จังหวัดลำพูน  ได้รับการประกาศยกย่องจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ให้เป็น ๑ ใน ๑๐ จังหวัด ที่มีกระบวนการคัดเลือกครูสอนดีและผู้รับทุนครูสอนดีดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๔ ได้รับรางวัลเป็นทุนสำหรับดำเนินโครงการยกระดับการพัฒนาการเรียนรู้  ระดับจังหวัด จำนวน ๓ ล้านบาท ทางคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจังหวัดลำพูน ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน  ได้ร่วมกันคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเด็กและเยาวชนในจังหวัดลำพูน พบว่าจุดอ่อนที่สำคัญ  ได้แก่ กลุ่มที่ ๑  กลุ่มเด็กออกกลางคัน กลุ่มที่ ๒  กลุ่มเด็กด้อยโอกาส กลุ่มที่ ๓  กลุ่มเด็กที่เรียนจบแต่ไม่มีงานทำ จากสภาพปัญหาดังกล่าวเกิดผลกระทบทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมต่อตัวเด็กและสังคม  จังหวัดลำพูน ซึ่งมี อบจ.ลำพูนเป็นแม่งานใหญ่ จึงจัดทำโครงการยกระดับการพัฒนาการเรียนรู้เด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในจังหวัดลำพูนขึ้น 

         
  โครงการนี้มีกิจกรรม 4 กิจกรรมคือ 
  1.พัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนครูและบุคลากรทางการศึกษาและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดลำพูน
  2.พัฒนาการเรียนรู้ สมรรถนะ ทักษะฝีมือและความเป็นสากลให้กับเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน  3.ค่ายพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน เพื่อนช่วยเพื่อน
  4.การบริหารจัดการโครงการยกระดับการพัฒนาการเรียนรู้ระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน

       
      จากการที่พวกเราชาวคณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสค.ได้ไปเยี่ยมรับฟังความก้าวหน้าในการดำเนินงานของจังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  ทราบว่าจังหวัดลำพูนกำลังจะปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ใน 6 เรื่องคือ
  1.  ทบทวนให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยกระดับการเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพเยาวชนจังหวัดลำพูนชุดใหม่  เนื่องจากภาระหน้าที่ของคณะกรรมการคัดเลือกครูสอนดีชุดเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว  โดย พิจารณาสรรหาจากบุคคลที่จะเข้ามามีส่วนร่วม เป็นผู้นำและสนับสนุน ส่งเสริมการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างแท้จริง 

   2.  เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคลากรผู้เป็นแกนหลักรับผิดชอบกิจกรรมแต่ละกิจกรรมทั้ง 4 กิจกรรมตามโครงการ ได้สรรหาและคัดเลือกคณะทำงานที่จะเข้ามาร่วมทำงานด้วยตนเอง  แล้วเสนอรายชื่อให้คณะกรรมการตามข้อ 1 ให้ความเห็นชอบและให้การสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องโดยดำเนินการไปพร้อมๆกับข้อ 1

  3.  ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานที่ตั้งขึ้นใหม่ เพื่อร่วมกันทบทวนรายละเอียดกิจกรรมและร่วมกันจัดทำแผน ROAD MAPที่แสดงเส้นทางการดำเนินงานโครงการทั้ง 4 กิจกรรม เป้าหมาย ระยะเวลา งบประมาณ ผู้รับผิดชอบตลอดแนว จนเสร็จสิ้นโครงการ ซึ่งจะเขียนให้เห็นการบูรณาการเชื่อมโยงกันของกิจกรรมเป็นภาพที่มีความชัดเจนมากขึ้น
   4.  ประชาสัมพันธ์แผน ROAD MAP และกิจกรรมย่อยแต่ละกิจกรรม เพื่อสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้บริหารระดับนโยบาย ผู้ร่วมดำเนินการ และภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วน เกิดความรู้ความเข้าใจและความตระหนักที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยรูปแบบการประชาสัมพันธ์ที่หลากหลาย   
  5. กำหนดให้มีคณะกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการในทุกกิจกรรม ซึ่งเป็นคณะทำงานในกิจกรรมย่อยที่ 4  ซึ่งเป็นทีมงานของคณะกรรมการชุดใหญ่  คอยประสานงาน กำกับติดตาม สนับสนุนส่งเสริม กระตุ้นเตือน  แก้ปัญหา  จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิจัย ฯลฯ อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน เพื่อให้การดำเนินงานโครงการไร้รอยต่อและดำเนินไปตาม ROAD MAP ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามโครงการ
   6. เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานโครงการจะมีการสรุปประเมินผล/วิจัย เพื่อรายงานผลและกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปีต่อไปเสนอต่อ อบจ.เพื่อดำเนินการให้เกิดความยั่งยืนต่อไป