จิตกับวิญญาณ ต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร (ปฏิจจสมุปบาท ตอน ๒) จากการที่ผมได้โพสต์เรื่องปฎิจจสมุปบาท ว่าอาจมีการสลับขั้นตอนคำสอน ระหว่าง อวิชชา -> สังขาร -> วิญญาณ ทำให้มีคำถามตามมาว่า จิต กับวิญญาณ ต่างหรือเหมือนกันอย่างไร วันนี้ผมไปค้นมาสามสี่แหล่ง แหล่งแรกคือ พระไตรปิฎก สำหรับประชาชน จัดทำโดย นายสุชีพ ปุญญานุภาพ (เป็นหนังสือที่ดีมากๆ อยากให้ชาวพุทธทุกคนมีไว้ติดตัว เล่มเดียว ย่อพระไตรปิฎกทั้งหมดมาไว้ให้เราศึกษา อ้างอิงได้ดีมาก) ดรรชนีค้นคำก็ดีมากๆ หน้า ๘๐ ข้อ ๘๗ ...ธรรมที่เป็นจิตและไม่ใช่จิต ธรรมที่เป็นจิตนั้นเป็นไฉน? จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ (ความรู้สึกทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ...คนถางทาง) ธรรมเหล่านี้เป็นจิต ธรรมที่ไม่เป็นจิตเป็นไฉน? เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ รูป และ นิพพาน ธรรมเหล่านี้ ไม่ใช่จิต (เรียกว่ากลุ่ม เจตสิก...คนถางทาง ) ...นี่แสดงว่า วิญญาณ กับ จิต เป็นสิ่งเดียวกัน ต่อมา หน้า ๑๐๘ หัวข้อ ๑๗๓...จิต มโน วิญญาณ เกิดดับ “ดูก่อนภิกษุ ธรรมชาติที่เรียกว่าจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง อันใด.....” ซึ่งผู้จัดทำได้แสดงอรรถกถาท้ายหน้าว่า...”แสดงว่าพพจ. ทรงยอมรับว่า จิต ใจ (มโน) วิญญาณ ใช้เป็นไวพจน์ของกันและกันได้...” หลังจากนี้ผมไปค้นพระไตรฯ เล่ม ๓๔ พบดังนี้ [๓๕๗] จิต มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ กายวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า จิต มีในสมัยนั้น. .......นี่ก็แสดงอีกว่า จิต กับวิญญาณขันธ์ เป็นสิ่งเดียวกัน ไปดูพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของ พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต) หน้า ๒๗๔ วิญญาณ = ความรู้แจ้งอารมณ์, จิต , ............. จากหลักฐานหลายแหล่งอ้างอิงข้างต้น ความตรงกันว่า วิญญาณ คือ จิต เป็นอันเดียวกัน ส่วนสังขารนั้นไม่ใช่จิต เป็นเจตสิก เป็นส่วนประกอบจิต ดังนั้นจิตควรมาก่อนสังขารหรือไม่ ในคำสอนเรื่องปฏิจจสมุปบาท หรือว่าเป็นการถูกแล้วที่สังขารมาก่อนจิต โปรดช่วยกันเสวนาต่อไป ...คนถางทาง (๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) ปล. คนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าวิญญาณคือสิ่งที่เหลืออยู่หลังตายแล้ว แต่ความหมายหลักคือ การับรู้อารมณ์ในปัจจุบันนี้ที่ยังไม่ตาย
จิตกับวิญญาณ ต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร (ปฏิจจสมุปบาท ตอน ๒)
4 คนชอบ
..ในมนุษย์มี พุทธะ อันเป็นเครื่องขัดเกลากิเลศ ทำให้จิต เกิดประภัสสร (แจ่มใสแต่บางเบา)..มนุษย์ผู้ใด เข้าถึง พุทธะ นำพุทธะ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ จึงเรียกว่า โพธิสัตว์..บรมศาสดา(องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า)ได้ค้นพบวิธีอย่างง่าย..และทรงมีพระมหากรุณาอันยิ่งใหญ่แก่ปวงมนุษย์ ทรงได้ถ่ายทอด ธรรมคำสอนอันประเสริฐนี้ สู่เหล่าสาวกอันประเสริฐนี้ล่วงมา2600ปีแล้ว.. พุทธบริษัท4 ผู้มีดวงตาเห็นธรรม(อันมีจำนวนน้อยนิด)..เดินตามทางของบรมครูผู้ทรงพระกรุณานี้ จึงมีเส้นทางอันสั้นเพียงภพชาติเดียวหรือไม่กี่ภพชาติ..สู่ นิพพาน..สาธุ พุทธังสะระณัง คัจฉามิ..สาธ ธัมมังสะนะณัง คัจฉามิ..สาธุ สังฆังสะระณัง คัจฉามิ..
I had problems reading this post (the copy and paste put it out in sequences of letters rather than words -- under Firefox for Ubuntu), but let me ask a few more questions. Please?
1.a) หน้า ๑๐๘ หัวข้อ ๑๗๓...จิต มโน วิญญาณ เกิดดับ
“ดูก่อนภิกษุ ธรรมชาติที่เรียกว่าจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง อันใด.....”
ซึ่งผู้จัดทำได้แสดงอรรถกถาท้ายหน้าว่า...”แสดงว่าพพจ. ทรงยอมรับว่า จิต ใจ (มโน) วิญญาณ ใช้เป็นไวพจน์ของกันและกันได้...”
1.b) หน้า ๘๐ ข้อ ๘๗ ...ธรรมที่เป็นจิตและไม่ใช่จิต
ธรรมที่เป็นจิตนั้นเป็นไฉน? จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหวิญญาณ กายวิญญาณ "มโนวิญญาณ" (ความรู้สึกทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ...คนถางทาง) ธรรมเหล่านี้เป็นจิต
1.q) If มโน is another for วิญญาณ then มโนวิญญาณ is an overemphasized word. Why?
2.a) จิต is understood (by me, too) to be an entity (an object or a thing) that can be "trained" or "modified" (or changed in some ways to have different properties).
2.b) วิญญาณ is observed used as a property or a state of จิต in much the way as สติ is used to define a temporal state of จิต in moment like สมาธิ สัมปชัญญะ ...
2.q) if จิต is the same as วิญญาณ then again จิตวิญญาณ is another over-emphasized. But if we see จิตวิญญาณ as a จิต in a state of วิญญาณะ then we can see a citta (mind) with awareness (state).
3.q) Can we not see the "grouping" as one group of states (manifests / phenomina) directly linked to จิต (citta) and not depending on conditions or constraints;
and another group indirectly via เจตสิก (cetsika or packages or conditions attached) to จิต?
When we have อวิชชา (ignorance) then under this "สังขาระ" (supposition or theory) we can explore in a straight and narrow road. Other theories may be correct but consistent interpretation of the whole tipitaka become a burden of proof too.
A Tibetan saying: when at a fork, choose the hard road.
[Because there is a 'good reason' for building the hard road too, and often it rewards the risk takers. ;) ]
ท่าน sr ครับ ผมไม่ทราบว่าอะไรเกิดขั้น ด้านผมเองเวลาอ่านมันก็เป็น บล็อคๆ ไม่ต่อเนื่อง แต่ก็อ่านได้นะครับ ผมใช้ โครหม ครับ
เรื่องจิตวิญญาณ มโนวิญญาณ มโมสำนึก จิตสำนึก นั้นผมว่าเป็นเพียงนิสัยของภาษาไทยที่ชอบเอาคำศัพท์ที่คล้ายกันมาผสมกัน เช่น ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ล้มหมอนนอนเสื่อ กินข้าวกินปลา กมลสันดาน ผีสางนางไม้ อาบน้ำอาบท่าน เสื้อผ้าอาภรณ์ เป็นต้น
เรื่องการตีความ จิต วิญญาณ มโน นั้น เราไม่อาจตีความเอาเองได้ครับ (นอกจากตั้งตนเป็นศาสดา ตั้งศาสนาใหม่ หรือ แยกนิกายใหม่) ตราบที่ยังเป็นพุทธศาสนิก ก็ต้องตีความตามคำสอนครับ ซึ่งตอนนี้ก็มีแต่พระไตรฯ เท่านั้น เพียงแต่ว่าถ้าพระไตรฯขัดกันเอง นี่สิ ปัญหาใหญ่ เท่าที่ผมเสนอว่า สังขาร กับวิญญาณ ควรสลัีบกันนี่ก็แย่แล้ว บาปหนามากที่ไปเถียงพระพุทธเจ้า อิอิ
ผมรบกวนอาจารย์ copy เนื้อหามา paste ใหม่ได้ไหมครับ