ขณะที่อาหารที่ชอบกินเป็นประจำคือ ผักสดกับน้ำพริก ผักพื้นบ้าน เพราะไม่มีสารตกค้าง ส่วนอาหารกินเล่นที่คุณยายชอบก็คือ ข้าวโป่ง ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของภาคอีสาน...

I wonder how to make ข้าวโป่ง so I look up:

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/ข้าวโป่ง

ข้าวโป่ง เป็นขนมพื้นบ้านภาคอีสาน นิยมในฤดูหนาวหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว การทำเริ่มจากนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วไปตำด้วยครกมอง เมื่อละเอียดแล้วจะเอาใบตดหมูตดหมาหรือย่านพาโหมขยี้กับน้ำแล้วสลัดใส่ครก เพื่อให้ข้าวเหนียวจับตัวกันดี นำน้ำอ้อยโขลกแล้วตำผสมลงในครกจนเหนียวได้ที่ นำน้ำมันหมูทามือแล้วปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนผสมกับไข่แดง กดก้อนข้าวเหนียวที่ปั้นให้เป็นแผ่นบางๆ แล้ววางบนใบตองที่ทาน้ำมันหมูแล้ว ตากแดดให้แห้ง เมื่อจะรับประทานจึงเอามาปิ้งให้สุก

ทางภาคเหนือมีขนมชนิดนี้เช่นกันแต่เรียกข้าวปองหรือข้าวควบ

Where to find an ingredient ใบตดหมูตดหมาหรือย่านพาโหม

http://www.dld.go.th/nutrition/exhibision/native_grass/other/Paederia%20linearis.htm
ตดหมูตดหมา วงศ์ RUBIACEAE
Paederia linearis Hook. f.
ชื่อสามัญ  ตดหมูตดหมา (ภาคกลาง, ตาก) ; ตำยานตัวผู้ (นครราชสีมา) ; พังโหม (ภาคกลาง); ย่านพาโหม (ภาคใต้) ; หญ้าตดหมา (ภาคเหนือ)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร  การเจริญเติบโตแบบไม้เลื้อย เนื้ออ่อน ลำต้นสีเขียว เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.8 – 5.0 มิลลิเมตร ใบรูปใบหอก (lanceolate) กว้าง 1.0 – 2.2 เซนติเมตร ยาว 7.1 – 12.0 เซนติเมตร หน้าใบไม่มีขน แผ่นหลังใบไม่มีขน แต่จะมีขนสั้นๆละเอียดที่มุมเส้นใบตัดกับเส้นกลางใบ ก้านใบยาว 1.2 – 2.3 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวถึงเขียวค่อนข้างเข้ม ขอบใบเรียบ (entire) ก้านใบ กิ่งอ่อน ก้านช่อดอกและผลมีขนสั้นๆปกคลุมหนาแน่น ออกดอกเป็นช่อที่ยอด และตามซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกด้านนอกสีขาว ด้านในสีม่วงเข้ม รูปกรวยปลายแยกเป็น 5 แฉกและหยักตื้น ผลรูปไข่หรือกลม แบน ผลมีขนาดกว้าง 0.4 – 0.5 เซนติเมตร ยาว 0.5 – 0.7 เซนติเมตร ออกดอกช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

แหล่งที่พบและเก็บรวบรวมพันธุ์  พบขึ้นทั่วๆไป อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (PC 596)

คุณค่าทางอาหาร  มีโปรตีน 12-15 เปอร์เซ็นต์

การใช้ประโยชน์  เป็นอาหาร โค กระบือ สมุนไพร มีกลิ่นเหม็นเขียวเนื่องจากมีสาร Methyl mercaptan เมื่อต้มกลิ่นจะระเหยไป นำมาทำอาหารได้ ทั้งต้น รสขม แก้ตัวร้อน ขับลม แก้ท้องเสีย ขับพยาธิไส้เดือน เป็นยาอายุวัฒนะ ต้มดื่มขับปัสสาวะ ถอนพิษสุรา ยาสูบ พิษจากอาหาร ใบ รสขมแก้พิษงู แก้ปวดฟัน แก้เริม แก้ปวดแสบปวดร้อน ทำเป็นอาหารบำรุงกำลังคนฟื้นไข้ หรือคนชรา ราก รสขมเย็น ฝนหยอดตา แก้ตาฟาง ตาแฉะ ต้มดื่มทำให้อาเจียน ฝนทาแก้ริดสีดวงทวาร ผล ทาฟันทำให้ฟันมีสีดำ แก้ปวดฟัน (วุฒิ, 2540)

And more! See  http://www.dld.go.th/nutrition/Nutrition_Knowlage/index_research.htm

http://www.dld.go.th/nutrition/exhibision/native_grass/other/Paederia%20%20scandens.htm
ย่านพาโหม วงศ์ RUBIACEAE
Paederia scandens (Lour.) Merr.
(syn. Paederia tomentosa Blume var. glabra Kurz)

ชื่อสามัญ ย่านพาโหม (สุราษฏร์ธานี) เถาผ้าห่ม (ประจวบคีรีขันธ์) มันปู (สงขลา) ตดหมา ปานูดู (ภาคเหนือ)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร ลักษณะลำต้นเลื้อยพัน อายุหลายปี มีกลิ่นฉุน ลำต้นเรียวยาวกิ่งมีขนละเอียดสีขาวปกคลุม เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 2.2 – 3.5 มิลลิเมตร ใบเดี่ยว (simple) เรียงตรงกันข้าม รูปร่างใบรูปไข่ (ovate) รูปขอบขนาน (oblong) และ รูปขอบขนานแกมไข่(ovate-oblong) กว้าง 2.4 – 4.0 เซนติเมตร ยาว 7.1 – 10.2 เซนติเมตร ก้านใบยาว 1.8 – 4.1 เซนติเมตร หน้าใบและหลังใบมีขนละเอียดสั้นๆปกคลุมตามเส้นกลางใบ เส้นใบ และปกคลุมหนาแน่นตามขอบใบหลังใบมีปุยขนสั้นๆสีขาว เป็นกระจุก ที่มุมเส้นกลางใบตัดกับเส้นใบ มีหูใบ (stipule) ออกดอกตามซอกใบ กลีบดอกสีม่วงแดง พันธุ์ที่รวบรวมมี 2 กลุ่มคือ SN 196 และ SN 230 (P. tomentosa var. glabra) ใบจะบางกว่า กลิ่นฉุนกว่า รับประทานเป็นผักใส่ข้าวยำ ส่วน SN 171 และ SN 215 (P. tomentosa) กลิ่นเหม็นเขียว รับประทานไม่ได้

แหล่งที่พบและเก็บรวบรวมพันธุ์ พบในดินที่มีสภาพดินลูกรัง pH 7 เช่น อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช (SN 196) อำเภอทุ่งหว้า อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล (SN 171 และ SN 230) ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 35 – 77 เมตร

คุณค่าทางอาหาร อายุ 45 วัน มีโปรตีน 9.7 – 11.6 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัส 0.28 เปอร์เซ็นต์ โพแทสเซียม 2.23 – 2.46 เปอร์เซ็นต์ แคลเซียม 1.47 – 1.64 เปอร์เซ็นต์ ADF 35.8 – 42.3 เปอร์เซ็นต์ NDF 43.0 – 46.9 เปอร์เซ็นต์ DMD 69.9 เปอร์เซ็นต์ (โดยวิธี Nylon bag) ลิกนิน 15.2 เปอร์เซ็นต์

การใช้ประโยชน์ เป็นอาหารสัตว์ โค กระบือ รับประทานเป็นผักใส่ข้าวยำ สมุนไพรยาพื้นบ้านล้านนาใช้รากย่านพาโหม เปลือกต้นเพกา เหง้าไพล กะเม็งทั้งต้น ชนิดละเท่าๆกัน ตากแห้งบดเป็นผง ผสมน้ำอุ่นหรือเหล้าดื่มรักษาโรคลมที่มีอาการไข้และ เลือดลมเดินไม่สะดวก ตำรายาไทย แก้ท้องเสีย ลำไส้พิการ ราก หยอดตา แก้ตาฟาง ตามัว ตาแฉะ ใบ ตำพอกแก้รำมะนาด (วงศ์สถิตย์ และคณะ, 2539)

I will need more time to learn (verify) the data. It looks like a real complex and intermingled story of Thais. But perhaps you can help me by telling 'what you know' ;-)