นักเรียนเชื่อถือการเรียนแบบติวเข้มมากกว่าการเรียนในชั้นเรียนตามปกติ

  ครูอ้อยเป็นครูรัฐบาล นักเรียนไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเรียน ถ้าคิดแบบนี้ก็ผิดนะคะ รัฐบาลต้องเสียเงินในการจ้างครูอ้อยเดือนละหลายหมื่น  

นักเรียนสมัยนี้แตกต่างจากนักเรียนสมัยก่อนมากเลย  ทั้งที่นักเรียนสมัยนี้มีเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนมากกว่า  รวมทั้ง สื่อ  อุปกรณ์  และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

นักเรียนสมัยนี้เชื่อถือการเรียนติวเข้มมากกว่าการเรียนในชั้นเรียนปกติ

วันหนึ่งครูอ้อยสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  ตามปกติ  เมื่อนักเรียนคนหนึ่งเข้าใจในบทเรียน  แต่กลับพูดว่า  " ครูสอนเหมือนที่ผมเรียนพิเศษเลยครับ "

แน่นอนค่ะ  โรงเรียนที่สอนพิเศษ  เขาต้องนำเอาหลักสูตรที่ครูสอนตามปกติไปศึกษาและสอนตามนั้น  จะได้รู้แนวการออกข้อสอบของครูประจำ

และรู้สึกว่านักเรียนจะเชื่อฟังครูที่สอนพิเศษมากกว่าครูอ้อยเสียอีกอาจจะเป็นเพราะ

ครูอ้อยเป็นครูรัฐบาล  นักเรียนไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเรียน  เรียนฟรี 12 ปี ถ้าคิดแบบนี้ก็ผิดนะคะ  รัฐบาลต้องเสียเงินในการจ้างครูท่านอื่นๆ  รวมทั้งครูอ้อยเดือนละหลายหมื่น

ในความเป็นจริงแล้ว  นักเรียนน่าจะเชื่อถือครูประจำมากกว่า  เพราะมีสิทธิขีดเขียนชะตากรรมนักเรียนในการสอบ  แต่ไม่เป็นเช่นนั้น

อาจจะเป็นเพราะมาตรการเลื่อนชั้นให้หมด  ห้ามตก  นั่นเอง  นักเรียนจึงไม่ค่อยเชื่อถือครูประจำ  แต่กลับไปเชื่อครูติวเข้มเพราะนักเรียนจะสอบเข้าโรงเรียนอื่นได้เพราะ  ครูสอนติวเข้ม (ใช่หรือ) 

แล้วที่เรียนภาษาอังกฤษอยู่สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง  ไม่เป็นผลทำให้นักเรียนรู้แล้วสอบผ่านหรอกหรือ (น่าน้อยใจจริง)

ยิ่งฟังข่าวตอนบ่ายสามโมงว่า  นักศึกษามหาวิทยาลัย  ไม่มีความสามารถเรียนแบบช่วยตัวเองได้เลย  เรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยเปิดสอนแบบติวเข้ม 

สาเหตุเพราะมีความเชื่อถือการเรียนแบบติวเข้ม  เพราะนักศึกษาผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยการเรียนแบบติวเข้มนั่นเอง

แล้วอะไรจะเกิดขึ้นอีก

ก็คือ  เยาวชนไทยจะไม่รู้จักการเรียนด้วยตัวเองเลย  ไม่มีการลำดับความคิดและความสำคัญ  รอที่จะให้ผู้อื่นมาช่วยอยู่ร่ำไป

นักเรียนเชื่อถือการเรียนแบบติวเข้มมากกว่าการเรียนในชั้นเรียนตามปกติ  จึงมีสาเหตุด้วยประการฉะนี้ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา

คำสำคัญ (Tags)#siriporn#englishteacherkm#enginstruction

หมายเลขบันทึก: 52837, เขียน: 01 Oct 2006 @ 15:23, แก้ไข, 05 May 2014 @ 15:22, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 13, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (13)

Thawat
IP: xxx.120.19.149
เขียนเมื่อ 01 Oct 2006 @ 19:52

เด็กรุ่นใหม่ทุกข์กับการเรียนที่ต้องแข่งขัน   วิธีการใดที่จะทำให้เขาคิดว่าเขาต้องเอาชนะการแข่งขันได้  ก็จำต้องทำ    

อาจจะถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามันฝังวิธีคิดแบบนี้   เหมือนกับฝังโปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้าไปในหัวเด็กเสียแล้ว   เป็นทั่วทั้งประเทศ   ซึ่งต้องปฏิรูปวิธีคิด วิธีเรียนกันทั้งระบบเลยทีเดียว  ตั้งแต่พ่อ-แม่  ครู  (ไม่เฉพาะครูเล็ก  ครูใหญ่ด้วย)   ซึ่งที่จริงผู้ใหญ่นี่แหละตัวดี   ทำให้เด็กต้องทุกข์เช่นนี้

คุณ Thawat คะ 

  • มีผู้ปกครองนักเรียนหลายคนมาติดต่อครูอ้อยบ่อยครั้งมากที่จะให้ไปสอนลูกที่บ้าน
  • และรับอาสาหาสมาชิกให้ด้วย  แต่ครูอ้อยปฏิเสธ
  • กลับบอกไปด้วยว่าไม่เห็นด้วยกับการเรียนพิเศษ  หากแต่ลูกๆสนใจในเวลาเรียนเป็นเพียงพอแล้วในระดับประถมศึกษา

ในความเป็นจริง  เด็กๆต้องสอบแข่งขันกันตั้งแต่ชั้นอนุบาล  มีโรงเรียนรับติวเข้มด้วย แต่ที่โรงเรียนไม่ใช่นะคะ

ขอบคุณค่ะ 

อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณวัฒนา

  • ขอบคุณสำหรับเพลงอันแสนไพเราะที่ส่งมาให้ฟังยามดึกแก้เหงา
  • ที่โคราชฝนตกหนักหรือเปล่าคะ  ครูอ้อยจะไปโคราชวันเสาร์อาทิตย์นี้ค่ะ  ขอบคุณสวัสดีค่ะ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 03 Oct 2006 @ 16:31
  • ข้อมูลหายไป
  • แวะมาบอกพี่อ้อยว่า ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยไปเรียนพิเศษครับ ยิ้ม ยิ้ม
  • กำลังทำงานวิจัยยุ่งๆอยู่เลยครับผม
  • ขอบคุณมากครับผม
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 03 Oct 2006 @ 16:34
อยากพบพี่อ้อยที่โคราชครับ

อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณขจิต

  • ครูอ้อยตั้งใจจะไปโคราชวันหยุดสัปดาห์นี้ 
  • แต่พ่อบ้านคงไม่ว่าง 
  • ห้าสิบห้าสิบค่ะ  ไม่ค่อยแน่ใจ 
  • ถ้าได้ไปครูอ้อยจะกริ๊งไปหานะคะ 
  • ครูอ้อยก็อยากพบคุณขจิตคนเก่งเหมือนกันค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ
วันหนึ่งมีโอกาสไปเดินซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่ง  เป็นเวลา 16.00 น.โดยประมาณ  ผู้คนจะสับสนอลหม่านมากเลย  คงเป็นพราะโรงหนังเลิกมั๊ง  ครูอ้อยคิด  แต่ผิด  ไม่ใช่ค่ะ  เป็นเพราะนักเรียนไปเรียนพิเศษ แบบติวเข้ม  แบบหวังผล  แบบชัวร์  มีหลายแบบที่เขาเรียนกัน  ซึ่งแต่ละแบบเสียเงินจำนวนมากมาย  ต้องจองกันล่วงหน้าด้วย  อยูกินนอนกับเขาเลยก็มี  โอ้โฮ  เรื่องจริงค่ะ  เป็นธุรกิจที่เบิกบานมากเลยค่ะ
จ๊ะจ๋า
เขียนเมื่อ 09 Oct 2006 @ 16:35

แฮะๆ ขอแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งว่า สมัยนี้เค้ามีเรียนพิเศษกันแบบเอาเป็นเอาตายมั๊กมาก ..ไม่เห็นเหมือนสมัยก่อน แต่ต้องขอบอกว่า บางแห่งก็มีคุณภาพ อยู่ที่การศึกษาข้อมูลก่อนเข้าเรียน และความตั้งใจจริงในการเรียน แต่โดยส่วนตัวแล้ว จ๋าไม่เคยไปด้เรียนพิเศษจากสถาบันอื่นนอกจากโรงเรียนที่ตัวเองจัดขึ้น ซึ่งก็เป็นการทบทวนมากกว่า และคิดว่า  การเรียนพิเศษ สำหรับตัวเองไม่จำเป็น ถ้าเราทบทวนตลอดเวลาอยู๋แล้ว อยู่ที่ค่านิยมด้วยคะ เราต้องปลูกฝังค่านิยมใหม่คะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 09 Oct 2006 @ 23:20
  • อดพบพี่อ้อยเลย
  • ไม่เป็นไรเอาไว้มาโครราชค่อยคุยกันก็ได้เนอะ
  • ขอบคุณครับผม
  • สมัยนี้ไปที่ไหนก็จะมีการติวเข้มมากเลย
  • แบบนี้  หันมาเรียนแบบติวเข้มเสียเลย  ไม่ต้องไปเรียนแบบปกติ..เป็นคำพูดของผู้ปกครองหลายคน
  • จึงจำเป็นต้องไปศึกษาว่า..การสอนแบบติวเข้มเขาทำกันอย่างไร  จึงมีประสิทธิภาพ  แล้วนำมาสอนในโรงเรียนแบบปกติบ้าง
อ่านแล้วก็น่าเห็นใจคุณครูนะครับ...เมื่อสมัยผมเรียน ป. 3 ป.4...เป็นโรงเรียนบ้านนอก...ไม่มีการสอนพิเศษ...คุณครูประจำชั้นเป็นที่รักและเคารพของผมและเพื่อน ๆ มาก...ทั้งที่คุณครูไม่เคยดุพวกเราเลย...แต่เราก็ทำตามที่คุณครูบอกด้วยความเต็มใจ...คุณครูของพวกเราชื่อ "ครูสหเทพ ดาศรี"...ชื่อเพราะมาก...ว่าไหมครับคุณครูอ้อย...

คุณครูอ้อยคงจะเป็นคุณครูในเมือง...อายุน่าจะอ่อนกว่าคุณครูของผมนิดหน่อย...ไม่ถึงสิบปี...คุณครูในเมืองคงต้องปรับตัวให้ทันเด็ก ๆ น่ะครับ...ตามทัศนะผม...สำหรับผม...คนแนวโบราณ...โบราณมาก...ประมาณว่าพวกโซฟิสต์โน่นแหนะ...ผมจึงเลือกที่จะอยู่กับเด็ก ๆ บ้านนอกเพื่อจะได้ซึมซับบรรยากาศแบบโบราณ ๆ แทนที่จะปรับตัวให้ทันเด็ก...เพราะแบบนี้ชีวิตเหนื่อย...

ผมมีโอกาสมาที่ปากพนัง...ได้รู้จักกับนักเรียนตัวน้อย...อนุบาล 3 ชื่อ "น้องผี่" สำเนียงใต้ หรือน้องพี่ สำเนียงกรุงเตบ...สอบถามได้ความว่าได้ชื่อนี้มาเพราะเป็นลูกแฝด...

ผมไม่ได้สอนน้องผี่นะครับ...ผมเป็นเพื่อนกับเขามากกว่า...ผมเรียนรู้กับเขามากกว่า...นี่แหละหนา...พอเราอายุมากขึ้น...เราต้องมาเรียนรู้ที่จะเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง...คุณครูอ้อยเคยลองไหมครับ...มันอาจจะช่วยให้เด็กกลับมาเชื่อฟังคุณครูอ้อยมากกว่าครูสอนพิเศษก็ได้นะครับ...เด็กน่าจะเชื่อ "เพื่อน" มากกว่าครูนะผมว่า...

หวัดดี่ครับ...(หรอยจังสำเนียงใต้นิ)

สวัสดียามเช้าค่ะคุณ...สวัสดิ์

  • ครูอ้อยยอมรับว่า...อ่านการแสดงความคิดเห็นของท่านแล้วมีความสุข...เหมือนได้พูดกับตัวเอง  เพราะความคิดเห็นที่คล้อยตามกันไป 
  • ในเมื่อมาอยู่ในสังคมเมือง..ก็ต้องทำตัวและเปลี่ยนกระบวนยุทธ์ในการสอนไปด้วย   ..และที่สำคัญต้องเข้าใจธรมชาติของนักเรียน  มีจิตวิทยา  ใช้ความเป็นเพื่อน  ซึ่งครูอ้อยก็ใช้ในการสอนทุกครั้งค่ะ
  • ขอบคุณค่ะกับคำสอนเหมือนเพื่อนที่เข้าใจกัน  และจุดมุ่งหวังเดียวกันคือ  พัฒนาการศึกษา  ถึงมันจะช้า   แต่น้ำมันยังเซาะหินได้ฉันใด   เราก็ไม่หยุดนิ่งที่คิดะทำต่อไป

ขอบคุณค่ะ  ...  เข้ามาแนะนำครูอ้อยยินดีรับเสมอค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ