ประวัติยาเบญจกูล

เบญจกูลคือ การกำจัดยา หรือกำหนดตัวยาที่มีรสร้อน 5 อย่าง

เมื่อเอ่ยถึงเบญจกูล ผู้คนที่รู้จักยาสมุนไพรไทยจะบอกได้ทันทีว่า เบญจกูลคือสมุนไพร ๕ ชนิด ได้แก่ ดอกดีปลี รากช้าพลู  เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิง

พระอาจารย์ได้กล่าวสืบต่อกันมาว่ามีฤษี ๖ ตน แต่ละตนได้ศึกษาค้นคว้าตัวยาและค้นพบโดยบังเอิญ และตัวอย่างแต่ละอย่างนั้นมีสรรพคุณรักษาโรค และสมุฏฐานต่างๆ ได้มีประวัติไว้ดังนี้

ฤาษีตนหนึ่งชื่อ “ ปัพพะตัง”   บริโภคซึ่งดีปลี อาจระงับ อชิณโรคได้ (อชิณโรค คือการแพ้ของแสลง)

ฤาษีตนหนึ่งชื่อ “อุธา”   บริโภคซึ่งรากช้าพลู อาจระงับซึ่งเมื่อยขบได้

ฤาษีตนหนึ่งชื่อ “บุพเทวา”   บริโภคซึ่งเถาสะค้าน อาจระงับซึ่งเสมหะและวาโยได้

ฤาษีตนหนึ่งชื่อ “บุพพรต”   บริโภคซึ่งรากเจตมูลเพลิง อาจระงับโรคอันบังเกิดแต่ดีอันกระทำให้หนาว และ เย็นได้

ฤาษีตนหนึ่งชื่อ “มหิทธิธรรม”   บริโภคซึ่งเหง้าขิง อาจระงับตรีโทษได้

ฤาษีตนหนึ่งชื่อ “มุรทาธร”   เป็นผู้ประมวลสรรพยาทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน ให้ชื่อว่าพิกัดเบญจกูล อาจระงับโรคอันบังเกิดแก่ ทวัตติงสาการ  บำรุงธาตุทั้ง ๔ให้บริบูรณ์ (สรรพคุณรวม ของพิกัดเบญจกูลคือ กระจายกองลมและโลหิต แก้คูถเสมหะ แก้ลมพานไส้ บำรุงกองธาตุทั้ง 4 ให้บริบูรณ์)

<p></p><p>ตัวยาประจำธาตุ</p>

๑.  ดอกดีปลี   ประจำธาตุดิน (ปถวีธาตุ)

๒.  รากช้าพลู   ประจำธาตุน้ำ  (อาโปธาตุ)

๓.  เถาสะค้าน   ประจำธาตุลม (วาโยธาตุ)

๔.  รากเจตมูลเพลิง   ประจำธาตุไฟ (เตโชธาตุ)

๕.  เหง้าขิง  ประจำอากาศธาตุ(ช่องว่างทวารของร่างกาย)

</span></span><p>
</p>

ขอบคุณความรู้เพิ่มเติมจาก http://www.nkgen.com/807.htm