รักมิใช่แฟชั่น

จะสอนเรื่องของความรัก ก็ไม่ได้มีสูตรเฉพาะที่จะนำมาสอนได้  เรื่องของความรักนี้ทั้งลึกและกว้างไกลเสียเหลือเกิน จะเขียนออกมาเป็นข้อๆไม่ได้เลย   สุดแล้วแต่ว่า  รูปแบบของคนเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร  แต่ทั้งหมดนี้  รักต้องเป็นรักโดยเฉพาะ  รักมิใช่แฟชั่น


รักมิใช่แฟชั่น แล้วแฟชั่นของรักเป็นอย่างไร  ในยุคนี้กับยุคที่ครูอ้อยเป็นสาว  มันต่างกันเหลือเกิน  ความกล้า  ความขวยเขิน  ความสู้สายตาคน  มีความต่างกันดุจราวฟ้ากับดิน  อาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจและสังคมมีการเปลี่ยนแปลง  ค่านิยมของวัยรุ่นหนุ่มสาวในยุคนี้  เลียนแบบทางตะวันตกมากจนแทบจะไม่เหลือวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีอยู่  ความเชื่อฟังผู้ใหญ่ของคนสมัยนี้และ  ความกล้าได้กล้าเสียมีมากจนน่ากลัว


การที่วัยรุ่นสมัยนี้  ปล่อยตัวปล่อยใจให้ระเริงไปกับสิ่งเร้าที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่หยุดยั้ง  เมื่อเปรียบเทียบกับวัยรุ่นสมัยก่อนมีเพียง  ไว้ผมยาว  ดึงขอบกระโปรงให้สั้นขึ้น  แต่เมื่อกลับมาบ้านก็ดึงลงเหมือนปกติ  จะดื้อรั้นอย่างไร  ครูอ้อยก็เป็นเด็กค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง  ไม่เคยตามเพื่อน  มีแต่จะเตือนเพื่อนเสมอ  แต่ในเรื่องของความรัก  ครูอ้อยคิดว่าเป็นเรืองส่วนตัว  รักเขาแล้วเขาไม่สนใจเรา  ก็ไม่เคยไปพิรี้พิไรอะไรกับเขา  ร้องไห้เสียใจนิดหน่อย  แล้วกลับมาเรียนมาสนใจการเรียน  ไม่ปลอยใจลอยไปกับความรู้สึก  อย่าไปนึกว่า  เขาต้องมารักเรา  ไปบังคับใจของเขาไม่ได้  เขารักคนอื่น  ก็ยินดีกับเขา  ไม่เคยยื้อยุดฉุดใจให้มารักเรา


ต่างกับวัยรุ่นสมัยนี้  ปล่อยความรู้สึกออกมามีบทบาทมากจนเกินไป  ยุคปัจจุบันนี้มากมายจนกลายเป็นแฟชั่น  ซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ไปกันเป็นคู่  เที่ยวเตร่  หนีเรียน  การเรียนตกต่ำจนเกิดปัญหาตามมา  ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน  เพราะเกิดเรื่องราวในโรงเรียน  ละเมิดกฏของโรงเรียน  ทำความเสื่อมเสียชื่อเสียงของโรงเรียน  ทำเลียนแบบกันจนกลายเป็นแฟชั่น  


รักมิใช่แฟชั่น   ต้องบอกว่า  ควรแยกกันให้ออกจากกัน  เพราะมันคนละเรื่อง  เรื่องรักเป็นเรื่องที่ดี  ที่มีความงดงาม  เมื่อคนสองคน  มีความเข้าใจกัน  มีความชอบที่เข้ากันได้  เหมาสมที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน  นั่นคือเรื่องของรัก  อย่ามาดึงเอารักไปเป็นแฟชั่น  ที่ดึงดิ่งสู่หายนะ  เพียงเพื่อสนองต่ออารมณ์รักใคร่   สนองต่อความต้องการของกันและกันก่อนวัยอันควร  ชีวิตคู่ย่อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน  จะนำแฟชั่นมาเป็นรูปแบบของความรักไม่ได้เลย  หากดึงแฟชั่นเข้ามา  จะเกิดอารมณ์ความต้องการ  ขาดสติยับยั้งชั่งใจ  นำเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกมาช่วงชิงสิ่งที่ต้องการ  ดังเป็นข่าวตามคลิบที่เด็กๆตบตีกัน  เพียงเพราะแย่งผู้ชาย  ถามว่า  ตบตีกันเสร็จแล้ว  ผู้ชายคนนั้นเขายังจะมารักผู้หญิงที่ขาดสติแบบนี้หรือ  


ผู้ปกครองเด็กผู้หญิงสมัยนี้  จึงกลับมาใช้สุภาษิต  มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน  อีกครั้ง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูสิริพรกับบันทึก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

....  มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน ..... สุภาษิต นี้ ... มีข้อคิด คำสอน  แฝงไว้ นะคะ ....


      

IP: xxx.25.142.114
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ Dr. Ple

ท่านมี 2 ครูอ้อยมี 4 ค่ะ