ชูวิทย์ I'm No.5 shared a link

อนาคตประเทศไทย
โดย ชูวิทย์ 

ผมนึกถึงนักร้องเพื่อชีวิตคนดัง แอ๊ด คาราบาว เพลง "ราชาเงินผ่อน" เพลงเขาว่า ".... ข้าวของเครื่องใช้ก็ซื้อได้ด้วยดาวน์ ผ่อนกันยาวๆ ดอกเบี้ยบานตะไท ดอกทวีคูณก็หมุนเดือนชนเดือน เขาคอยมาเตือนว่าผ่อนช้าเกินไป ก็อยากจะใช้แต่สิ่งของจำเป็น ทีวี ตู้เย็น จำเป็นต้องใช้.... ให้ลืมทุกข์โศกลืมโลกวกวน ลืมหน้าคนบางคนที่ชอบเอาเปรียบอยู่ร่ำไป"

การกู้เงินครั้งประวัติศาสตร์ 2.2 ล้านล้าน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติคประเทศไทย กู้มาแล้วก็ต้องผ่อน ไม่ใช่ข องฟรี ในเมื่อประชาชนกว่า 60 ล้านคน จะต้องเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ผ่อนกัน 50 ปี เพื่อให้ได้ระบบขนส่งแบบประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้


หากได้แบบนั้นจริงๆ ทำไมผมจะไปปฏิเสธ เช้านั่งรถไฟความเร็วสูงไปกินข้าวซอยที่เชียงใหม่ เย็นไปกินผัดหมี่ที่โคราช แล้วกลางคืนไปนอนกินลมตากอากาศที่หัวหิน ใครๆก็อยากได้ทั้งนั้นล่ะครับ

ที่สำคัญคนดำเนินการต้องมีประสบการณ์ ผลงานต้องมี เพราะจะไปกู้เงิน คนให้กู้คือธนาคาร เมื่อโครงการดี หลักประกันมี ก็ต้องพิจารณาถึงความสามารถของผู้ทำงานโครงการนี้

แล้วคุณทราบหรือไม่ครับว่าใคร? กระทรวงคมนาคม และ การรถไฟแห่งประเทศไทย พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้างด้วย!! กระทรวงนี้เหม็นฉาวโฉ่ แม้กระทั่งอดีตปลัด ยังมีเงินเต็มตู้เสื้อผ้า ไม่รู้ว่าตู้กับข้าว ตู้เย็น จะเต็มไปด้วยเงินหรือเปล่า เรียกว่าเรื่องฉาวโฉ่ ทุจริตคอรัปชั่น ขนาด ปปช. มีมติเอกฉันฑ์ว่า มีความผิดในข้อหา "ร่ำรวยผิดปกติ" มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย ขาดทุนบานทะโร่ ถึงสิ้นปีนี้คาดว่าขาดทุนสะสมทะลุแสนล้าน

ผลงานแบบนี้หากเป็นธุรกิจเอกชน ถึงขนาดเจ๊งล้มละลาย แล้วธนาคารที่ไหนจะไปให้บริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนแบบนี้กู้ แล้วยังไม่พอ ดูโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ ที่ไปเลียนแบบต่างประเทศ อยากมีเหมือนคนอื่นเขา ลอกได้แต่ทางกายภาพ ส่วนจิตวิญญาณไม่ได้เอามาด้วย ก็เลยขาดทุน ลงทุนไปกว่า 2 หมื่นล้าน ขาดทุนมาโดยตลอด จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีคน ตอนนี้ผ่านไปกว่า 5 ปี เพิ่งคิดออกว่าจะสร้างสะพานเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดิน

เมื่อผลงานไม่มี ขาดทุนสะสมขนาดที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แจ้งว่า การดำเนินงานถึงขั้น "วิกฤต" แล้วยังจะกู้เพื่อให้การรถไฟไปดำเนินการอีก ถามจริงๆเถอะว่าขนหัวลุกหรือไม่?

ในเมื่ออยากกู้เพื่อไปขยายจริงๆ ก็ควรจะเอาไปเป็นสเตปๆ ไม่ต้องอนุมัติ 2.2 ล้านล้าน แต่เอาไป 5 แสนล้านก่อน ดูผลงาน หากทำดี งานมีความคืบหน้า แล้วค่อยไปลงทุนเพิ่ม ไม่ใช่แบบโรงพัก 396 แห่ง นี่ก็งบเงินกู้ สร้างมา 2 ปีมีแต่เสาตอม่อ แล้วนี่จะสร้างมามีแต่หมอนรถไฟหรือเปล่า? การดำเนินธุรกิจ ธนาคารที่ไหนก็ต้องพิจารณาแบบนี้ ไม่มีใครเขาอนุมัติไปให้ทั้งก้อนทีเดียว เขาต้องดูผลงานการก่อสร้าง

หากท้ายสุดผ่านไป โครงการได้แค่หมอนรถไฟ รถไฟมาแต่รางสร้างไม่เสร็จ แล้วประชาชนอย่างเราๆก็ได้แต่มองหน้าเหรอหรา แล้วแต่เวรแต่กรรมหรืออย่างไร? ส่วนในสภาก็โทษกันไปมา แบบเดียวกับเรื่องโรงพัก 396 แห่ง ว่ารวมสัญญาแยกสัญญา ใครผิดใครถูก ไอ้นั่นมันงบ 6 พันล้าน ไอ้นี่มันกู้ถึง 2 ล้านล้าน จะไม่ให้กลัวได้อย่างไร?

ส่วนผมอย่าหาว่า "ดราม่า" ก็ต้องเอาเรื่องไปพูดให้ประชาชนฟัง พูดอย่างเดียวไม่พอมันต้องทุบโชว์ด้วย (ถึงจะได้ออกทีวี) เที่ยวก่อนทุบโรงพักไป เที่ยวนี้จะต้องมาทุบรถไฟอีกหรือเปล่าไม่รู้?

ชูวิทย์ I'm No.5



ถ้าคิดไม่ออกว่า 2,000,000,000,000 บาท มันเยอะขนาดไหน ก็ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า เอามาซื้อชาเขียวโออิชิได้ 1 แสนล้านขวด ถ้าเอาขวดที่ซื้อมาทั้งหมดมาตั้งเรียงซ้อนกัน จะเรียงไปถึงดวงจันทร์ได้ 52 แถว

เอามาซื้อฮอนด้าซิวิคได้ 2,570,000 คัน หรือจำนวนประมาณ 1 ใน 10 ของรถทั้งหมดที่มีในประเทศไทย เอามาเรียงแถมไปกลับญี่ปุ่นได้ 2 แถว