คนไทยเรานิยมสอนลูกหลานทำนองว่า... ตายไปแล้วให้คนเขาระลึกถึงคุณงามความดี
ทำให้ผมระลึกได้ว่า สองสามปีที่ผ่านมานี้ คนเกิดปีเดียวกับผม เช่น สตีฟ จ๊อบส์ (แห่งแอบเปิล) ฮูลิโอ ชาเวส (ปธด..เวเนซูเอล่า) ต่างร่วงหล่นกันเป็นระนาว ...แล้วคนก็ระลึกถึงเขาเหล่านั้นกันยกใหญ่
อาจระลึกกันนานสิบ ร้อย พันปี ..ทั้งในทางดีทางเลว อาจมีการตั้งชื่อวันเป็นชื่อเขาเหล่านั้น แล้วประกาศเป็นวันหยุดราชการก็เป็นได้
ส่วนพวกคนเลวนั้นความจริงน่าระลึกถึงมากกว่าด้วยซ้ำ แต่กลับไม่มีใครระลึกกันมากนัก เช่น ศาสนาพุทธก็ไม่มีวัน “เทวทัต” หรือวัน “องคุลีมาล” ที่กำหนดให้เป็นวันหยุด สักวัน
แต่น่าคิดว่าศาสนาคริสต์เขายังมีวัน ฮัลโลวีน และ วันแห่งความโง่ (๑๔ กพ) ที่คนไทยเห่อบวงสรวงกันยิ่งเสียกว่าวันวิสาขะบูชาเสียอีก ทั้งที่ประกาศในทะเบียนบ้านว่าเป็นชาวพุทธ
สตีฟ จ๊อบส์ ช่วงสองเดือนสุดท้ายแห่งชีวิตเขา ผมได้อีเมล์ไปหา ว่าให้มาเมืองไทย แล้วผมจะพาไปหาหมอสมุนไพรรักษามะเร็ง เพราะเห็นว่าเขาเป็นพุทธ ...แต่ผมไม่ได้รับตอบแม้จากเลขาฯของท่านว่าได้รับแล้ว กำลังพิจารณา อะไรก็ว่าไป (แหม..ขนาดสงสารว่าเป็นพุทธด้วยกันนะเนี่ย ถ้า บิน ลาเดน ป่วยเป็นอย่างท่าน แล้วผมรู้เบอร์อีเมล์ ผมจะอีเมล์ไปหาไหมหนอ ...ตอบว่า คงใช่แน่นอน )
ส่วนท่าน ชาเวส ปธด. เวเนฯ ตายด้วยมะเร็งเช่นกัน แต่ผมไม่ได้เมล์ไปหาหรอก (อาจเพราะเป็นคริสต์ต่างศาสนา แล้วผมไม่มีเบอร์อีกต่างหากก็เป็นได้) แต่อย่างไรผมก็สรรเสริญท่านที่เอารายได้จากการขายน้ำมันไปบำรุงประชาชนรากหญ้า แทนที่จะเอาไปบำรุงพวกพ้องแบบผู้นำไทยเรา (แล้วผู้นำก็เอาไปซื้อเสียงจากประชาชนผู้ยากไร้และด้อยข้อมูลความรู้อีกต่อ เป็นทอดๆ )
สำหรับผมก็กำลังป่วยหนักจากโรคไอซ้ำซาก ที่ติดมาจากสิ่งแวดล้อม คงรออีกไม่นานที่จะไปสู่ปรโลก แต่ผมตั้งปณิธานชีวิตไว้แล้วว่า ในการป่วยขั้นสุดท้าย ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ จะไม่ขอรับการรักษาจากยา จากหมอ พยาบาล คนใกล้ชิด หรือการผ่าตัดใดๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้มันตายไปตามธรรมชาติแบบนี้แหละ ในสวนป่า ที่ลึก และ ลับ ไม่มีใครเห็น
ผมสงสารหลวงพ่อคูณ วัดป่าบ้านไร่ มานานแล้ว อะไรวะ ทำเป็นเก่ง ที่พูดกับพระราชวงศ์แบบ กูมึง แต่พอป่วยนิดหน่อย ก็กลัวตาย ต้องแจ้นมารักษาที่รพ.มหาราช นครราชสีมา เสมอ
ถ้าเป็นผม ดังระดับนี้ ยอมตายแบบมีศักดิศรีไปนานแล้ว ที่วัดบ้านนาป่าพง ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี ให้หมอ พยาบาล โหลยโท่ย มาแตะตัวรักษาผมหรอก
ลพ. คูณดังมาได้ เพราะยากจนแท้ๆ ไม่มีทางไปไหนได้ อย่าว่าแต่ไปสอบเข้าเตรียมอุดม อัสสัมชัญ สวนกุหลาบ เบญจมฯ ราชสีมาวิทยาลัย เลย เลยต้องมาบวชเป็นเณร เป็นพระ บ้านนอก ที่แสนยากจน พอหาข้าวก้นบาตรกินกันตายไปวันๆ
..... ฉลาดแบบนี้ ถ้าเป็นลูกชาย อำมาตย์ หรือ อจ.มหาลัย หรือ เถ้าแก่หัวเมือง ป่านนี้คงได้ทุนไปเรียนนอก จบยูดัง ได้เป็น ศ.ดร. หรือไม่ก็ พล.เอก ผู้พิพากษาศาลฎีกา รวมทั้ง รมต. สส. สว. เต็มประเทศไปแล้วหละ
แต่ขณะนี้เป็นได้เพียงพระบ้านนอกแก่ๆ ที่กล้าพูด กูมึง กับอำมาตย์ใหญ่และ เจ้าฟ้าข้าแผ่นดินเท่านั้นเอง (อาศัยบารมีผ้าเหลือง)
พระหาญตายไป แต่ชื่อยัง....ส่วนทหารหาญก็เช่นกัน “ตายไปแต่ชื่อยัง” เหมือนกัน ถามว่าทำไมต้อง “ยัง” ด้วย ตายแบบเงียบๆ ไม่มีเสียงแตรเป่าประโคมได้ไหม
ทั้งที่ ที่ไปเป็นพระ เป็นทหาร ก็เพราะยากจน หาทางไปอื่นไม่ได้ เช่น เป็นทหารเพราะขี้เกียจปลูกข้าวแท้ๆ แล้วฟลุก ถูกฆ่าตาย ก็กลายเป็นวีรบุรุษ วีรสตรี กันมากหลายได้ง่ายๆ (ส่วนพระพิเรนทร์ หวังกู้ชาติจากฝรั่งเศสด้วยการดำน้ำไปเจาะเรือรบฝรั่งเศส กลับกลายเป็นคน “พิเรนทร์” ไปฉิบ โดยไม่มี ”วันพระพิเรนทร์” ให้เป็นเกียรติแต่ประการใด ยิ่งวันนี้ยิ่งคงยากเพราะกระแสต้านอำมาตย์กำลังมาแรง)
ที่ผมเข้ามาเรียนเตรียมทหาร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสงสารพ่อแม่ที่ยากจน ต้องส่งพี่ น้อง หลายคนเรียนหนังสือ ในสายตาของคนจนๆแบบผมเห็นว่าการเรียน รร.เตรียมทหาร มันเรียนฟรี จนจบป.ตรี มีงานทำทันที (ไม่ต้องหางาน เตะฝุ่นเหมือนพวกเรียนมหาลัย) แถมมีเกียรติ ก็เลยเลือกเรียนรร.นี้ ทั้งที่รร.มัธยมเดิมก็ให้ทุนเรียนฟรีจนจบม.ปลายเช่นกัน เพราะเป็นเด็กเรียนดีในระดับต้น
(ส่วนในสายตาพวกอำมาตย์ เขาก็มองต่างกับผมอยู่แล้วแหละ แบบว่าฟ้ากะเหว เพราะพวกนี้เขามีเกินกินไปแล้ว ก็มองรร.ตท. เป็นว่าเอามาประดับบารมีเท่านั้นเอง กระมัง ดังนั้นในสมัยก่อนจึงมี มล. มรว. มจ. มาเข้าเรียน รร.ตท. กันมากหลาย)
แล้วนี่ถ้าผมยังเป็นทหารอยู่ แล้วต้องตายไปในหน้าที่ จะมีคนขุดคุ้ยประวัติ เอามาประกาศเกียรติคุณ ไหมเนี่ย
...คงไม่ เพราะนิสัยคนไทย อโหสิให้วิญญาณผู้ตายเสมอ ...ขนาดสมัคร สุนทรเวช ยังไม่ค่อยมีคนขุดประวัติเลย ...สำมะหาอะไรกะคนอย่างผม อิอิ
สมัยเป็นทหารหนุ่มหล่อ เพิ่งจบ รร.นายเรือ ใหม่หมาดๆ ผมอวดโอ้ทำเป็นห้าวหาญไปบัญชากิจกรรมทางทหารอย่างโง่เขลา แต่กลับรอดตายกลายเป็นผีทะเลอย่างหวุดหวิด ก่อนไปเรียนปินยาเอกเมืองนอกเพียงสามเดือน ส่วนนายทหารรุ่นพี่ที่ตะโกนก้องช่วยชีวิตผมไว้ กลับตายด้วยมะเร็งก่อนวัยอันควร พี่ท่านนี้ไม่มีใครรู้จัก ยกเว้นผมที่จำท่านไม่รู้ลืม เพราะพี่ท่านทั้งหล่อ ทั้งดี และเรียนเก่งระดับแนวหน้าของรุ่น... แถมช่วยชีวิตโฉดๆของผมไว้อีกต่างหาก
พ่อแม่ให้ชีวิต แต่พี่ท่านต่อชีวิต จนอยู่รอดมาจ้อด่าทอคนอื่นต่อไปได้ถึงวันนี้ ...ก็ไม่รู้ว่าพี่ท่านที่ได้ช่วยชีวิตผมไว้อย่างหวุดหวิด ได้ทำบุญหรือกรรมกันแน่ ...หรือว่าวันนี้ มันตัดสินใจยาก ...มันคงเทาๆ เป็นธรรมดาโลกในวันนี้
...คนถางทาง (๙ มีนาคม ๒๕๕๖)
บทความยาวหน่อย แต่อ่านเพลินดีครับ คนไทยลืมง่าย แตาคิดๆดูลืมเสียก็ดี เพราะอ้ายที่เขายกยอกันอยู่ ดีจริงไหม
ดีอะไร ทำอะไรให้แกชนรุ่นหลังบ้าง ฝากอะไรไว้ในแผ่นดิน ที่คนไทยหลงชื่นชมอยู่สมควรแก่การชื่นชมหรือไม่
หรือยังงมงายกันอยู่
จำได้ขึ้นใจแน่นอน "คนถากถาง" อ่ะ ล้อเล่น "คนถางทาง ปรมมาจารย์ขั้นเทพ ครูรากหญ้าที่ชลัญศรัทธาด้วยความเคารพ
ด้วยความเคารพ อ่านยาวไปหน่อย ค่อยคิดตาม ถามตัวเองว่าวันนี้เรามีดีอะไรไว้บนแผ่นดินนี้แล้วหรือยัง แล้วคนที่เรารู้จักอีหลายท่านที่จากเราไป ทั้งๆที่ช่วงเมื่อมีชีวิตอยู่ เขาได้ทำดีมากมาย มีสักกี่คน เอ่ยถึงเขาบ้างไหม มุ่งมั่นทำดีต่อไป ยังไม่ย้อท้อ ต่อสังคมดี หรือเลว ก็ยังเทาๆ อยู่เช่นกัน