เรื่องที่จะเล่านี้จะพิสูจน์ว่าผู้ป่วยจิตเวชไม่ได้โง่ สภาพจิตไม่ดีแต่ระดับสติปัญญาดีมีถมไป และยังเป็นผู้รักอิสรภาพอีกด้วย, 'ในสถานการณ์ที่เราประเมินว่าไม่มีความเสี่ยงนั่นแหละ เสี่ยงมากที่สุด'

คุณเคยได้ยินคำพูดทำนองว่า "คนบ้าไม่ได้โง่นะเว้ย!" หรือไม่

เรื่องที่จะเล่านี้จะพิสูจน์ว่าผู้ป่วยจิตเวชไม่ได้โง่ สภาพจิตไม่ดีแต่ระดับสติปัญญาดีมีถมไป และยังเป็นผู้รักอิสรภาพอีกด้วย อย่าซีเรียสนะคะ นำมาแลกเปลี่ยนเพื่อให้รับรู้ว่าโลกกลมๆ ที่เราอาศัยอยู่นี้ยังมีอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ

เหตุเกิดที่หอผู้ป่วยรับใหม่วิกฤตฉุกเฉินที่ดิฉันปฏิบัติงานอยู่ วันหนึ่งหลังจากผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดให้ตามปกติ รับประทานอาหารกลางวันก็เป็นปกติ ผู้ช่วยเหลือคนไข้ก็พาผู้ป่วยขึ้นมานอนพักผ่อนบนอาคารนอนตามปกติเช่นกัน เหตุการณ์ปกติหรือคำว่าปกติของที่นี่คือ ผู้ป่วยจะวุ่นวายมาก จนลืมคำว่าพักเที่ยงไปได้เลย

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ กล่าวคือ บรรยากาศในภาพรวมดี ผู้ป่วยมีอาการสงบ พยาบาลกับผู้ช่วยเหลือคนไข้ที่เคยผลัดเปลี่ยนกันไปพักรับประทานอาหารเพื่อให้มีคนอยู่ดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมงก็อยากจะรับประทานอาหารร่วมกันแบบพร้อมหน้าบ้าง (เฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานเวรเช้า) จึงคัดแยกผู้ป่วยที่มีอาการก้าวร้าวและวุ่นวายมากให้ขึ้นมาพักอยู่บนอาคารนอน ผู้ป่วยอื่นที่ไม่ก้าวร้าวก็จัดให้อยู่รวมกันที่โรงอาหาร แล้วทุกคนก็รับประทานอาหารร่วมกันที่ระเบียง ซึ่งสามารถมองเห็นผู้ป่วยในอาคารทั้งหมดและที่โรงอาหารบางส่วนได้ชัดเจน ครู่หนึ่ง ผู้ป่วยจากตึกข้่างๆ ก็วิ่งมาบอกด้วยเสียงละล่ำละลักอย่างตื่นเต้นว่า

"หมอๆ คนไข้แหกลูกกรงหนีไปหมดแล้ว ไปตามด้วย!"

สิ้นเสียงสั่งว่าให้ไปตามด้วย... วงข้าวก็แตกกระเจิง สามารถติดตามกลับมาได้ทั้ง 4 คน (ไม่ได้หนีไปทั้งหมดเสียหน่อย) แล้วยังมีคำพูดเสียดแทงใจพยาบาลจากผู้ป่วยกลุ่มนี้อีกว่า

"นี่ถ้าผมไม่รอให้ญาติขับรถมารับละก็ หมอตามไม่ทันหรอก"

จากการสอบสวนเรื่องราวในภายหลังได้ความว่า ผู้ป่วยทั้ง 4 คนเป็นผู้ป่วยมีประวัติใช้สารเสพติด ระดับสติปัญญาดี เทคนิควางแผนเยี่ยม และยังผ่านทัณฑสถานมาแล้ว ผู้ป่วยประเมินบุคลากรทางการพยาบาลของเราว่า ใจดี ถ้าหนีไม่สำเร็จก็ไม่ต้องรับโทษ คุ้มค่าต่อการเสี่ยง

ที่โรงอาหาร ผู้ป่วยรายหนึ่งวางตัวเป็นหัวโจก (หลังเกิดเหตุการณ์นี้ บุคลากรของเราจะสะดุ้งทุกครั้งที่ทราบว่าผู้ป่วยชื่อเดียวกันนี่ 'มาอีกแล้ว!) วางแผนให้เปิดโทรทัศน์ในโรงอาหารดังๆ ตนเองก็พูดคุยหัวเราะเสียงดังๆ เข้าไว้ให้ดูเหมือนอารมณ์ดีมีความสุขกับการดูโทรทัศน์ อีก 3 คนที่เหลือช่วยกันยกม้านั่งยาวกระทุ้งหน้าต่างเหล็กดัดซึ่งขอบหน้าต่างผุพังไปตามอายุการใช้งาน จนหน้าต่างเหล็กดัดหลุดออก ผู้ป่วยทั้ง 4 คนจึงหลบหนีออกไปได้โดยง่าย ก่อนหลบหนียังแสดงน้ำใจเชิญชวนให้ผู้ป่วยอื่นหลบหนีไปด้วยกัน แต่เราโชคดีกว่าที่ไม่มีใครยอมหนีออกไปด้วย

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทีมงานกลับมาทบทวนหาสาเหตุของความเสี่ยงจากการหลบหนี พบว่า กรณีผู้ป่วยมีประวัติใช้ยาเสพติดหรือวินิจฉัยเกี่ยวกับยาเสพติด เคยผ่านทัณฑสถาน จะมีความสามารถพิเศษหลากหลาย ซึ่งผู้ช่วยเหลือคนไข้ของเรามักจะประมาทและประเมินผู้ป่วยต่ำเกินไป

ดิฉันอยากให้ทุกท่านใช้ประสบการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนผู้เกี่ยวข้องว่าจะดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัยจากความเสี่ยงหลบหนีได้อย่างไร โดยเฉพาะ 'ในสถานการณ์ที่เราประเมินว่าไม่มีความเสี่ยงนั่นแหละ เสี่ยงมากที่สุด'


ที่มา : ปรับปรุงจากเรื่องเดิมชื่อเดียวกันโดยผู้เขียนเอง เผยแพร่ในตลาดนัดความรู้ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ปี 52