อ่านดูก็รู้ว่าคุณเจตนามาdiscreditผม โดยที่ไม่มีเค้ามูลหรือหลักฐานความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นผมจะไม่ลบกระทู้นี้ แต่อยากชี้แจงให้คนอื่นๆได้อ่านด้วยเลย จะเป็นการดี และโปร่งใสกว่า
ผมสอนหนังสือในระดับอุดมศึกษามาสิบกว่าปี ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนสายงานและวิชาการ แต่กระนั้นผมก็ศึกษาอย่างจริงจังในสายใหม่ และเห็นว่าเป็นสายที่ขาดแคลน และจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่าในภาพรวมมากกว่า ถึงแม้ผมจะเป็นเพียงแค่คนเล็กๆในประเทศคนหนึ่ง ที่เกิดมาในฐานะยากจน ไม่ได้เรียนต่างประเทศ และนามสกุลไม่ดัง
ผมเคยร่วมสอนให้กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง หลายหลักสูตร แต่ทุกครั้งก็ได้รับการประเมินผลการสอนในระดับดีมากมาตลอด โดยเฉพาะ 3 ปีหลัง มีหลักฐานเก็บไว้ทั้งหมดครับ และวิชาทั้งหมดที่ผมสอนก็เน้นภาคปฏิบัติ คือ สอนแล้วทำได้จริง และพยายามให้นักศึกษาหรือผู้เข้าร่วมอบรมรู้วิธีปฏิบัติที่ทำได้จริงทุกครั้ง หากเป็นการบรรยาย 3 ชั่วโมง ก็อาจไม่ได้เรียนภาคปฏิบัติ แต่ถ้าเป็นหลักสูตรเต็มวัน หรือเรียนเป็นวิชาก็จะได้ศึกษาเทคนิคการวิเคราะห์ ประเมินและทำนายอนาคตหลายเทคนิคแน่นอนครับ
บทความใน Blog นี้ผมเขียนเองบางส่วน ไม่ได้เขียนเองทั้งหมด บางบทความผมเห็นอาจารย์ท่านอื่นมีประโยชน์ ก็นำไปลงให้อ่าน และมีบางบทความที่ผมได้บันทึกเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมนานแล้ว จนจำไม่ได้ว่าเอามาจากไหน หรือผู้เขียนเป็นใคร แต่เห็นว่ามีประโยชน์จึงได้นำมาลงให้อ่านไว้ แต่ไม่มีเจตนาจะทำร้าย หรือนำมาหาเงินใดๆเลย หากใครจำแหล่งอ้างอิงบทความใดๆ ก็แจ้งให้ผมทราบด้วยครับ ผมจะได้ลงชื่อของผู้เขียนให้ หรือแจ้งให้ผมลบออกจาก Blog ก็ได้ครับ
สำหรับเรื่องงานวิจัยนั้น ผมไม่เคยไปนั่งฟังใครพูดแล้วมาสรุปเป็นตุเป็นตะเขียนเอาเลย การวิจัยในสมัยใด ก็ควรที่จะหยิบประเด็นที่สำคัญในเวลานั้นมาทำ จึงจะได้รับทุนจากผู้ให้ทุน เป็นเรื่องธรรมดาครับ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเสียงบวิจัยไปแบบไม่คุ้มค่า เรื่องพวกนี้นักวิชาการทุกคนรู้หมดล่ะครับ เหมือนกับคุณไม่เคยทำวิจัยอย่างนั้นล่ะครับ
หากคุณว่าผมเคยโดนยำตอนนำเสนองาน ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เวลาไปขอทุนใดๆก็ล้วนถูกวิพากษ์ ถูกสอบถามทั้งนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จในการทำวิจัยหรอกครับอีกทั้งกรรมการแต่ละท่านก็มีพื้นฐานและความคิดไม่เหมือนกัน หลายท่านก็ไม่เคยรู้เกี่ยวกับเทคนิคการวิเคราะห์คำนวณสมัยใหม่เช่น การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) ก็เลยไม่ให้ทุน ผมทำใจไว้หมดแล้วล่ะครับ ส่วนใหญ่กรรมการจะถามผมว่าผมจบโททางไอทีมา จะทำวิจัยสายสังคมศาสตร์ได้หรือ แบบนี้เจอบ่อยครับ ผมเข้าใจดี แต่ผมก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่างานวิจัยสังคมศาสตร์ผมก็ทำได้ (ดูได้ในอ้างอิง) บางงานวิจัยก็มาขอให้ผมไปร่วมทีมภายหลังเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีเดิมๆ ผมไม่เคยบอกว่าเป็นเซียนอะไร
เพราะทำงานเป็นทีมมากกว่าครับ ทำงานแบบประชาธิปไตย บางครั้งข้อเสนอของผมไม่ผ่านในบางหน่วยงานที่ผมขอทุน แต่กลับไปได้รับทุนจากหน่วยงานอื่นแทนก็มีครับ (บางหน่วยงานก็ชอบวิชาการที่ทันสมัย) เวลาทำงานผมก็พูดตรงๆ (สไตล์ฝรั่ง) พูดไม่เอาใจใคร เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปให้ได้ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้คนอื่นฟังดูเหมือนว่าผมเป็นคนก้าวร้าวก็เป็นได้ แต่จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนแบบนั้นเลย คนที่ทำงานด้วยกันจะรู้นิสัยผมดีครับ
งานวิจัยบางอย่าง ผมได้ขออนุญาตจากผู้ให้ทุนก่อนแล้ว ว่าหลังจากทำเสร็จ ผมขอนำบางส่วนออกไปตีพิมพ์ในเวทีวิชาการ ซึ่งเป็นส่วนที่ควรทำสำหรับงานวิจัยทุกชิ้น เพราะการวิจัยได้ความรู้ใหม่ หรือได้ทดลองใหม่ๆแล้ว ไม่เผยแพร่ความรู้เลย ย่อมไม่ก่อประโยชน์อันใด และหากงานนั้นมีผู้ร่วมวิจัยกี่ท่าน หรือผู้เกี่ยวข้องกี่คน ผมก็ได้เขียนอ้างอิงไว้ทั้งในส่วนของกิตติกรรมประกาศ และเอกสารอ้างอิงของผมเอง ไม่เคยแอบอ้างครับ อีกทั้งยังเคยมีนักวิชาการบางท่านเอาชื่อผมไปขอทุนวิจัยก็หายไปเลย ไม่ทราบว่าผลสุดท้ายได้ทำหรือไม่อย่างไร เพราะงานแบบนั้นผมไม่เคยได้รับสิ่งตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ทำดีก็ดีไป ทำไม่ดี ผมก็ต้องรับผิดชอบไปด้วยซ้ำ หรือบางหน่วยงานมา outsource ให้ผมพัฒนาหรือศึกษาบางอย่างต่อ โดยที่คนในหน่วยงานบางคนอาจไม่ทราบ ก็มาหาว่าผมอ้างลอยๆ เรื่องแบบนี้มาถามผมเป็นเรื่องๆได้ครับ ว่าผมรู้เรื่องนั้นๆ ลึกแค่ไหน แต่บางครั้งก็ไม่ได้บอกว่าทำงานให้ใคร ในส่วนนี้ก็ขอพูดรวมกับงานให้บริการวิชาการหน่วยงานต่างๆด้วยเลยครับ เพราะล้วนทำงานเป็นทีมคณาจารย์ทั้งนั้นครับ เพียงแต่ว่าใครรับผิดชอบในส่วนไหนเท่านั้นเองครับ
ส่วนเรื่องความถนัดของผมนั้น หากผมศึกษาจริงจังมาหลายด้าน ก็ไม่แปลกอะไรที่ผมจะมีความรู้มากกว่าเพียง 1 ด้าน เพราะโลกความรู้ทุกวันนี้ก็ล้วนเป็น Intregrated Science กันแล้ว (ใช้ความรู้มากกว่า 1 ศาสตร์) แต่ผมก็ไม่อยากประเมินด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ถูกต้องแน่นอน สิ่งที่ผมได้ทดลองแล้วคิดว่ามีประโยชน์ ก็อยากจะเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนอื่นๆ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดทางความคิด หากมีคนเห็นประโยชน์ เค้าก็มักจะขอให้ผมไปบรรยาย ไปสอนเทคนิคต่างๆให้หน่อย ไม่มีใครจ้างก็ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็มีภาระ และงานที่รับผิดชอบหลายส่วนอยู่แล้วครับ ผมไม่เคยไปของานใคร หรือขอให้ใครจ้างนะครับ ผลงานการฝึกอบรมหรือบรรยายนั้น มาจากการติดต่อจากหน่วยงานอื่นทั้งสิ้น อย่างน้อยที่สุด ทุกเรื่องที่ผมไปสอน หรือบรรยายเป็นเรื่องที่ผมถนัดและทำได้จริง สอนให้ผู้อื่นทำตามได้จริงทั้งสิ้นครับ ไม่เคยโกหก หลอกลวง หรือโอ้อวดอย่างที่คุณกล่าวหาผมมาเลย เพราะในทางวิชาการไม่มีประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นครับ ถ้าต้องไปทำงาน ไปสอนในสิ่งที่ไม่ถนัด
หากผมเห็นแก่เงินเป็นที่ตั้ง ผมคงไม่มาทำงานราชการ หรือสอนหนังสือหรอกครับ ไปทำงานภาคเอกชนมีรายได้สูงกว่ามาก และอย่างน้อยที่สุด ก็ยังดีกว่าคนบางคนที่ได้แต่เขียนโจมตีผู้อื่นจากที่ลับ โดยที่ไม่มีมูลความจริง ไม่กล้าเปิดเผยตัวจริง น่าจะเป็นโรคจิตบางอย่าง ไม่อยากเห็นคนอื่นได้ดีไปกว่าตนเอง (เป็นธรรมดาของมนุษย์) แทนที่จะคิดว่า จะทำอะไรกันดี เพื่อให้ประเทศชาติเจริญขึ้นไม่ให้แพ้ประเทศเพื่อนบ้าน จริงๆในบ้านเราก็มีคนเก่งๆอีกมากมายครับ เพียงแต่เค้าอาจไม่ได้มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ หรือเค้าอาจจะเคยเจอคนกระทำแบบคุณมาก่อน เลยท้อจนไม่อยากจะมาเสียเวลาพัฒนาความรู้ทางวิชาการ รับค่าตอบแทนน้อยๆ แบบผมก็เป็นได้
หรือว่างานต่างๆที่ผมทำไปนั้น มันไปขัดผลประโยชน์ หรือขวางทางก้าวหน้าของคุณกันแน่ครับ?
ว่างๆ ก็ทำตัวให้มีประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้างนะครับ บุพการีคุณจะได้ภูมิใจที่มีลูกแบบคุณซะบ้าง 555
www.wittayaonline.com