เกิดเป็น วัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture) .... เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ (Patient Safety) ..เป็นวัฒนธรรมอันดีงามขององค์กร (Organizational Culture) ...คิดว่าน่าจะเป็นองค์กรที่น่าไว้วางใจ (Trust Organizational)

    

        ในการสร้าง...วัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety culture)  .... กับ การนำระบบ IT มาใช้ หรือ.... การใช้ ระบบIT (Information system) …  เพื่อสร้างระบบความปลอดภัย .... เก็บรักษาความลับของผู้ป่วย ... เพื่อเป็นองค์กรในทางการแพทย์....ที่จะทำให้องค์กรหรือโรงพยาบาล .... ได้ป้องกันความลับของผู้ป่วย หรือ  คนไข้สบายใจ .... ไม่รู้สึกกังวล ... ว่าความลับของเขา...จะไม่ได้รับการเปิดเผย..ไม่นำไปบุคคลที่สาม ...หรือคนที่เขาไม่ต้องการให้รู้เรื่องส่วนตัว...โดยเฉพาะ....เป็นสิ่งที่เป็น  “เรื่องความลับ...ส่วนตัว” …. บุคลากรทาง สา’สุข....ต้องปฏิบัติ .... โดยอาจจะนำเอาระบบ IT เข้ามาช่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดความปลอดภัยในการเก็บความลับของผู้ป่วย....

        

   P’Ple นั้นคิดว่า....ที่โรงพยาบาลบ้านลาด ... ต้องมีการวางระบบ....มีมาตรการ…. ค่ะ ...เช่น


           - กรณีคนไข้ ติดเชื้อ HIV หรือ ตรวจพบว่าติดเชื้อ AIDs พบในสามี... ก็ไม่สามารถบอก หรือ ห้ามบอกภรรยา...ถ้าเจ้าตัวไม่อนุญาตนะคะ
           - กรณี ที่ถูกขมขืน (Rape) หรือ ล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual abuse)
           - ผลการตรวจปัสสาวะพบว่าตั้งครรภ์ (Urine Pregnancy) ให้ผลบวก (Positive) … หรือตรวจพบว่าเธอตั้งครรภ์....แต่การตั้งครรภ์ครั้งนี้ (Pregnancy) ที่เจ้าตัวไม่ต้องการให้ใครรู้ ... แม้แต่สามี ...แม่/พ่อ ของเธอ หรือ ยังไม่ต้องการ/ไม่พร้อมที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ ....
        - ผู้ป่วยติดสารเสพติด ..เสพสาร Amphetamine....ตรวจปัสสาวะ...พบผลบวก (Positive)
        - แม้แต่บริษัทประกันภัย ... ประกันสุขภาพ...จะมาขอถ่ายเอกสารหรือขอ Copy … ก็ต้องมีระบบป้องกัน นะคะ
      - หรือมีคดีความกับตำรวจ ....ตำรวจจะขอข้อมูล....ที่คิดว่า...จะเกิดความเสียหายต่อ..ผู้ป่วยของโรงพยาบาล .... ต้องมีระบบป้องกันนะคะ ..... เพราะทั้งหมด คือ...สิทธิของผู้ป่วย (Rights of Patients


             
 

            

            

                   


        ผู้ให้บริการ (Providers) ในองค์กร (ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ / พยาบาล / นักเทคนิคการแพทย์..ที่ตรวจในห้อง Lab.).... ห้าม”... นำความลับของคนไข้หรือผู้ป่วยไปพูด ... ห้ามนำผลตรวจ ทั้งในรูปแบบกระดาษ...หรือ การลงผลในComputer…. ผลตรวจเป็นลายลักษณ์อักษร...ทั้งภาษไทย หรือ ภาษา Eng ….เพราะบุคลลากร สา’สุข ....ต้องไม่ทำเช่นนั้น..เป็นข้อห้าม... สิ่งที่เขาต้องทำคือ รักษาความลับของผู้ป่วย ... อย่างเข้มงวด..เป็นจริงเป็นจัง... และการรักษาความลับให้กับผู้ป่วย ....
ขณะเดียวกัน....บางครั้งจำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยเพื่อ....ระบบของการรักษาพยาบาล....หรือ กรณีถูก Rape ....อาจจะมีคดีความทางกฎหมาย ... ทางโรงพยาบาล ต้องเก็บหลักฐานไว้เพื่อป้องกันการสูญหาย ในอนาคต ....สิ่งที่องค์กรที่ดีควรทำและทำเพื่อ... “ป้องกันความลับของผู้ป่วย” …ไม่ให้เกิดความรั่วไหล ... การรักษาความลับของผู้ป่วยที่ดีได้.... ที่โรงพยาบาล ทำคือ


          -  ในระบบ IT/ ระบบสารสนเทศ...ในโรงพยาบาลบ้านลาดได้ทำ คือ ต้องเป็นเก็บเป็นระบบ... รหัส Code 
         -  ผู้ที่จะเปิดรหัส Code ได้ต้อง มี Password
         -  ผู้ที่จะเปิดรหัสCode ได้ ต้องได้รับการแต่ตั้งจากผู้บริหารสูงสุดในองค์กร / หรือ ผู้อำนวยการ
        -  เอกสารที่เป็นความลับของผู้ป่วย ดังกล่าวข้างต้นดังกล่าว .... ต้องได้รับการปกป้องอย่างเป็นพิเศษ..พิเศษจริงๆค่ะ .... ที่โรงพยาบาลจะเก็บไว้ในตู้ ...แยกต่างหาก... แล้วมีกุลแจพิเศษ .... แล้วได้กำหนดไว้ว่า...ผู้จะเปิดเอาเอกสารนี้ได้เป็นใคร 
       -  มีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ (Guidelines) หรือ หรือกำหนดไว้ใน Work instruction

                     

                   

 
       P'Ple ขอสรุปว่า ... การปกป้องสิทธิของผู้ป่วย (Humman Right / Protect the rights of patients) หรือ การรักษาความลับของผู้ป่วย ... ทีมงานเรา... ทำแบบนี้ ทุกๆ ที่ในองค์กร .... กับ เจ้าหน้าที่ทุกๆ คน เกิดเป็น วัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture) .... เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ (Patient Safety) .... เกิด เป็นวัฒนธรรมอันดีงามขององค์กร (Organizational Culture) ...คิดว่าน่าจะเป็น .... องค์กรที่น่าไว้วางใจ (Trust
Organizational) ...P’Ple ไม่แน่ใจว่า... เข้าใจถูกหรือไม่นะคะ


               


               ขอบคุณมากค่ะ