อย่างที่จั๋วหัวไว้เลยค่ะ  มีเงินแสน สมัยนี้สร้างบ้านได้จริงหรอ?! สมัยนี้แล้ว บ้านเองแบบหลังไม่ต้องใหญ่โตมากก็หลักล้านขึ้นทั้งนั้น จะไปหาของถูกคงยากแล้ว  ก็เลยลองอ่านดู ว่าเขาทำยังไง หมายถึงบ้านดินหรือเปล่า  ก็พอได้คำตอบมาประมาณหนึ่ง

วัสดุก่อสร้างที่เขาออกแบบให้สามารถทำงานง่ายขึ้น ใช้เวลาทำงานสั้นๆ  ลดการสิ้นเปลืองลง เช่น อิฐก่อผนังที่เป็นก่อง่าย เป็นฉนวนกันความร้อนในตัว คุณภาพงานก่อสร้างดีขึ้น ได้ดิ่ง ได้ฉากมากขึ้น   เทคนิคก่อสร้างแบบฐานแผ่ แทนการตอกเสาเข็ม แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่ สร้างได้สูงไม่เกิน 2 ชั้น ที่สำคัญ เน้นการสร้างเอง จ้างแรงงานน้อย เน้นอุปกรณ์ที่ช่วยให้งานก่อสร้างทำงานได้ง่ายขึ้น 

แต่ข้อจำกัดที่มีก็คือ...

สร้างได้ แต่ได้แต่บ้านเปล่าๆ นะ ไม่รวมตกแต่ง  แล้วก็หลังไม่ได้ใหญ่โตเป็นคฤหาสห์ด้วย

สร้างได้ แต่เจาะ ทุบ ต่อเติมไม่ได้นะ เพราะเค้าใช้ระบบก่อสร้างที่เรียกว่า ผนังรับแรง ทุบผนัง บ้านพังแน่

สร้างได้ แต่ไม่ควรสร้างสูงเกิน 2 ชั้น เพราะผนังจะเริ่มรับแรงไม่ได้ ต้องเพิ่มเสา คานมาช่วย (ซึ่งของเขาใช้เทคนิคฐานแผ่ไม่ต้องมีเสาเข็ม ทำให้ประหยัดได้หลายสตางค์) 

สร้างได้ ประหยัดได้หลายแสนด้วย ถ้าเจ้าของบ้านลงมือสร้างเอง (เค้าบอกว่าของเขา ออกแบบวัสดุและวิธีการก่อสร้างที่เจ้าของบ้านหรือคนที่ไม่ได้เป็นช่างก็สร้างได้)  แต่เราว่า เอาเงินไปจ้างช่างที่เขาสร้างบ้านอยู่แล้วดีกว่า แล้วใช้วัสดุหรือเทคนิคการก่อสร้างของเรา  ขืนให้เราไปนั่งก่ออิฐเอง ท่าจะไม่รอด กี่ปีจะสร้างเสร็จก็ไม่รุ้ 


" ตอนนี้เป็นตอนต่อจากคราวที่แล้วที่เราได้เห็นภาพรวมของการสร้างบ้านว่าค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านหนึ่งหลังมีอะไรบ้าง  (ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนแรก เข้าไปอ่านกันได้ที่  นวัตกรรมเพื่อบ้าน เพื่อสังคม ตอนที่ 1 กว่าจะได้บ้านสักหลัง)   ซึ่งอาจารย์ชาติชายบอกแล้วว่าการที่จะให้ต้นทุนการก่อสร้างถูกลง จะต้องเปลี่ยนวิธีการก่อสร้างทั้งระบบ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่า ที่อาจารย์ชาติชายบอกว่าจะสร้างบ้านราคาไม่กี่แสนบาท แล้วยังได้บ้านที่แข็งแรงและสวยงาม ทำได้อย่างไร ค่าแรงเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้ราคาบ้านสูง  จะให้บ้านถูกลงในยุคค่าแรงแพง จะลดจำนวนคนงานก็ไม่ได้ จะลดคุณภาพคนงานก็ไม่ดี  แล้วจะทำอย่างไร ให้เราใช้แรงงานน้อยที่สุด?  นอกจากแรงงานแล้ว วัสดุล่ะ จะทำอย่างไร?  

     อิฐบล๊อกนาโนครอบคลุมมากกว่าวัสดุ    

อยากได้บ้านราคาหลักแสน ที่แข็งแรง ประหยัดพลังงาน อาจารย์ชาติชายบอกว่าอิฐบล๊อกนาโนตอบโจทย์นี้ได้  ถึงอาจารย์ชาติชายจะนำตัวอิฐบล๊อกนาโนเป็นตัวชูโรงในการทำการตลาดและโปรโมท  จริงๆ แล้วตัวอิฐบล๊อกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่อาจารย์ชาติชายคิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ให้บ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้

เรามาดูที่ตัวอิฐบล๊อกเองก่อนว่าเป็นอย่างไร ต่างจากวัสดุอื่นๆ อย่างอิฐมวลเบาที่เรารู้จักกันอย่างไร 

- ตัวบล๊อคนาโน ใช้คอนกรีตผสมแบบเปียก (wet process) เนื้อคอนกรีตจึงดูดซึมน้ำน้อย วันที่ฝนตกอากาศเย็นชื้นช่างก็ยังก่อสร้างทำงานได้ แข็งแรง ทนทาน ก้อนหนึ่งรับน้ำหนักได้ถึง 15ตัน  น้ำหนักเบาเพราะมีช่องว่างกลางก้อนให้มีอากาศไหลเวียนหรือใส่วัสดุที่เป็นฉนวนลงไป  หรือเสริมเหล็กเส้น เทคอนกรีตลงไปเพื่อให้ตัวบล็อครับแรงได้มากขึ้น สามารถฉาบได้เหมือนผนังฉาบทั่วไป หรือจะไม่ฉาบปล่อยเป็นผนังเปลือยแล้วทาสีทับเลยก็ทำได้ เป็นฉนวนกันความร้อน กันเสียง 


ช่องหน้าต่างนี้ดิ่งฉาก เป๊ะ 

-  การก่ออิฐบล๊อกนาโน ไม่ได้ใช้วิธีฉาบปูนในการก่ออิฐ เพื่อให้งานก่ออิฐบล็อคนาโนเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเป็นช่างก็สามารถก่อได้  อาจารย์บอกว่าเจ้าของบ้านสามารถสร้างบ้านเองได้เพื่อช่วยประหยัดในเรื่องค่าแรง  จึงออกแบบการก่ออิฐโดยการใช้เทคนิคเดียวกับการเล่นต่อตัวต่อเลโก้ให้มีเดือยล็อคด้านบนและด้านล่าง (ดูวิธีการก่ออิฐบล็อคนาโนได้ที่นี่ ขั้นตอนการก่ออิฐบล็อคนาโน)     ด้วยการจุ่มอิฐลงกับปูนกาวแทนการใช้ปูนก่อแล้ววางประกบกับตัวเดือยอิฐอีกก้อนก็วางเรียงซ้อนกันได้แล้ว  (AKANEK ลืมถามไปว่าอิฐก้อนแรกยึดกับฐานอย่างไร) จึงตัดขั้นตอนการผสมปูนฉาบ ตัดปัญหาเรื่องการฉาบปูนไม่เรียบร้อยหรือฉาบปูนไม่เท่ากันซึ่งทำให้เกิดปัญหาดิ่งฉากได้ง่ายที่วงกบประตูและหน้าต่าง  และทำให้คนที่ไม่ใช่ช่างสามารถก่ออิฐเองได้  ตัวอิฐบลอคนาโนแต่ละก้อนหนา 20ซม. เมื่อก่อผนังแล้ว ผนังบ้านจะหนากว่าผนังที่ก่อด้วยอิฐมวลเบาซึ่งมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 7.5ซม.  (ไม่แน่ใจว่าวงกบหน้าต่าง ประตูจะต้องทำให้หนาขึ้นด้วยหรือไม่)

-  อิฐบลอกนาโนมีให้เลือกใช้งานตามความต้องการ 19สูตร  ตั้งแต่อิฐบล็อคสูตรคอนกรีตผสมแกลบ ผสมโฟม สำหรับห้องเย็น ห้องเก็บเสียง หรืออาคารทั่วไป โรงจอดรถ ห้องเก็บของ จนไปถึงสูตรเสริมเหล็กสำหรับอาคารที่ต้องการความแข็งแรง ปลอดภัยสูงหรือป้องกันภัยพิบัติ  เหตุผลที่มีหลายสูตรนี้นอกจากเพื่อการใช้งานแล้ว ยังเพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตเพราะอาจารย์ชาติชายต้องการให้ผู้แทนผลิตและจำหน่ายสามารถใช้วัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นในการผลิตตัวอิฐบล๊อกนาโนได้

  -  อิฐบล๊อกนาโนยังช่วยเรื่อง logistics และ mobilization ที่จะช่วยลดต้นทุนในการขนส่งจากจุดผลิตไปยังจุดก่อสร้าง เรื่องนี้จะเชื่อมโยงกับการตลาดที่อาจารย์ชาติชายวางไว้  อิฐบล็อคนาโนสามารถกระจายสินค้าได้ทั่วประเทศด้วยการเปิดรับตัวแทนจำหน่ายแต่ละจังหวัด เนื่องจากการผลิตอิฐบล๊อกนาโนไม่จำเป็นต้องผลิตในโรงงาน ตัวแทนจำหน่ายจะต้องเข้ามาอบรมการผลิตอิฐบล็อคนาโน และการก่อสร้างบ้านด้วยตัวอิฐนาโน  เพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างบ้านจะเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัท  การผลิตและการทำการตลาดลักษณะแบบ localization นี้ นอกจากจะช่วยให้ค่าขนส่งหายไปได้เยอะและยังเป็นการสร้างงานในชุมชนไปในตัวอีกด้วย "


<p>ใครที่สนใจ เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่  ได้ความรู้ใหม่ๆ เรื่องงานก่อสร้างเพิ่มอีกเยอะเลย   http://community.akanek.com/th/interview/nano-block-building-thainano</p><p>
</p>