ต้นไม้ ดอกไม้ ภูเขา น้ำตก ความสุข เพื่อนสนิท @Garden by the Bay, Singapore



...

ท่าเรือ Clarke Quay ในยามบ่ายของวันเสาร์เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน นานๆ ทีจะมีเรือที่นำผู้คนท่องแม่น้ำสิงคโปร์มาจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่านี้ ชายคนขับเรือคนหนึ่งถือถุงใส่กล่องอาหารเย็นเดินผ่านไปประจำที่คนขับเรือ แล้วเรือลำหนึ่งก็ออกจากท่าน้ำไปทาง Boat Quay คงอีกหลายชั่วโมงกว่าหน้าที่การสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวผู้โดยสารจะหมดลงในวันนี้

คนข้างกายกับฉันนั่งทานขนมเค้กและไอศครีมอยู่อย่างอ้อยอิ่งที่ร้านกาแฟซึ่งติดกับท่าเรือ พร้อมนั่งดูวิวริมสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งฝั่งตรงข้ามคือห้างสรรพสินค้าชื่อดังชื่อ The Central และฝั่งที่เรานั่งอยู่ก็เป็นตึกแถวสีสันสดใส เป็นที่ตั้งของร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศดีมากมายหลายร้าน เป็นที่กิน ที่ดื่ม ที่เที่ยวของชาวสิงคโปร์และชาวต่างชาติมานานพอควร โดยมีสะพานคนเดิน Coleman Bridge และสะพาน Read Bridge เชื่อมสองฝั่งแม่น้ำอยู่ 

Clarke Quay แห่งนี้เมื่อก่อนคือท่าเรือสำคัญของเมือง สำหรับการค้าขายนำเข้าออกสินค้า จากท่าเรือที่ขนสินค้ามาจากต่างทิศ กลับกลายมาเป็นท่าเรือขึ้นลงสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป จากโกดังเก็บของริมน้ำเมื่อก่อน ตอนนี้ทุกอาคารเปลี่ยนแปลงมาเป็นร้านรวงและผับบาร์ จากศูนย์กลางการค้า ก็กลายมาเป็นแหล่งบันเทิงที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ บริเวณนี้คงจะคึกคักขึ้นเมื่อยามค่ำย่างกรายเข้ามาเยือน Clarke Quay ยังคงความสำคัญอยู่เสมอแม้เวลาจะผ่านไป ด้วยการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับยุคสมัยที่แปรเปลี่ยน

อากาศร้อนอบอ้าวพร้อมความชื้นในอากาศอย่างเต็มเปี่ยมหลังฝนที่เพิ่งหยุดตกให้ความหวังเล็กๆ กับเราว่าช่วงเย็นของวันอาจไม่มีฝนอีก เพราะเรานัดกับเพื่อนๆ ไว้ว่าจะไปเดินชม Garden by the Bay ในค่ำวันนี้

ฉันรู้สึกดีใจอย่างมากมายที่เห็นดวง เพื่อนสนิทสมัยมัธยมเดินขึ้นมาจากท่าเรือหลังจากการชมวิวล่องแม่น้ำสิงคโปร์ เกือบยี่สิบปีที่เราไม่ได้พบเจอกันด้วยการเรียนและการงานที่ต่างที่กันตั้งแต่เราจบมัธยมต้น แต่วันนี้เรามาพบกันอีกครั้งในเมืองสิงโตที่ฉันมาอาศัยอยู่ และดวงได้เลือกมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่กับพี่แอนเพื่อนอีกคนของเธอ...

เราทักทายกันพอหอมปากหอมคอแล้วก็ชวนกันเดินทางไปที่ Gardens by the Bay โอเอซิสแห่งใหม่ใจกลางเมืองซึ่งสร้างขึ้นมาจากที่ดินที่เกิดจากการถมชายทะเลแถบนี้ Gardens by the Bay หรือโครงการสวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าวมารีน่าที่ยิ่งใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กว่าหนึ่งร้อยเฮกเตอร์ แบ่งออกเป็นสามส่วน ขณะนี้มีเพียง Bay South Garden ที่เปิดให้ผู้คนเข้าชมอย่างสมบูรณ์ อีกสองส่วนคือ Bay Central Garden และ Bay East Garden กำลังมีการดำเนินการก่อสร้างปรับปรุง ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในอีกสองสามปีข้างหน้า สวนพฤษศาสตร์แห่งนี้ใช้ทุนสร้างประมาณหนึ่งพันล้านเหรียญและใช้เวลาในการคิดการเตรียมงานและการสร้างเกือบสิบปี National Park Board หรือคณะบริหารอุทยานแห่งชาติเจ้าของและผู้ดูแลสวนสาธารณะแห่งนี้และทั่วเมืองนี้ก็ตั้งความหวังไว้ว่า Gardens by the Bay จะเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่เชิดหน้าชูตาของสิงคโปร์ เช่นเดียวกับ Central Park ในนิวยอร์ก หรือ Kew Garden ในเมืองลอนดอน

Bay South Garden เป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งแก่ชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่ตื่นตาตื่นใจ ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปลายเดือนมิถุนายน 2012 ในพื้นที่กว่า 54 เฮกเตอร์ ที่นี่เป็นสถานที่รวบรวมพรรณไม้นานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก มาจัดแสดงอย่างสวยงาม มีการผสมผสานศิลปะด้านสถาปัตยกรรมและโนโลยีล้ำสมัยให้เข้ากับพืชพรรณไม้ได้อย่างลงตัว

หลังจากซื้อบัตรผ่านเข้าชมสวนเสร็จแล้ว เราพากันเดินไปทานอาหารเย็นในแบบฉบับอาหารพื้นเมืองที่ Hill Street Coffee Shop ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ Supertree ต้นไม้จำลองยักษ์ ที่สวยงามในยามค่ำ ร้านอาหารแห่งนี้ให้ความรู้สึกของสิงคโปร์ในวันวานด้วยการตกแต่งร้านให้เป็นแบบร้านกาแฟในสมัยก่อน นอกจากนี้เมนูอาหารต่างๆ ก็ล้วนแต่เป็นอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อในสิงคโปร์ ฉันสั่ง Laksa, Mee Siam และ Satay มาให้ดวงกับพี่แอนได้ลิ้มลอง และสำหรับเรา ผัดหมี่เจ ปอเปี๊ยะทอด และเต้าหู้ราดซอสพริก ก็สุดแสนจะอิ่มอร่อยท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่าย สบายๆ ภาพที่ฉันกับดวงนั่งทานข้าวด้วยกันในห้องเรียนในยามพักกลางวันเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วผ่านเข้ามาในความทรงจำ ด้วยความที่เราเป็นเด็กเรียนเหมือนกัน เราจึงค่อนข้างสนิทกันมากในตอนนั้น มีช่วงหนึ่งที่เราต่างห่อข้าวมาจากบ้านมาทานด้วยกันแทบทุกวัน ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าช่วงเวลานั้นมันเพิ่งผ่านไปไม่นานมานี้

ความทรงจำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อเตือนให้รู้ว่าเรามีอายุขึ้นมากอย่างช่วยไม่ได้

...


...



...

หลังอาหารเย็นเราเดินผ่านต้นไม้จำลองยักษ์ หรือ SuperTree ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีลักษณะคล้ายต้นไม้ใหญ่มีกิ่งก้านสาขาแผ่กระจาย ลำต้นของต้นไม้ยักษ์ถูกปกคลุมไปด้วยพืชไม้เลื้อย เฟิร์น กล้วยไม้หลากหลายพันธุ์มามาย นอกจากการจำลองโครงสร้างของต้นไม้ที่ให้ร่มเงาแล้ว SuperTree ก็ยังจำลองวงเวียนชีวิตของต้นไม้ในธรรมชาติอีกด้วย อาทิเช่นการสังเคราะห์แสง ต้นไม้จำลองยักษ์ทุกต้นมีแผงโซล่าเซลล์สำหรับเก็บกักพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เป็นไฟฟ้าประดับในยามค่ำคืน ต้นไม้จำลองยักษ์มีระบบการเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้สำหรับรางน้ำและน้ำพุรอบบริเวณเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ดึงดูดน้ำฝนมาใช้ และ SuperTree ยังมีหน้าที่เป็นที่ช่วยในการหมุนเวียนอากาศให้กับห้องจำลองในบริเณนั้นด้วย

ในสวนนี้มีต้นไม้จำลองยักษ์ถึง 18 ต้นด้วยกัน ด้วยขนาดและความสูงที่ลดหลั่นกันไปจาก 25 - 50 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึก 9 - 16 ชั้น มีสะพานลอยเป็นทางเดินยาว 128 เมตรเชื่อมต้นไม้จำลองยักษ์สองต้นเข้าด้วยกัน ให้ผู้คนได้มองเห็นอ่าวมารีน่าและเมืองโดยรอบจากมุมสูงที่สวยงาม นอกจากนี้ก็ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการให้ผู้คนที่ต้องการทานอาหารพร้อมชมทิวทัศน์ที่สวยงามบนต้นไม้จำลองยักษ์ต้นที่สูงที่สุดอีกด้วย เสียงดนตรีที่ครึกครื้นบวกแสงสีที่สวยงาม เนรมิตสวนนี้ให้น่าตื่นตาตื่นใจขึ้นในยามหัวค่ำ เด็กๆ วิ่งเล่นกันอ่างสนุกสนาน ผู้ปกครองก็ได้ผ่อนคลายไปในตัว นักท่องเที่ยวก็ถ่ายรูปก็บภาพแห่งความประทับใจเอาไว้ ด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น SuperTree จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของสวนสาธารณะแห่งนี้ไปแล้ว

เราเดินเข้าไปที่อาคารแสดงพืชพันธุ์ไม้ที่ The Flower Dome ซึ่งเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่มหึมาประมาณ 1.2 เฮกเตอร์ (ประมาณ 7.5 ไร่) อาคารนี้มีการออกแบบที่น่าทึ่งไม่น้อยเพราะภายในเรือนกระจกนี้ไม่มีเสาให้เห็นเลย ภายในเรือนกระจกมีโครงสร้างเป็นตารางเหล็กขนาดใหญ่สวยงาม นอกเหนือไปจากความตื่นตาของดอกไม้ ต้นไม้นานาพันธุ์ที่นำมาแสดงจากทั่วมุมโลกให้ผู้คนที่ตั้งใจมาชื่นชม ที่นี่คงให้ความตื่นใจมากมายสำหรับคนที่ชอบการออกแบบและสถาปัตยกรรมอีกด้วย 

...



...

ภาพดอกไม้ขนาดใหญ่ พร้อมแสงสีสันสวยงาม ให้การต้อนรับผู้คนที่เดินเข้าไปในอาคารด้วยความสดใส จากอากาศร้อนชื้นจากภายนอก ทำให้ช่วงขณะที่เข้าไปสัมผัสอากาศแห้งและเย็นเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น การจำลองภูมิอากาศที่แห้งเย็นคล้ายในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ออสเตรเลีย แคลิฟอร์เนีย ยุโรปใต้ และอัฟริกาใต้ในเรือนกระจกนี้ให้ความรู้สึกของฤดูใบไม้ผลิตลอดปี ดอกไม้หลากหลายชนิด ต่างสีสันเผยความงดงามของตัวตนให้ชมอย่างน่าทึ่ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้บางชนิดโชยมาแตะจมูกให้ความรู้สึกสุขใจเหลือเกิน แม้ในยามค่ำคืนยังสวยงามปานนี้ หากเป็นกลางวันจะยิ่งสวยงามขนาดไหน เราต่างสงสัย ฉันกับดวงเดินคุยกันบ้าง ถ่ายรูปไปด้วยกันบ้าง ต่างเก็บเกี่ยวความงดงามที่ีมีอยู่ตรงหน้าอย่างเต็มที่

ความอลังการของ Flower Dome ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ภายในเรือนกระจกยังมีพืชทะเลทราย สวนปาล์ม และต้นไม้รูปทรงแปลกๆ ให้ดูชมมากมาย นอกจากนี้สื่อมัลติมีเดียได้ถูกนำมาใช้ในการแสดงนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์ของพืช วงจรชีวิตของดอกไม้ ตลอดจนการผสมเกสรต่างๆ ของพืชอีกด้วย และภายในอาคารยังมีมุมอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการให้ผู้คนได้อิ่มอร่อยขณะซึมซับในบรรยากาศที่สวยงามแบบนี้ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดก่อนเรือนกระจกจะปิดตัวลงในยามค่ำ เราจึงพากันเดินออกไปสัมผัสบรรยากาศที่ต่างไปในอาคารฝาแฝดอีกอาคารหนึ่ง

...



..

เมื่อประตูของอาคารเรือนกระจก Cloud Forest เปิดออกโดยอัตโนมัตเมื่อเราเดินไปใกล้ทางเข้า ความเย็นเยือกและละอองน้ำจากน้ำตกจำลองโปรยมาสัมผัสใบหน้าและผิวกาย เด็กๆ วิ่งเข้าไปรับละอองน้ำใกล้น้ำตกอย่างสนุกสนาน อาคารเรือนกระจก Cloud Forest จำลองภูเขาสูง 42 เมตรและพืชพันธุ์ไม้ของภูมิอากาศในแถบความสูงจากกระดับน้ำทะเล 1000 - 3000 เมตรในแถบเอเชีย อเมริกาใต้มาไว้ที่นี่ รวมไปถึงน้ำตกสูง 35 เมตร เราสามรถขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นสูงสุดของภูเขาในส่วนที่เรียกว่า The lost world แล้วเดินลงมาตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สร้างขึ้นริมภูเขาจำลอง ดอกไม้ ต้นไม้ เฟิร์น ไม้เลื้อย กล้วยไม้ รวมไปถึงพืชกินสัตว์ต่างชนิดที่มีให้ชมอย่างจุใจ

ถึงแม้อาคารกระจก Cloud Forest จะมีขนาดประมาณ 0.8 เฮกเตอร์หรือประมาณ 5 ไร่ เล็กกว่า The Flower Dome สักหน่อย แต่ความตื่นตะลึงที่สถานที่แห่งนี้มีให้ผู้มาเยี่ยมชมก็มีไม่น้อยเลย เราสามารถชื่นชมความงดงามที่จำลองมาจากธรรมชาติ สีเขียวขจีของใบไม้ต้นไม้ สัมผัสละอองน้ำตกอย่างชื่นใจในวันร้อน และในขณะเดียวกันก็สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของสถาปัตยกรรมรอบอ่าวมารีนาภายนอกได้ชัดเจนผ่านเรือนกระจกไร้เสาแห่งนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในที่สองที่ในเวลาเดียวกัน มิใช่สิ...บางครั้งใจเราก็แอบเดินทางกลับเมืองไทย ที่ที่เราจากมาผ่านบทสนทนากับผองเพื่อนอีกด้วย

ก่อนออกจากอาคาร Cloud Forest เราแวะชมสารคดีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในโลกว่าแต่ละองศาที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้น จะเกิดอะไรบนโลกใบนี้ถ้าหากเราไม่ช่วยกันดูแลโลก เป็นการเตือนผู้คนให้ตระหนักว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอีกแค่ 5 องศา ทุกอย่างที่เราเห็นที่เรามีก็จะกลายเป็นเพียงภาพความทรงจำ เราเดินออกจากอาคารเพราะคำเชื้อเชิญของเจ้าหน้าที่เมื่อถึงเวลาปิดอาคาร

..



..


..


...

ฉันเคยอ่านผ่านตาคำวิพากษ์วิจารณ์ถึงสวนสาธารณะแห่งนี้จากชาวสิงคโปร์บางคนที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างสถานที่แห่งนี้ บ้างก็ว่าเป็นการสิ้นเปลืองเงินทองขอรัฐ บ้างก็ไม่เห็นด้วยกับการจำลองธรรมชาติที่มีอยู่แล้วและงดงามยิ่งกว่า ฯลฯ ฉันนึกถึงภาพผู้ปกครองจูงมือเด็กๆ เดินเล่นดูดอกไม้ในสวน ฉันนึกถึงรอยยิ้มของเด็กๆ ที่วิ่งไปมาอย่างร่าเริงใต้ต้นไม้จำลองยักษ์ ฉันนึกถึงเด็กชายที่ปีนป่ายอยู่บนตอไม้จำลองและขึ้นไปนั่งอยู่ส่วนที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ฉันนึกถึงแววตาของความตื่นตะลึงของของเด็กๆ ที่แหงนคอมองต้นไม้จำลองยักษ์ ฉันเห็นความไร้เดียงสาของเด็กๆ ที่วิ่งเข้าไปกางแขนรับละอองน้ำตกอย่างตื่นเต้น ฉันมองเห็นดวงตาใสแจ๋วของเด็กๆ ที่นั่งดูมัลติมีเดียเกี่ยวกับอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้น 

หากสิ่งที่เราทำในวันนี้คือการลงทุนเพื่อคนในวันข้างหน้า ในมุมมองนี้ฉันคิดว่า Garden by the Bay เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ

และในวันนี้แน่นอนที่สวนสาธารณะแห่งใหม่ของเมืองได้เปิดแขนต้อนรับเพื่อนเก่าสองคนในยามค่ำของวันเสาร์อย่างมีความสุข 

...


...


...


...


...


...


...


...




Spirited Away - Joe Hisaishi

หมายเลขบันทึก: 531915เขียนเมื่อ 1 เมษายน 2013 22:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 เมษายน 2013 22:50 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (31)


อาจารย์ปริมหายไป นานแสนนาน แสนนาน และแสนนานครับ ;)...

ยินดีด้วยกับความสุขบนเกาะเล็กๆแห่งนี้ที่รัฐให้ความใส่ใจมอบแก่พลเมืองของเขาค่ะ

บนสองขาแห่งความไม่จิรัง...หากมั่นคง..พาชีวิตก้าวพ้น..สุดๆคือกลับคืนสู่...ธรรม..(อัน. อลังการ  ในชีวิตที่สรรค์สร้าง จินตนาการ)..ยายธี

ระลึกถึง เพื่อนเก่า ...จังเลยครับ

อ่านแล้ว ซึ้งใจ มากครับ...ขอบคุณมากนะครับ

เมืองไทยอากาศร้อน

เกาะเล็ก ๆ คงเย็นน่าอยู่มากๆ

อรุณสวัสดิ์ครับ....รอคอยการกลับมาเสมอ...บทความที่ทำให้เกิดความสุขด้วยมุมมองที่ละเอียดละไมละมุน...บทเพลงที่ไพเราะมากๆ ....คุณปริมสบายดีนะครับ....

ไม่ได้อ่านบันทึกของอาจารย์ปริม นานแล้ว แม้ที่ทำงาน ณ ขณะอ่านนี้จะไม่สามารถเปิดดูภาพและฟังเสียงเพลงได้ แต่คำบรรยายก็มากเกินพอจะให้เห็นความสวยงาม ความไพเราะ ได้ด้วยจินตนาการ....

บ้านเขาพัฒนาไปมากเลยนะครับ ชอบภาพถ่ายและเรื่องที่เขียน

บ้านเขาจำลองแต่สิ่งที่ให้เด็กๆได้เรียนรู้ บ้านเราสร้างถนนอย่างเดียวนะครับ

ให้ดอกไม้ไว้ก่อนนะคะ  จะไปละเลียดอ่านคืนนี้

แวะมาทักทายค่ะ

ภาพสวยมากเลยค่ะ

กำลังนั่งดู "คู่กรรม" ที่นำเสนอใน TV ช่อง 5 พร้อมสลับดูข้อมูลใน g2k (เวลาโฆษณา)

ละครน่าจะใกล้จบแล้ว  เพราะ "อังศุมาริน"  กำลังตั้งครรภ์   ท่วงทำนองเพลงประกอบ เนื้อหา

และตัวแสดง โดยเฉพาะ หนูนา และ บี้ เดอะสตาร์  แสดงได้ถึงบทบาทของแต่ละคนมาก 


เพราะอากาศที่เมืองไทยโดยทั่วไป ค่อนข้างร้อนอบอ้าวมากกว่าปีก่อน ๆ  หลายจังหวัดมีคนสูงอายุต้องเสียชีวิต

จากสภาพอากาศที่เป็นอยู่  แต่ละวันจึงต้องพยายามจิบน้ำสะอาดดื่มเป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะ "ร้อนเกิน"


ดีใจนะครับ  ที่มีเวลามานั่งเขียนบันทึกให้สมาชิก g2k อ่าน  

บางครั้งเราก็ต้องเลือกที่จะทำงานตามหน้าที่ก่อนที่จะมาแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ณ เวทีแห่งนี้

สุข สวัสดี ครับ

ขอบคุณที่มา update สถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์คะ ผ่านไป 2-3 ปี มีที่ให้น่าไปเที่ยวเพิ่มอีกแล้ว

สวนสาธารณะนี้เปิดให้คนเข้าฟรีไหมคะ

สวยจังค่ะ ได้รับรู้เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยตัวเองอีกแล้วค่ะ ขอบคุณน้องปริมมากๆค่ะ

  • ถ่้ายภาพได้สวยมากครับ

สวัสดีค่ะอาจารย์วัส,

หนังสือเล่มใหม่ของคุณวินทร์ ต้องไปหามาไว้อ่านให้กำลังใจตัวเองอีกค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

ในฐานะผู้อาศัย ปริมก็ทำได้เพียงชื่นชมสิ่งที่รัฐทำให้ประชาชนของเขาอย่างจริงใจและด้วยความขอบคุณค่ะ จะได้ช่วยเพิ่มสถิติคนมีความสุขในเมืองนี้อีก 1 คน

อากาศร้อนคุณี่ใหญ่รักษาสุขภาพนะคะ

สวัสดีค่ะคุณยายธี

ปริมคงต้องค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ก้าว ค่อยๆ รู้เท่าทัน แลค่อยๆ ซึมซับค่ะ

ขอบคุณค่ะคุณยายธี

ท่านอาจารย์ชยพรคะ

ปี๋ใหม่เมืองนี้ปิ๊กบ้านไปหาเพื่อนเก่าก่อเจ้า

อากาศร้อน รัษาสุขภาพด้วยค่ะ

ท่านอาจารย์ชยันต์

ที่นี่ร้อนสู้บ้านเราไม่ได้ค่ะ เพราะมีลมทะเลพัดและฝนตกแทบทุกวันเลยค่ะ

อาจารย์รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

ขอบคุณนะคะ กับความสวยงาม ที่มาแบ่งปันให้ได้ชม ได้อ่าน

ด้วยระลึกถึงเสมอ:)

สวัสดีค่ะคุณหมอทิมดาบ

ปริมชอบงานของ Joe Hisaishi มากค่ะ ดนตรีเขาลุ่มลึกมากๆ เลย เพราะจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ค่ะ

ปริมสบายดีแล้วค่ะ หลังจากป่วยไปสองสัปดาห์เต็มๆ คุณหมอรักษาสุขภาพด้วยนะคะ เห็นงานหนักเหลือเกิน ;)

สวัสดีค่ะคุณพิชัย

จินตนาการเป็นสิ่งที่ดีเลิศเลยนะคะ ว่ากันว่าการอ่านหนังสือช่วยให้คนมีจินตนาการมากกว่าการดูด้วยค่ะ

ประโยชน์ของการไม่มี ;)

สุขสันต์วันทำงานอีกวันนะคะ

ท่านอาจารย์ขจิต

ที่นี่ไม่ค่อยมีที่ให้สร้างถนนมากมายค่ะ เขาจึงต้องจำกัดจำนวนรถที่วิ่งบนท้องถนน ราคารถพุ่งสูงขึ้นเป็นสองเท่าในสองสามปีมานี้ค่ะ


ไม่มีที่ดินให้สร้างถนนก็ดีเหมือนกันนะคะ ;)

ขอบคุณคุณหมอธิรัมภา สำหรับดอกไม้แห่งความระลึกถึงค่ะ ;)

คุณหมอสบายดีนะคะ

สวัสดีค่ะคุณ Bonnie,

ขอบคุณค่ะที่กรุณามาทักทาย ทิวทัศน์ที่นี่สวยแปลกตาค่ะ ภาพเลยออกมาดูดี 

สุขสันต์วันทำงานค่ะ

คู่กรรมเป็นหนังสือนิยายที่อ่านจบไปหลายต่อหลายรอบสมัยเป็นเด็กค่ะ ได้ยินมาว่าละครเวอร์ชั่นนี้ทำได้ดีมาก คงต้องหาโอกาสนั่งดูบ้างค่ะ

ขอบคุณคุณคณินที่มาทักทายกันนะคะ อากาศร้อนมาก ต้องทำใจให้เย็นเข้าช่วยค่ะ 

รักษาสุขภาพนะคะ ;)

สวัสดีค่ะอาจารย์หมอ ป.

หากไปเดินแถบต้นไม้จำลองยักษ์ด้านนอกไม่ต้องซื้อบัตรค่ะ หากจะไปเดินบนสะพานลอย หรือเข้าไปในอาคารจำลองต้องซื้อบัตรค่ะ คนละ 28 เหรียญ ค่ะ


ว่างๆ มาเที่ยวนะคะ เขามีที่เที่ยวเปิดใหม่ทุกสองสามปีค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่ kunrapee

มาเที่ยวที่นี่ต้องเอาขาตั้งกล้องมาด้วยนะคะคุณพี่ ;)

ปริมคุยกับคนข้างกายว่าจะกลับไปถ่ายรูปอีกน่ะค่ะ

ขอบคุณค่ะคุณสามสัก

ว่าจะไปถ่ายรูปเป็นการเฉพาะกิจอีกทีน่ะค่ะ ;)

ไหนๆ เขาก็อุตสาห์ทุ่มทุนสร้างให้ดูชมแล้ว ต้องกลับไปดูพืชพันธุ์ไม้หายากอีกแน่นอนค่ะ


สวัสดีค่ะคุณหนูรี

ด้วยความยินดีที่ได้แบ่งปันค่ะ

พักนี้ไม่ค่อยได้มาที่นี่บ่อยๆ แต่ยังระลึกถึงเสมอเช่นกันค่ะ

;)

ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม Garden by the bay ไปพร้อมๆ กันนะคะ 

อากาศบ้านเราร้อน....รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี