ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และตลอดเวลา เช่นเดียวกัน ระบบธุรกิจก็มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง และมากขึ้นด้วย จึงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เลยว่าการที่องค์กรจะอยู่รอดได้นั้นจะต้องมีการใช้ข้อมูลสารสนเทศที่ทันสมัยและทันท่วงที เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและสามารถนำไปวางแผน หรือ โต้ตอบปัญหา เชิงธุรกิจได้ทันต่อเหตุการณ์ ให้กับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรการที่จะได้มาซึ่งข้อมูล สารสนเทศเหล่านั้น หนึ่งจำเป็นต้องมีการแสวงหาหนทาง ในการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มาก เพราะว่าข้อมูลเหล่านั้นมิใช่ข้อมูล ภายในองค์กรเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลขององค์กร ที่เป็นคู่แข่งหรือเป็นข้อมูลของ องค์กรอื่นๆ ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันกับเราก็เป็นไปได้ สองการเลือกสรรข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณค่าจากกองข้อมูลที่มีขนาดมหึมา เพื่อให้แน่ใจว่าระบบข้อมูลสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นมานั้นเป็นข้อมูลสารสนเทศที่ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้ เพื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีระบบที่สามารถช่วยเตรียมข้อมูลที่ลึกซึ้ง และมีคุณค่าทางกิจกรรมทางธุรกิจให้แก่องค์กรได้
ปัจจุบันการวางแผนทางกลยุทธ์ของบริษัทนั้นจำเป็นต้องใช้ข้อมูลมากมาย ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูล ทางด้านการตลาด การขาย การเงิน การผลิตนั้นจะต้องทันกับเหตุการณ์ซึ่งมีข้อมูลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ดังนั้นการจัดทำรายงาน จะต้องมีการแก้ไขบ่อย และมีความยุ่งยาก
Business Intelligence
- BI ไม่ใช่เรื่องใหม่ แนวความคิดนี้มีในโลกตั้งแต่ยุค 80
- BI ในปัจจุบันไม่มีนิยามชัดเจน เพราะขึ้นกับเทคโนโลยีของแต่ละค่ายที่จะพัฒนาไป ทำให้ความสามารถไม่เท่ากันในแต่ละค่าย คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างต้องกำหนดวัตถุประสงค์ที่องค์กรอยากจะได้ให้ชัดเจน ระบุงบประมาณที่สามารถจัดสรรได้ และต้องมี IT Master Plan ให้ชัดเจน ว่าจะพัฒนาบุคคลากรทุกระดับเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร
Business Intelligence คือ ซอฟต์แวร์ที่นำข้อมูลที่มีอยู่เพื่อจัดทำรายงานในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับมุมมองในการวิเคราะห์ และตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน และใช้สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล ของงานในมุมมองต่างๆ ตามแต่ละแผนก เช่น
- วิเคราะห์การดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อการตัดสินใจด้านการลงทุนสำหรับผู้บริหาร
- วิเคราะห์และวางแผนการขาย / การตลาด เพื่อประเมินช่องทางการจำหน่าย ฯลฯ
- วิเคราะห์สินค้าที่ทำกำไร สูงสุด / ขาดทุนต่ำสุด เพื่อการวางแผนงานด้านการตลาด และการผลิต
- วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อยอดขายของสินค้า ฯลฯ
- วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งขัน ฯลฯ
Business Intelligence จะประกอบไปด้วยระบบข้อมูล และโปรแกรมแอพพลิเคชั่น ด้านการวิเคราะห์ มากมายหลายระบบ เช่น
- ดาต้าแวร์เฮ้าส์ (Data Warehouse)
- ดาต้ามาร์ท (Data Mart)
- การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining)
- การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Operations Research & Numerical Methods)
- เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในหลายมิติ (OLAP) แบบประมวลผลทันทีที่ป้อนข้อมูลเข้าไป
- และ ระบบสืบค้นและออกรายงานต่างๆ
ปัจจุบันมีประโยชน์ในการบริหารธุรกิจมากครับ ข้อเขียนของอาจารย์มีประโยชน์มากครับ
สายัณห์ ไวรางกูร
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ เป็นความรู้ที่มีประโยชน์มากๆ ค่ะ
ได้รับความรู้มากเลยครับ ขอบพระคุณครับ
เพิ่มเติมจากเนื้อหานิดนึงนะครับ..
ในปัจจุบัน ซอฟต์แวร์ประเภท BI ในตลาดนั้น ผมกล้าบอกได้เลยว่า เกือบทั้งหมด ยังไม่สามารถทำงานได้ครบตามหลักการที่ผมบอกไป โดยเฉพาะส่วนการวิเคราะห์ บางยี่ห้อ ไม่สามารถทำ Trend Analysis ได้เลย ดังนั้นมันก็เป็นเหมือน MIS เท่านั้นครับ ส่วนบางค่ายอาจทำ Trend Analysis ได้ แต่ก็ไม่สามารถบอกอะไรได้มากกว่านั้น เพราะส่วนใหญ่จะใช้วิธีวิเคราะห์เชิงปริมาณ แต่ไม่สามารถทำการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Data Mining ได้
ดังนั้น ผมคงแนะนำองค์กรต่างๆ ที่มี BI อยู่แล้ว แต่เห็นว่ายังช่วยตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้ไม่ดีนัก ให้พิจารณาซอฟต์แวร์ประเภท Data Mining ด้วยครับ เพราะเราสามารถใช้ข้อมูลทั้งหมดที่มี ไปวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ต่างๆ และทำนายอนาคตธุรกิจได้หลายแบบอีกด้วยครับ
เรียน คุณ วิทยา
ช่วยแนะนำ research topic ที่น่าสนใจ หน่อยสิคะ
ตอนนี้ ทำวิจัยที่เยอรมัน สาขา วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ แต่ว่า จบ เอ็มบีเอ
ถ้า คุณมีไอเดีย ดีๆๆ ที่นำ โมเดินเมเนจเมนท์ มาวิจัยควบคู่กับ เทคโนโลยี ได้ แนะนำด้วยคะ่
ขอบคุณค่ะ
เว็บ คุณ น่าสนใจมาก เผอิญมาเจอ เสิช หา ทฤษฎีเกมส์ เลย เจอ นับว่าโชคดี มีสาระ ค่ะ
เป็นความรู้ที่ดีมากเลยครับ
ไม่ทราบว่าพอจะทราบไหมคะว่า บริษัทไหนบ้างที่ใช้ระบบนี้ ต้องเอาไปทำรายงานน่ะค่ะ
ผมไ่ม่รู้เรื่องภายในของทุกองค์กรหรอกครับ ต้องลองค้นหาเองว่าที่ใดใช้บ้าง ใช้แบบไหน ลึกแค่ไหน ใช้ซอฟต์แวร์อะไร ของค่ายไหน ใช้แ้ล้วมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เป็นต้น
แต่ที่แน่ๆ ที่ผมรู้จัก ก็มี DTAC และมหาิวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ที่ใช้ครับ
ถ้าเป็นธุรกิจ
ทางด้านโรงไฟฟ้า
จะเอา BI ไปใช้ในด้านไหนได้บ้าง
ขอบคุณล่วงหน้า ครับผม
Dear R' jan Wittaya
Thanks you very much for nice suggestion..
My god unbelievable.. I have forgotten already that I've asked you about Research Idea..
Today, I am searching about ''BI'' then, i found my question in yrs blog..
after i have read yrs article in this blog. Now, BI is not new anymore in Thailand, then.
i have a lots of questions.. May i contact you via private Email.
Best regards,
Panchalee.
panleek@gmail.com
ขอบคุณอาจารย์มากครับ ที่เขียนบทความดีๆ ให้พวกเราได้อ่าน
ผมได้รับความรู้มากเลยครับ ขอบคุณจากใจจริงครับ
เด่วนี้ใช้กันเยอะครับ เห่อตามกระแส โดยเฉพาะระบบราชการถูกวาง Spec ให้ซื้อ แพงมั๊กๆ แต่ใช้ไม่คุ้มหรอกครับ ลองไปวิจัยดูซิครับ
พอดีผมเปิดเจอ blog ของอาจารย์เข้าโดยบังเอิญ แต่คิดว่ามีประโยชน์มาก ในการให้ idea ด้าน BI ขอบพระคุณคำแนะนำและการแบ่งปันความรู้ที่อาจารย์ให้มาก ๆ นะครับ
- เคยฟังคุณบรรยายเหมือนกันค่ะ กิตติศัพท์คุณขึ้นชื่อลือชามากว่า "บรรยายไม่ได้เรื่อง แถมตลอด 3 ชั่วโมง หรือตลอดวันพูดโม้โอ้อวด ยกตนข่มท่านตลอดเวลา" ทั้ง ๆ ที่ผลงานที่คุณทำน่ะ แค่ไปร่วมนั่งฟังเฉย ๆ มิหนำซ้ำยังทำให้ภาพลักษณ์องค์กรคนอื่นเค้าเสียหายอีก คุณไม่ได้ลงมือทำจริง ๆ เลย เอาผลงานของคนอื่นมาอ้างว่าเป็นของตนเองแท้ ๆ คนที่น่าจะเอาเวลาว่าง ๆ ไปทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้างน่ะ ดิฉันว่าน่าจะเป็นคุณมากกว่า เพราะรู้สึกว่าปากคุณยังว่างได้ขนาดนั้น ก็น่าจะหาอะไรที่พัฒนาสมอง แล้วสอนให้ได้ความรู้จริง ๆ มากกว่ามานั่งเล่า โม้ใส่ไข่ โอ้อวดไปวัน ๆ แบบนี้
- ส่วนงานวิจัยคุณน่ะ ลองกลับไปคิดทบทวนใหม่สิค่ะ ว่างานคุณอยู่ในระดับไหน จริง ๆ แล้วคุณเชี่ยวชาญทางด้านไหนกันแน่ โดนคนอื่นเค้ายำมาเละเลยไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่สักแต่ว่าเรื่องนี้กำลังได้รับความสนใจ ก็เอามาพ่วงต่อท้าย แล้วคุณภาพมันอยู่ตรงไหน แบบนี้เค้าเรียกว่า "พวกฉาบฉวย" น่าสงสารน่ะค่ะ
อ่านดูก็รู้ว่าคุณเจตนามาdiscreditผม โดยที่ไม่มีเค้ามูลหรือหลักฐานความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นผมจะไม่ลบกระทู้นี้ แต่อยากชี้แจงให้คนอื่นๆได้อ่านด้วยเลย จะเป็นการดี และโปร่งใสกว่า
ผมสอนหนังสือในระดับอุดมศึกษามาสิบกว่าปี ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนสายงานและวิชาการ แต่กระนั้นผมก็ศึกษาอย่างจริงจังในสายใหม่ และเห็นว่าเป็นสายที่ขาดแคลน และจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่าในภาพรวมมากกว่า ถึงแม้ผมจะเป็นเพียงแค่คนเล็กๆในประเทศคนหนึ่ง ที่เกิดมาในฐานะยากจน ไม่ได้เรียนต่างประเทศ และนามสกุลไม่ดัง
ผมเคยร่วมสอนให้กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง หลายหลักสูตร แต่ทุกครั้งก็ได้รับการประเมินผลการสอนในระดับดีมากมาตลอด โดยเฉพาะ 3 ปีหลัง มีหลักฐานเก็บไว้ทั้งหมดครับ และวิชาทั้งหมดที่ผมสอนก็เน้นภาคปฏิบัติ คือ สอนแล้วทำได้จริง และพยายามให้นักศึกษาหรือผู้เข้าร่วมอบรมรู้วิธีปฏิบัติที่ทำได้จริงทุกครั้ง หากเป็นการบรรยาย 3 ชั่วโมง ก็อาจไม่ได้เรียนภาคปฏิบัติ แต่ถ้าเป็นหลักสูตรเต็มวัน หรือเรียนเป็นวิชาก็จะได้ศึกษาเทคนิคการวิเคราะห์ ประเมินและทำนายอนาคตหลายเทคนิคแน่นอนครับ
บทความใน Blog นี้ผมเขียนเองบางส่วน ไม่ได้เขียนเองทั้งหมด บางบทความผมเห็นอาจารย์ท่านอื่นมีประโยชน์ ก็นำไปลงให้อ่าน และมีบางบทความที่ผมได้บันทึกเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมนานแล้ว จนจำไม่ได้ว่าเอามาจากไหน หรือผู้เขียนเป็นใคร แต่เห็นว่ามีประโยชน์จึงได้นำมาลงให้อ่านไว้ แต่ไม่มีเจตนาจะทำร้าย หรือนำมาหาเงินใดๆเลย หากใครจำแหล่งอ้างอิงบทความใดๆ ก็แจ้งให้ผมทราบด้วยครับ ผมจะได้ลงชื่อของผู้เขียนให้ หรือแจ้งให้ผมลบออกจาก Blog ก็ได้ครับ
สำหรับเรื่องงานวิจัยนั้น ผมไม่เคยไปนั่งฟังใครพูดแล้วมาสรุปเป็นตุเป็นตะเขียนเอาเลย การวิจัยในสมัยใด ก็ควรที่จะหยิบประเด็นที่สำคัญในเวลานั้นมาทำ จึงจะได้รับทุนจากผู้ให้ทุน เป็นเรื่องธรรมดาครับ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเสียงบวิจัยไปแบบไม่คุ้มค่า เรื่องพวกนี้นักวิชาการทุกคนรู้หมดล่ะครับ เหมือนกับคุณไม่เคยทำวิจัยอย่างนั้นล่ะครับ
หากคุณว่าผมเคยโดนยำตอนนำเสนองาน ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เวลาไปขอทุนใดๆก็ล้วนถูกวิพากษ์ ถูกสอบถามทั้งนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จในการทำวิจัยหรอกครับอีกทั้งกรรมการแต่ละท่านก็มีพื้นฐานและความคิดไม่เหมือนกัน หลายท่านก็ไม่เคยรู้เกี่ยวกับเทคนิคการวิเคราะห์คำนวณสมัยใหม่เช่น การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) ก็เลยไม่ให้ทุน ผมทำใจไว้หมดแล้วล่ะครับ ส่วนใหญ่กรรมการจะถามผมว่าผมจบโททางไอทีมา จะทำวิจัยสายสังคมศาสตร์ได้หรือ แบบนี้เจอบ่อยครับ ผมเข้าใจดี แต่ผมก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่างานวิจัยสังคมศาสตร์ผมก็ทำได้ (ดูได้ในอ้างอิง) บางงานวิจัยก็มาขอให้ผมไปร่วมทีมภายหลังเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีเดิมๆ ผมไม่เคยบอกว่าเป็นเซียนอะไร
เพราะทำงานเป็นทีมมากกว่าครับ ทำงานแบบประชาธิปไตย บางครั้งข้อเสนอของผมไม่ผ่านในบางหน่วยงานที่ผมขอทุน แต่กลับไปได้รับทุนจากหน่วยงานอื่นแทนก็มีครับ (บางหน่วยงานก็ชอบวิชาการที่ทันสมัย) เวลาทำงานผมก็พูดตรงๆ (สไตล์ฝรั่ง) พูดไม่เอาใจใคร เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปให้ได้ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้คนอื่นฟังดูเหมือนว่าผมเป็นคนก้าวร้าวก็เป็นได้ แต่จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนแบบนั้นเลย คนที่ทำงานด้วยกันจะรู้นิสัยผมดีครับ
งานวิจัยบางอย่าง ผมได้ขออนุญาตจากผู้ให้ทุนก่อนแล้ว ว่าหลังจากทำเสร็จ ผมขอนำบางส่วนออกไปตีพิมพ์ในเวทีวิชาการ ซึ่งเป็นส่วนที่ควรทำสำหรับงานวิจัยทุกชิ้น เพราะการวิจัยได้ความรู้ใหม่ หรือได้ทดลองใหม่ๆแล้ว ไม่เผยแพร่ความรู้เลย ย่อมไม่ก่อประโยชน์อันใด และหากงานนั้นมีผู้ร่วมวิจัยกี่ท่าน หรือผู้เกี่ยวข้องกี่คน ผมก็ได้เขียนอ้างอิงไว้ทั้งในส่วนของกิตติกรรมประกาศ และเอกสารอ้างอิงของผมเอง ไม่เคยแอบอ้างครับ อีกทั้งยังเคยมีนักวิชาการบางท่านเอาชื่อผมไปขอทุนวิจัยก็หายไปเลย ไม่ทราบว่าผลสุดท้ายได้ทำหรือไม่อย่างไร เพราะงานแบบนั้นผมไม่เคยได้รับสิ่งตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ทำดีก็ดีไป ทำไม่ดี ผมก็ต้องรับผิดชอบไปด้วยซ้ำ หรือบางหน่วยงานมา outsource ให้ผมพัฒนาหรือศึกษาบางอย่างต่อ โดยที่คนในหน่วยงานบางคนอาจไม่ทราบ ก็มาหาว่าผมอ้างลอยๆ เรื่องแบบนี้มาถามผมเป็นเรื่องๆได้ครับ ว่าผมรู้เรื่องนั้นๆ ลึกแค่ไหน แต่บางครั้งก็ไม่ได้บอกว่าทำงานให้ใคร ในส่วนนี้ก็ขอพูดรวมกับงานให้บริการวิชาการหน่วยงานต่างๆด้วยเลยครับ เพราะล้วนทำงานเป็นทีมคณาจารย์ทั้งนั้นครับ เพียงแต่ว่าใครรับผิดชอบในส่วนไหนเท่านั้นเองครับ
ส่วนเรื่องความถนัดของผมนั้น หากผมศึกษาจริงจังมาหลายด้าน ก็ไม่แปลกอะไรที่ผมจะมีความรู้มากกว่าเพียง 1 ด้าน เพราะโลกความรู้ทุกวันนี้ก็ล้วนเป็น Intregrated Science กันแล้ว (ใช้ความรู้มากกว่า 1 ศาสตร์) แต่ผมก็ไม่อยากประเมินด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ถูกต้องแน่นอน สิ่งที่ผมได้ทดลองแล้วคิดว่ามีประโยชน์ ก็อยากจะเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนอื่นๆ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดทางความคิด หากมีคนเห็นประโยชน์ เค้าก็มักจะขอให้ผมไปบรรยาย ไปสอนเทคนิคต่างๆให้หน่อย ไม่มีใครจ้างก็ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็มีภาระ และงานที่รับผิดชอบหลายส่วนอยู่แล้วครับ ผมไม่เคยไปของานใคร หรือขอให้ใครจ้างนะครับ ผลงานการฝึกอบรมหรือบรรยายนั้น มาจากการติดต่อจากหน่วยงานอื่นทั้งสิ้น อย่างน้อยที่สุด ทุกเรื่องที่ผมไปสอน หรือบรรยายเป็นเรื่องที่ผมถนัดและทำได้จริง สอนให้ผู้อื่นทำตามได้จริงทั้งสิ้นครับ ไม่เคยโกหก หลอกลวง หรือโอ้อวดอย่างที่คุณกล่าวหาผมมาเลย เพราะในทางวิชาการไม่มีประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นครับ ถ้าต้องไปทำงาน ไปสอนในสิ่งที่ไม่ถนัด
หากผมเห็นแก่เงินเป็นที่ตั้ง ผมคงไม่มาทำงานราชการ หรือสอนหนังสือหรอกครับ ไปทำงานภาคเอกชนมีรายได้สูงกว่ามาก และอย่างน้อยที่สุด ก็ยังดีกว่าคนบางคนที่ได้แต่เขียนโจมตีผู้อื่นจากที่ลับ โดยที่ไม่มีมูลความจริง ไม่กล้าเปิดเผยตัวจริง น่าจะเป็นโรคจิตบางอย่าง ไม่อยากเห็นคนอื่นได้ดีไปกว่าตนเอง (เป็นธรรมดาของมนุษย์) แทนที่จะคิดว่า จะทำอะไรกันดี เพื่อให้ประเทศชาติเจริญขึ้นไม่ให้แพ้ประเทศเพื่อนบ้าน จริงๆในบ้านเราก็มีคนเก่งๆอีกมากมายครับ เพียงแต่เค้าอาจไม่ได้มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ หรือเค้าอาจจะเคยเจอคนกระทำแบบคุณมาก่อน เลยท้อจนไม่อยากจะมาเสียเวลาพัฒนาความรู้ทางวิชาการ รับค่าตอบแทนน้อยๆ แบบผมก็เป็นได้
หรือว่างานต่างๆที่ผมทำไปนั้น มันไปขัดผลประโยชน์ หรือขวางทางก้าวหน้าของคุณกันแน่ครับ?
ว่างๆ ก็ทำตัวให้มีประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้างนะครับ บุพการีคุณจะได้ภูมิใจที่มีลูกแบบคุณซะบ้าง 555
www.wittayaonline.com
เรียน ท่าน อ.วิทยา
มีโอกาสได้เรียนกับท่านอยู่ บางที่ RU ครับ
ขอถามท่าน อ.วิทยา หน่อยว่าท่านคิดว่าเราสามารถใช้ BI
ในงานทางฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุทย์ ได้ในเรื่องใดบ้างครับ
เนื่องจากในส่วนตัวผมเห็นว่า BI มีประโยชน์ต่อธุรกิจมาก
ซึ่งในความคิดผมหน้าจะนำมาใช้กับการวิเคราะห์ทาง ด้านนี้ได้บ้าง
จึงเรียนขอแนวความคิดจากท่าน อาจารย์เพิ่มเติมด้วยครับ
ขอแสดงความนับถือ
หากจะนำไปใช้กับ HR ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมขอให้แนวคิดหลักๆ ดังนี้ครับ
- ออกแบบรายงาน หรือ Dashboard ตามตัวชี้ัวัด (KPI) ด้าน HR ขององค์กร แล้วท่านจะทราบว่าต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง
- คำนึงถึงคำถามที่มักจะถูกถามบ่อยๆ ไม่ว่าจากหัวหน้าของท่าน เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง แล้วท่านจะทราบว่าต้องมีการวิเคราะห์ คำนวณอะไรบ้าง
- ไม่ว่าจะเก็บข้อมูลอะไร ขอให้คำนึงถึงหลักการวิจัยพื้นฐาน นั่นคือ มีตัวแปรต้น (ตัวแปรอิสระ) และตัวแปรตาม โดยตัวแปรตามนั้น เป็นผลการประเมิน ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม หรือเก็บ output, outcome ของพนังานที่ท่านวัดผล สรุปผลได้
ด้วยหลักการที่แนะนำไป ท่านคงจะนึกออกแล้วใช่ไหมครับ ว่าเราสามารถใช้เทคนิคการวิเคราะห์ด้วยการทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) ที่ผมสอนไปนั้น ไปอะไรกับข้อมูลชุดนี้ได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น Association Rules, Decision Tree, Artificial Neural Networks ฯลฯ
ขอให้โชคดีครับ ;)
ขอบพระคุณมากครับท่านอาจารย์ ผมจะรองนำไปใช้ดูครับ
อยากจะเรียนถาม ท่าน อ.วิทยา ว่า Customer buying patterns และ Fraud Detection มันคืออะไร มันใช้งานเกี่ยวกับอะไรและใช้งานยังไง เนื่องจากจะต้องทำรายงานค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ