ข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ที่ วาติกัน กำลังจะ ดิจิไทซ์ เอกสารโบราณของเขาในห้องสมุด ประมาณ ๔๐ ล้านหน้า ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์เนื้อที่ราว 2.8 PB กระตุ้นความรู้สึกเก่าๆ ที่ฝังหัวผมมานาน

เมื่อไรเมืองไทยเราจะ ดิจิไทซ์ (digitize)  หนังสือในหอสมุดแห่งชาติของเรา เป็น ebook และ pdf แบบประเทศที่พัฒนาแล้วเขาทำกันบ้างนะ ?  ตอนนี้ tablets ก็มีเป็นแสนเครื่อง แต่เด็กเราไม่มีหนังสืออ่าน !

หรือว่ามีทำกันแล้วโดยที่ผมและสาธารณชนไม่รู้ ? ใครทราบก็บอกด้วยก็ดีนะครับ 

ติดอะไรหรือเปล่า ? ถ้าติดปัญหากฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์ก็น่าจะไปแก้กฎหมายให้ทำได้ แล้วจะจ่ายเงินให้กับผู้ทรงลิขสิทธิ์ก็น่าจะทำได้  ดีเสียอีก หนังสือเก่าหน่อยที่ไม่มีคนอ่านแล้ว ถ้ายังมีลิขสิทธิ์อยู่ คนเขียนกับทายาทก็ยังจะได้สตางค์อีกหน่อยจาก micropayments

เวลาผมไปนั่งอ่านหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติ ผมอดคิดไม่ได้ว่า หนังสือนับเป็นล้านเล่มบนชั้นหนังสือและในห้องเก็บเอกสาร ส่วนมากเป็นหนังสือเก่า มีคุณค่ามหาศาล ภูมิปัญญาเก่าๆ หาซื้ออ่านไม่ค่อยได้ในท้องตลาด แต่คนทั่วไปเข้าถึงยาก ถ้าไม่ถ่อสังขารไปอ่านที่หอสมุด คนต่างจังหวัด คนในชนบทก็หมดสิทธิ์อ่านบนจอ ถ้าเราอยากจะให้เมืองไทยเคลื่อนไปสู่ประเทศแห่งปัญญา ก็ควรต้องเริ่มด้วยการให้หน้าหนังสือเหล่านั้น เข้าถึงได้จากใครก็ตามที่อยู่บนดอย

ถ้าเราไม่สามารถไปทบทวนภูมิปัญญาเก่าๆ ที่คนเขียนไว้แล้ว แปลไว้แล้ว จารึกไว้แล้วได้ง่ายพอ เราก็ต้อง reinvent the wheel ทุกครั้งที่จะทำอะไร  แล้วเราจะก้าวหน้าได้อย่างไรถ้าเราไม่มีไหล่ของยักษ์ให้เราไปยืนมองดูทิวทัศน์จากเบื้องสูง

บ่นที่นี่เอาไว้เผื่อมีคนเห็นด้วย คนธรรมดาๆ อย่างพวกเราอาจจะมีการรวมตัวคิดทำมั่งในอนาคต 

มาช่วยกันรณรงค์เรื่องนี้ดีไหมครับ ?