มุมมองเกาหลีใต้

ได้มีโอกาสไปเกาหลีใต้กับทริปผู้เกษียณอายุของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปี 55 เนื่องจากเป็นทริปผู้สูงวัย เลยถึือโอกาสพามะยีสาวไปเที่ยวเสียเลย กับสกาเดียร์ทัวร์ เครื่องขึ้นจากสุวรรณภูมิประมาณสี่ทุ่ม ถึงตอนเช้าที่สนามบินอินชอน เกาหลีใต้ สนามบินอินชอนถือเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกในเวลานี้ กว่าจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาก็เกือบ 3 โมงเช้า แล้วนั่งรถต่อไปอีก 3 ชม.เพื่อจะไปเกาะนามิ

  เกาะนามิ เกาหลีใต้

พอถึงเกาะนามิ นึกว่าท่าเรือเมืองไทย เพราะคนไทยเยอะมาก จริงๆ ไปต่างประเทศมาก็หลายประเทศแล้วนะคะ แต่ไม่ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ที่เกาหลีนี่แหละที่เจอคนไทยเยอะสุด และเจอคนไทยที่ไม่ค่อยพูดกันด้วยนะคะ สงสัยติดนิสัยเกาหลี  เรือที่ลงไปเกาะนามิมีธงชาติไทยขึ้นคู่กับธงเกาหลี ก็แสดงว่ามีคนไทยเยอะสุดที่ไปเที่ยวในวันนั้น ตอนบ่ายไปโรงเรียนทำกิมจิ และใส่ชุดฮันบกด้วย

ใส่ชุดฮันบก

สิ่งที่เจอและคุ้มมาก คือพายุโซนร้อนของเกาหลี ลมแรงมากๆ ฝนก็ตก ต้นไม้ล้ม เสียงลมก็แรงมาก ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ก็ล้ม ไฟฟ้าดับ สนามบินปิดคะ รุ่งเช้า พายุสงบ ก็ไปได้ตามโปรแกรมแต่ต้องงดเที่ยวสวนสนุกคะ

พระราชวังแฮงกุง

  พระราชวังแฮงกุง สวยมาก

ป้อมปราการฮวาซอง เมืองซูวอน เกาหลีใต้

  หน้าสวนสนุก Everland

รุ่งเช้าไปเที่ยวในเมือง หมู่บ้านวัฒนธรรม และไปคล้องกุญแจคู่รัก ที่หอคอยโซลทาวเวอร์

พิพิธภัณฑ์คติชนพื้นเมือง

เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมของเกาหลี

คล้องกุญแจคู่รัก ที่หอคอยโซลทาวเวอร์

อีกวันหนึ่งก่อนกลับกรุงเทพฯ ต้องไปพระราชวังทุกคนต้องไปเยือน คือ พระราชวังชางด็อกคุง ในกรุงโซล ยิ่งใหญ่และสวยงามมาก

พระราชวังชางด็อกคุง

สิ่งที่ได้จากเกาหลี ที่เห็นได้ชัดคือ คนเกาหลีโดยภาพรวมจะไม่สวย ไกด์บอกว่า เกาหลีเป็นดินแดนแห่งศัลยกรรมตกแต่ง น่าจะจริงคะ จริงๆ แล้วน่าจะมาจากคนเกาหลีเป็นคนเครียด ไม่ยิ้มแย้ม ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ (ต่างจากคนตุรกีเยอะมาก) ชีวิตเร่งรีบ เป็นเมืองที่มี pattern จริงๆ เป็นเมืองที่มีแต่การแก่งแย่ง คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับศาสนามากนัก (ขาดศีลธรรม) ชาวเกาหลีส่วนใหญ่ไม่มีศาสนา 46% คริสต์ 20% พุทธ 20 % และอื่นๆ ทำให้คนเกาหลีจึงมองเห็นความสำคัญของวัตถุล้วนๆ

ในเมืองเราจึงพบแต่ผู้คนที่มีความเครียด  ขาดการยิ้มแย้ม แม้กระทั่งแม่ค้าพ่อค้าที่ขายของ ด้วยความที่เป็นแบบนี้ ระบบของประเทศเป็นแบบนายทุน มุ่งเน้นแต่วัตถุ เกาหลีพยายามสร้า่งทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟ้ฟ้า ทุกอย่างมีแต่ซัมซุง รถบนถนนมีแต่ฮุนได ไม่พึ่งประเทศอื่น กีดกันทางการค้า แน่นอนด้วยความที่เป็นแบบนี้ ทำให้เค้าสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็ว ทั้งระบบอินเตอร์เน็ต เค้ามี WIFI ฟรีทั้งเมือง ทุกการใช้จ่ายผ่านมือถือตัวเดียว  ระบบการศึกษา ระบบสุขภาพ ทำให้เค้าเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว พัฒนาเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด เป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่

จริงๆ แล้วคนเราต้องสร้างสมดุลให้กับตัวเอง ค้นหาความพอดีให้เจอ ซึ่งความพอดีสำหรับคนคนหนึ่งไม่เหมือนกัน เราต้องอยู่บนโลกที่มันเปลี่ยนไปอย่างไรให้มีความสุข จริงๆ แล้วไม่ว่าจะไปที่ไหน เมืองไทย และคนไทยดีที่สุด เราต้องรักษาความเป็นตัวตนของเราให้ได้ ประเทศจะพัฒนาไปอย่างไร สิ่งที่ต้องคำนึงถึงและสำคัญมากก็คือต้องพัฒนาจิตใจคนในประเทศให้ได้ด้วยคะ .....และสิ่งหนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาจิตใจคนได้ดีมากคือ ศาสนานั่นเอง

เกาหลีใต้ 26-31 สิงหาคม 2555

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขในชีวิต



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สวนสนุก Everlan...ได้ขึ้นรถไฟรางไม้เหาะไหมครับ...ผมลองขึ้น 3 นาที...ราวกับ 3 ชาติ....เกาหลีมีอะไรดีๆ ที่เราต้องนำมาประยุกต์นะครับ...ขอบคุณบันทึกที่มีความสุขครับ

สวัสดีคะ คุณทิมดาบ พอดีวันนั้นมีพายุ เค้าเลยปิดรถไฟเหาะคะ เค้าไม่เปิดเครื่องเล่นครบทุกรายการคะ น่าเสียดายเหมือนกันคะ แต่โชคดีที่ได้เห็นพายุคะ...

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจคะ