สวัสดีค่ะ เวลาล่วงเลยมานานทีเดียวที่เราได้คุยกันถึงความสุขขั้นต้นตาม อรรถ ๓ หรือ ประโยชน์ ๓ ซึ่งทางธรรมเมื่อกล่าวถึงความสุข ก็ใช้คำว่า ประโยชน์ นั่นเอง  และเราคุยกันได้แค่ ประโยชน์ขั้นต้น หรือ ประโยชน์ปัจจุบันที่ตามที่มองเห็นได้ชัดเจน พร้อมทั้งวิธีปฏิบัติเพื่อให้ถึงประโยชน์สุขดังกล่าว


ในโอกาสมงคล เรามักให้ หรือ ได้รับคำอวยพรให้มี อายุ วรรณะ สุขะ พละ ก็เป็นความสุขในขั้นต้นนี้เท่านั้น

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ท่านเทศนากล่าวถึงชาวพุทธจำนวนมากว่ายังคงติดสุขอยู่กับประโยชน์ขั้นต้น

“...หวังแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า หวังแต่ความสุขในชีวิตนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นหลักประกันที่ยั่งยืนเลย มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ก็ใช่ว่าจะไม่ทุกข์ อายุร้อยปีก็ยังทุกข์ ทุกข์เพราะลูก ทุกข์เพราะหลาน ร่ำรวยเป็นหมื่นล้านก็ยังกลุ้มใจ หวาดกลัวความตายอยู่นั่นเอง

แม้ อายุ วรรณะ สุขะ พละ จะไม่ได้เป็นหลักประกันความสุขที่แท้จริง แต่ชาวพุทธไทยเราก็หวังแค่นี้ ทั้งที่มนุษย์เราสามารถจะไปให้ไกลกว่านั้นได้...”

(หนังสือ นิพพาน...ที่นี่...เดี๋ยวนี้ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ)


ประโยชน์สุขทางโลกในประโยชน์ขั้นต้นนั้นพระพุทธศาสนาไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็สอนต่อว่า มีความสุขที่สูงกว่านั้น หรือ สัมปรายิกัตถะ หรือ ประโยชน์ขั้นสูง

ประโยชน์ขั้นสูง ขึ้นมาอีกระดับนี้ เลยจุดหมายขั้นตาเห็น เพราะเป็นประโยชน์ที่ละเอียด ประณีตขึ้นมาอีกขั้น  คำพระท่านว่า เป็นประโยชน์สำหรับภายหน้า คือหวังได้ถึงเป็นประโยชน์ในภพใหม่กันเลย อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ขั้นสูง นี้เราทุกคนก็รู้สึกได้ตอนยังมีชีวิตอยู่ เพราะเป็นความสุขทางใจ เป็นคุณค่าของชีวิตซึ่งทำให้เกิดความสุขลึกล้ำภายใน ไม่ต้องรอให้ตายก่อนค่อยไปเก็บเกี่ยว กล่าวคือ อะไรก็ตามที่ทำแล้วบรรลุผลเกิดความสุขดังนี้

  • มีความอบอุ่นซาบซึ้งสุขใจ ไม่อ้างว้างยึดเหนี่ยวใจให้เข้มแข็ง (ศรัทธา)
  • มีความภูมิใจในชีวิตสะอาดที่ได้ประพฤติแต่การอันดีงาม ด้วยความสุจริต(ศีล)
  • มีความอิ่มใจในชีวิตมีคุณค่าที่ได้ทำประโยชน์ตลอดมาด้วยน้ำใจเสียสละ(จาคะ)
  • มีความแกล้วกล้ามั่นใจที่จะแก้ไขปัญหา นำชีวิตและภารกิจไปได้ (ปัญญา)
  • มีความโล่งจิตมั่นใจ มีทุนประกันภพใหม่ ด้วยได้ทำไว้แต่กรรมที่ดี


สรุปการจะบรรลุประโยชน์ขั้นนี้ มีหลักธรรมต้องปฏิบัติเพื่อจะอำนวยให้ได้รับประโยชน์ขั้นสูง คือ

๑.  ถึงพร้อมด้วยศรัทธา

๒.  ถึงพร้อมศีล

๓.  ถึงพร้อมด้วยจาคะ หรือ ด้วยการเสียสละ

๔.  ถึงพร้อมด้วยปัญญา


ผู้เขียนได้เห็นเรื่องราวมากมายที่เหล่ากัลยาณมิตรโกทูโนว์ส่วนใหญ่ทำให้เกิดประโยชน์นั้นมาถึงประโยชน์ขั้นสูงนี้ จำได้ว่าพระท่านเรียกบุคคลที่ดำเนินชีวิตอย่างน้อยให้ได้สองขั้นของประโยชน์สุข(ประโยชน์ขั้นต้น และ ประโยชน์ขั้นสูง)นี้ว่า “บัณฑิต” ค่ะ


โอกาสหน้ามาเรียนรู้ด้วยกันถึง ประโยชน์ขั้นสูงสุด น่าสนใจยิ่งนักค่ะ เพราะเป็นประโยชน์สุขอันเป็นความสงบเย็น  นั่นหมายถึงเราช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคม แม้จะเป็นเรื่องหนักหนาแต่ใจเราไม่เป็นทุกข์ ไม่ใช่ทำไป ทุกข์ไป

Happy Ba ความสุขที่ออกแบบได้... แล้วพบกันใหม่ค่ะ