ทำไมน้ำมันไทยแพงตอนที่ 1 ประวัติความเป็นมาของน้ำมันไทย

น้ำมันไทย ไม่รู้ไว้บ้างไม่ได้ อาจทำให้ต้องใช้น้ำมันแพงไปตลอดกาลเพราะความไม่รู้ทันพวกขี้โกง

น้ำมันไทย ไม่รู้ไว้บ้างไม่ได้ อาจทำให้ต้องใช้น้ำมันแพงไปตลอดกาลเพราะความไม่รู้ทันพวกขี้โกง

เนื่องจากเรื่องน้ำมันเป็นเรื่องที่ผมไม่ได้สนใจ ใคร่เรียนรู้มาก่อน ณ วันนี้เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องที่ควรแก่การสนใจ ของคนไทยทุกคน ที่ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำมันในชีวิตประจำวัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม  จึงนั่งคลิ๊กหาข้อมูลมาอ่านและบันทึกไว้ในหัวข้อ ชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ...ไทยส่งออกน้ำมันมากกว่าบรูไน... ปี 2555 กำไรเพิ่ม 26 %.. เพื่อทำความเข้าใจ ไปทีละเปราะ  อีกทั้งจะได้แบ่งปันกันทำความเข้าใจ และนำมาเรียงใหม่ให้อ่านได้ลื่น ๆ อีกที เพื่อร่วมกันให้รู้ทันพวกขี้โกง (มองลบไปหน่อยเพราะดูๆข้อมูลที่นำบันทึกไว้ แล้วไม่น่าวางใจครับ)

ขอบคุณท่านผู้เขียนเนื้อหาที่ผมคัดลอกตัดต่อมาให้อ่านกันไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ประวัติการเจาะหลุมปิโตรเลียม

ตัดต่อเรียบเรียงจาก http://www.oknation.net/blog/thawatchai30/2009/05/20/entry-1

ท่านผู้เขียน ที่ใช้ชื่อว่า ธวัชชัยแสนดันใจ ได้แบ่งของน้ำมันไทยเป็น 3 ยุค ได้แก่

ยุคบุกเบิก (พ.ศ. 2464 - 2503)

ยุคเริ่มตื่นตัว (พ.ศ. 2504 - 2523)

ยุคสู่ความโชติช่วงชัชวาล (พ.ศ. 2524 - ปัจจุบัน)

ยุคบุกเบิก  (พ.ศ. 2464 - 2503)

เป็นยุคที่ชาวเมืองฝางนำน้ำมันดิบมาจ่ายเป็นส่วยอากรให้แก่เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ น้ำมันดิบมีคุณสมบัติในการรักษาโรคผิวหนัง จนถึงยุครัตนโกสินทร์นี้เองเมื่อพระเจ้าบรมวงค์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินในขณะทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟหลวง ที่ทรงมีพระดำริคิดหาเชื้อเพลิงอื่นมาใช้ทดแทนไม้  

และในปี พ.ศ. 2464 จึงได้ว่าจ้างนาย Wallace Lee นักธรณีวิทยาชาวอเมริกันเข้ามาสำรวจหาปิโตรเลียมในประเทศไทย (แหล่งฝาง และที่กาฬสินธุ์) 

ในปี พ.ศ. 2465 ได้ทรงว่าจ้างช่างเจาะชาวอิตาเลียนเข้ามาทำการเจาะสำรวจปิโตรเลียมที่แอ่งฝาง ในบริเวณที่เรียกว่า บ่อหลวง ซึ่งพบน้ำมันดิบไหลซึมขึ้นมาถึงผิวดินมาตั้งแต่โบราณ และได้เจาะหลุมทั้งสิ้น 2 หลุม แต่ผลการเจาะไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากอุปกรณ์การเจาะในสมัยนั้นส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ จนถึงปี พ.ศ. 2479 ถึง 2487 กรมทางหลวงได้ดำเนินการสำรวจขุดเจาะในบริเวณบ่อน้ำมันฝาง เพื่อหาชั้นทรายน้ำมันนำไปใช้สร้างถนนแทนยางแอสฟัลต์ การเจาะส่วนใหญ่ใช้เครื่องเจาะแบบสว่านหมุนด้วยแรงคน 

ยุคเริ่มตื่นตัว  (พ.ศ. 2504 - 2523)

ในช่วงแรกของการสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียมในประเทศ เป็นงานที่สงวนและดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐทั้งสิ้น ต่อมาหลังจากการดำเนินการในแหล่งน้ำมันฝางมานาน รัฐได้เข้าใจแล้วว่าการสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียมเป็นกิจการที่ใช้เงินทุนและมีความเสี่ยงสูง จึงได้เปลี่ยนนโยบายใหม่ให้เอกชนเข้าทำการสำรวจได้ ในเบื้องต้นจำกัดให้เพียงบริษัทเอกชนไทยเท่านั้น แต่การสำรวจก็ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ประกอบกับการที่ต้องนำเข้าน้ำมันเพิ่มมากขึ้นทุกปี และได้พิจารณาเห็นว่าการที่ประเทศจะมีแหล่งปิโตรเลียมเป็นของตนเองจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ในปี พ.ศ. 2504 รัฐบาลได้ประกาศเชิญชวนเอกชนให้มายื่นขอสิทธิการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย และในปี พ.ศ. 2505 บริษัท Union Oil Company of California (ปัจจุบัน คือ บริษัท Unocal) ได้รับสิทธิการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในภาคอีสาน

ในปี พ.ศ. 2510 ไทยได้ออกประกาศเชิญชวนเอกชนให้มายื่นขอสิทธิการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเขตไหล่ทวีป (อ่าวไทย) และในทะเลอันดามัน มีบริษัทฯที่ได้รับอนุญาตจำนวน 6 บริษัทฯ และบริษัท Continental Oil Company of Thailand ได้เจาะสำรวจหลุมแรกในอ่าวไทย คือ หลุมสุราษฎร์ -1 ในแปลงสัมปทาน B10 (12 มิถุนายน - 2 สิงหาคม 2514) 

สำหรับหลุมเจาะหลุมแรกในอ่าวไทยที่ประสบความสำเร็จพบปิโตรเลียม คือ หลุมเจาะ 12-1 ดำเนินการโดยบริษัท Union Oil (บริษัท Unocal ปัจจุบัน) ในแปลงสัมปทาน B12 (9 ตุลาคม 2515 – 29 มกราคม 2516) โดยพบทั้งก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว

ในปี พ.ศ. 2518 ได้เจาะหลุมประเมินผลหลุมแรกของประเทศ คือ หลุม 12-5 เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของแหล่งก๊าซดังกล่าว ต่อมาแหล่งก๊าซนี้ได้ชื่อว่า แหล่งเอราวัณ นอกจากความสำเร็จของบริษัท Union Oil แล้ว บริษัทผู้รับสัมปทานอื่นก็พบแหล่งก๊าซที่มีค่าในเชิงพาณิชย์อีก เช่น บริษัท Texas Pacific (ปัจจุบันได้โอนสิทธิให้กับบริษัท ปตท.สผ.และคณะ) 

ในปี พ.ศ. 2514 รัฐบาลเปิดให้ยื่นขอสัมปทานครั้งแรก บริษัท Amoco Thailand Petroleum และบริษัท Pan Ocean Oil Corporation ได้รับสัมปทานแปลงสำรวจ W2 และ W4 ตามลำดับ หลังจากได้สำรวจธรณีฟิสิกส์ พบว่ามีตะกอนสะสม หนาน้อยกว่า1,000 เมตร หรือประมาณ 3,300 ฟุต โอกาสพบปิโตรเลียมมีน้อย บริษัทฯจึงคืนพื้นที่สัมปทานทั้งหมด

ในปี พ.ศ. 2516 รัฐบาลได้กำหนดพื้นที่สัมปทานที่มีน้ำลึกกว่า 200 เมตร เป็นเขตน้ำลึก รวม 3 แปลง คือ แปลงสำรวจ W7 W8 และ W9 พร้อมทั้งส่งเสริมการสำรวจ โดยให้ผลตอบแทนแก่บริษัทสูงขึ้น

สู่ความโชติช่วงชัชวาล  (พ.ศ. 2524 - ปัจจุบัน)

หลังจากการค้นพบ แหล่งเอราวัณ และบริษัท Unocal ทำความตกลงขายก๊าซให้กับบริษัท ปตท. เป็นผลสำเร็จ ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยก็ถูกส่งมาตามท่อใต้ทะเล ขึ้นฝั่งที่ระยองเพื่อนำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม และบางส่วนถูกแยกและป้อนเข้าโรงงานเคมี ในขณะที่ผลสำเร็จจากการสำรวจขุดเจาะดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยเป็นที่น่าสนใจในสายตาของบริษัทฯน้ำมันต่างชาติ จึงได้มีการออกประกาศเชิญชวนเอกชนให้มายื่นขอสิทธิการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 6 ในช่วงต้นปี 2522 

ถึงปัจจุบัน ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมได้เจาะหลุมปิโตรเลียมแล้ว ไม่น้อยกว่า 1,800 หลุม ปัจจุบันมีผู้รับสัมปทาน จำนวน 28 สัมปทาน แปลงสำรวจ 37 แปลง และพบแหล่งปิโตรเลียมที่มีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ทั้งบนบกและในทะเล ไม่น้อยกว่า 30 แหล่ง มีการผลิตปิโตรเลียมจาก 28 แหล่ง ปิโตรเลียมที่ผลิตได้ทั้งในรูปของน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และก๊าซธรรมชาติเหลว

สนใจอีกอ่านฉบับเต็มใน http://www.oknation.net/blog/thawatchai30/2009/05/20/entry-1


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Idea



ความเห็น (0)