การวัดประเมินผลแบบตกแล้วแก้ได้ แถมครูอยากจะแก้ให้ เพราะส่งผลถึงครูและโรงเรียน ทำให้นักเรียนขาดความรับผิดชอบต่อการเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ เรียนไปอย่างนั้นๆ ความทุ่มเท มุ่งมั่น ความขยันหมั่นเพียร ใฝ่หาความรู้ เทียบกับนักเรียนเมื่อสิบยี่สิบปีที่แล้ว คนละเรื่องเลย ประกอบกับสื่อเทคโนโลยีที่ล่อตาล่อใจ เร้าความรู้สึกกว่า กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดเร็วยิ่งขึ้น

การเรียนการสอนภาคเรียนนี้ สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ช่วงนี้เด็กๆบางส่วนยังมา เพื่อติดตามแก้“0” ในรายวิชาที่ตัวเองสอบไม่ผ่าน สิ้นปีการศึกษาทุกปี นักเรียน ม.3 และ ม.6 จบหลักสูตรเกือบจะครบทุกคน มีบ้างที่อาจจบหลังเพื่อน ส่วนใหญ่เพราะยังค้าง“0” ในบางรายวิชาที่แก้แล้วไม่ผ่าน หรือไม่ได้แก้

“ไม่ได้แก้” ฟังไม่ผิดดอก นักเรียนแต่ละรุ่นจะมีประเภทนี้อยู่พอสมควร ที่ครูต้องเทียวไล้เทียวขื่อ อาจถึงต้องวิงวอนกัน เพื่ออนาคตเธอเอง อีกไม่นานจะจบแล้ว เอาให้จบหลักสูตรเถอะ ก่อนจะไปมีครอบครัวหรือทำงาน สมัยนี้สมัครงานต้องมีวุฒิการศึกษา ออกไปตอนนี้จะทำอะไรกิน

การวัดประเมินผลเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง ที่ทำให้การศึกษาของเด็กๆขาดความจริงจัง หรือเอาใจใส่ เพราะแกรู้ อย่างไรครูก็ให้ผ่าน ติด“0”ประเดี๋ยวก็แก้ได้ การเรียนในชั้นเรียนจึงไม่จำเป็นนักในสายตาแก ทำไมครูหรือโรงเรียนไม่เข้มงวด หรือประเมินผลอย่างแข็งขัน เพื่อคุณภาพของนักเรียน คำถามซ้ำเดิมที่ได้ยินอยู่เนืองๆ เจ็บแปลบในใจครูเหมือนกัน


 

ครูผู้สอนตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาโดยตลอด หากจะเข้มข้นกับผลการเรียน ไม่ถึงเกณฑ์ก็ตก ซ่อมไม่ดีจริงก็ผ่านไปไม่ได้ ถ้าอย่างนี้อาจถูกเพ่งเล็งหรือถูกตำหนิจากผู้บริหารทันที สอนอย่างไรเด็กจึงตก ซ่อมอย่างไรจึงไม่ผ่าน

ประการต่อมา เป็นเรื่องของโรงเรียนจะมีผลด้วย กรณีที่เด็กสอบไม่ผ่านมากๆ เพราะการติดตามประเมินของหน่วยงานระดับสูงขึ้นไป หรือสังคมเองก็จะมองเช่นกัน ว่าโรงเรียนจัดการเรียนการสอนอย่างไร เรื่องผลการเรียน(GPAX) ซึ่งนำไปใช้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยอีก ที่ทำให้ครูรู้สึกว่า อย่างไรเสียก็ต้องช่วยลูกศิษย์ให้คะแนนดีไว้ก่อน เพื่อให้สู้เขาได้ สู้โรงเรียนอื่นได้ ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของคำวิพากษ์ว่าเกรดเฟ้อ

การวัดประเมินผลแบบตกแล้วแก้ได้ แถมครูอยากจะแก้ให้ เพราะส่งผลถึงครูและโรงเรียน ทำให้นักเรียนขาดความรับผิดชอบต่อการเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ เรียนไปอย่างนั้นๆ ความทุ่มเท มุ่งมั่น ความขยันหมั่นเพียร ใฝ่หาความรู้ เทียบกับนักเรียนเมื่อสิบยี่สิบปีที่แล้ว คนละเรื่องเลย ประกอบกับสื่อเทคโนโลยีที่ล่อตาล่อใจ เร้าความรู้สึกกว่า กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดเร็วยิ่งขึ้น

แน่นอนว่า คงมิใช่แค่เรื่องวัดผลประเมินผลหรือสื่อ แต่อีกหลายเรื่องหลายปัจจัย ที่ทำให้เด็กๆทุกวันนี้จริงจังต่อการเรียนน้อยกว่าแต่ก่อน งานในโรงเรียนที่รุงรังเกิน จนละเลยการจัดการเรียนการสอนก็มีส่วน

ใกล้ปิดเทอม หวนพิจารณาเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาด้วยใจห่อเหี่ยว ท่ามกลางลูกศิษย์หลายคนที่สาละวนอยู่กับการสอบแก้ “0”