GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความผิดพลาด..บนความถูกต้อง

ยึด "ผู้ป่วย" เป็นศูนย์กลาง....

วันนี้ขณะขับรถผ่านน้องๆทหารที่มารักษาการณ์อยู่หน้าทางเข้ากระทรวงฯ ก็ทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 กันยาที่ผ่านมา จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่เราและเพื่อนๆที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นตกลงกันไว้ว่าจะไม่พูดถึงเหตุการณ์วันนั้นในที่ทำงานอีก แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับพวกเรามากเพียงใด…. <p>      และหลังจากได้เข้าไปอ่านบันทึกหลายๆบันทึกของเพื่อนร่วมสถาบันเช่น วันนี้ไปทำงาน , ยิ่งให้ ยิ่งได้ , สื่อสาร…ดี หรือ ไม่ดี , โครงการฟิตร่างการให้แมนใน 4 อาทิตย์   ที่เขียนถึงผู้ที่ไปปฎิบัติงานให้บริการผู้ป่วยในวันนั้น หลายๆบันทึกต่างแสดงความขอบคุณและชื่นชมผู้ที่ไปปฏิบัติงานในวันนั้น...</p><p>      ทำให้เรากลับมาคิดทบทวนว่า ควรจะวางความรู้สึกของตัวเองไว้ตรงไหน!!!</p><p>      ในวันนั้น moomiกะป้าบวม เดินทางไปที่สถาบันเพราะเราได้รับคำยืนยันจากกัลยาณมิตรหลายๆคนว่า ผอ.ไม่ยกเลิกการ present แผนปี 50 ของสถาบัน และเราเองก็รู้สึกไม่แตกต่างกับหลายๆคนในสถาบันที่มาทำงานในวันนั้น คือ กังวลใจเพราะเป็นวันหยุดฉุกเฉิน ผู้รับบริการบางคนอาจไม่ทราบและเดินทางมารับบริการตามปกติ และเมื่อเดินทางมาถึงสถาบันก็ได้ทราบว่าการ present ดังกล่าวถูกยกเลิก  จึงชวนกันขึ้นไปที่ office เพียงหวังว่าอย่างน้อยน่าจะมีเจ้าหน้าที่คอยชี้แจงให้ผู้มารับบริการเข้าใจว่าวันนี้เรางดบริการเพราะมีประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ (โดยปกติหน่วยงานเราจะหยุดให้บริการทุกวันหยุดราชการอยู่แล้ว) </p><p>      แต่เมื่อขึ้นไปถึง office  ก็พบ Seangja (ซึ่งคิดตรงกันกับเราแล้วเผอิญพบกับ case เร่งด่วนที่จะต้องลงไปพบแพทย์) กำลังให้บริการปรึกษาแก่ผู้ป่วย และมาทราบอีกว่าพี่ น.บ. ไปปฎิบัติงานที่คลินิกผู้ป่วยเด็กแล้ว </p><p>        ระหว่างรอ Seangja ยุติบริการ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น...เป็นเสียงจากงาน ANC แจ้งมาว่ามีผู้ป่วยฝากครรภ์มารอรับบริการจำนวนมาก จะมีเจ้าหน้าที่ลงมาให้บริการหรือไม่ เราจึงโทรไปบอกกับ พี่ น.บ ว่า มีผู้ป่วยรอรับบริการที่ ANC หลายรายจะทำยังไงดี พี่ น.บ.ตัดสินใจว่า เดี๋ยวทำงานที่คลินิกเด็กเสร็จก็จะลงไปดำเนินการที่คลินิก ANC ให้ พอว่างหูโทรศัพท์  ก็มีผู้ป่วยเดินขึ้นมาขอรับบริการฟังผลเลือด 2 - 3 ราย เราจึงตัดสินใจให้บริการผู้ป่วยเหล่านั้น......</p><p>         หลังจากที่พี่ น.บ. ทำงานที่ ANC เสร็จก็ขึ้นมาที่ office แล้ว จึงโทรรายงานกับผู้บังคับบัญชาว่ามีใครบ้างที่มาปฏิบัติงาน และแจ้งให้ทราบว่าที่สถาบันทุกแผนกเปิดให้บริการตามปกติและมีผู้ป่วยมารับบริการจำนวนมาก (มาทราบภายหลังว่ามีผู้ประมาณ 60 % ของวันทำการปกติ) สรุปว่าในวันนั้นมีผู้มาขอรับบริการที่กลุ่มงานฯ มากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยนัดฟังผลเลือด ผู้ป่วยเมทาโดน ผู้ป่วยที่มารับการสงเคราะห์ หรือแม้กระทั้งผู้ที่มาขอรับถุงยางอนามัย…..</p><p align="center">——————————–</p><p align="left">          สุขใจจริงๆ ที่พวกเราตัดสินใจให้บริการผู้ป่วยในวันนั้น อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางกลับมาอีก เพราะผู้ป่วยบางรายเดินทางมาจากต่างจังหวัด เช่น นครปฐม ลำปาง....</p><p align="center">—————————————-</p><p>       แต่แล้วความสุขใจก็อยู่กับพวกเราได้ไม่นาน เมื่อรู้ว่า.....</p><p>       จริงๆ ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานของเรา ได้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆไว้แล้วว่า หน่วยงานของเราจะหยุดให้บริการ และให้ถือปฎิบัติเป็นวันหยุดราชการ เหมือนวันหยุดราชการทั่วๆไป (ไม่ต้องมาปฏิบัติงาน)     </p><p align="center">แย่แล้ว....แล้วเราจะทำยังไงดี..!!!!</p><p align="left">        ถ้ามองในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา  เราก็มีความผิด.....เพราะฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชา....เพราะท่านได้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆไว้แล้วว่าจะหยุดให้บริการ และหากมีปัญหาเกิดขึ้นให้ประสานกับบุคลากรของหน่วยงาน(ซึ่งอาศัยอยู่ในสถาบัน)  แต่การที่เราตัดสินใจให้บริการส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรารู้เพียงว่าผู้บังคับบัญชาสั่งให้คนในหน่วยงานหยุดงานตามประกาศ แต่เราไม่รู้เลย ว่าภายใต้คำสั่งที่ให้หยุดงานของผู้บัญชานั้นได้มีการประสานงานไว้เรียบร้อยแล้ว...... อาจเป็นเพราะความบกพร่องในการสื่อสารก็ได้</p><p align="left">         แต่ถ้าถามในความรู้สึก สำหรับเราแล้ว คิดว่า...แม้ว่ามันจะเป็นความผิด แต่มันก็เป็นความผิดพลาดบนความถูกต้องมิใช่หรือ......</p><p align="center">———————————</p><p align="left">ปล. ขอโทษ</p><ul>

  • พี่เปี่ยมสุข ที่ไม่ได้รายงานให้ทราบตั้งแรกที่ตัดสินใจเปิดให้บริการ (เพราะมีผู้ป่วยมารับบริการไม่ขาดสาย...และหนูก็ลืมจริง จริ๊ง) 
  • พี่เจี๊ยบ ที่ไม่ได้โทรแจ้งหลังจากตัดสินใจให้บริการผู้ป่วย (เพราะที่คุยกันครั้งสุดท้ายเราตกลงกันว่าจะหยุดงาน...ห้ามน้อยใจเด็ดขาด (ขำๆ ) เพราะยังไงก็ยังรักแต่ไม่แสดงออก)
  • </ul><p align="left">ขอบคุณ</p><ul>

  • พี่ น.บ. และ Seangja ที่อยู่เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์
  • พี่เจี๊ยบ พี่บัว ตุ๊กติ๊ก ที่รีบมาปฏิบัติงานหลังจากที่พี่ น.บ. รายงาน
  • พี่เล็ก'ทิ ที่แวะเวียนมาดูใจ พร้อมทั้งขนมเบรคที่จิ๊กมาจากห้องประชุม
  • พี่ปัทม์ ที่คอยให้กำลังใจและมากินข้าวเป็นเพื่อน
  • เจ๊เล็ก ที่แวะเวียนมาพร้อมกับกำลังใจก้อนโตที่ทำให้ฮึดสู้
  • น้องแหม่ม, น้องไก่ , น้องหน่อง , คุณสามี ที่คอยโทรมาถามข่าวตลอดทุกชั่วโมง
  • และที่ขาดไม่ได้คือ ป้าพรรรณี (แม่บ้านประจำตึก) ที่อยู่เป็นเพื่อนและให้กำลังใจเราตลอดจนถึงทุกวันนี้
  • </ul>

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

    หมายเลขบันทึก: 51995
    เขียน:
    แก้ไข:
    ความเห็น: 8
    อ่าน:
    สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

    ความเห็น (8)

    เปลี่ยนรูปเมื่อไหร่คะ น่ารักซะจริงๆ  คนหน้างานหัวใจเต็มร้อย....ขอปรบมือให้ดังๆ ค่ะ จากทีมงาน ม.อ.
    ถามหน่อยนะคะ สงสัยมานาน ทำไม moomiต้องกะป้าบวม คะ?

    คุณเมตตา ชุมอินทร์

    • แหม...เข้ามารวดเร็วเสียหัวใจแทบวาย ต๊กกะจาย.....โม๊ดเลย
    • ที่ moomiต้องมากะป้าบวม ก็เพราะ ป้าบวมถือมีดจี้ให้มาเปิด blog ด้วยกัน อิๆๆ อะล้อเล่น คุณเมตตา เคยได้ยินสุภาษิตไม๊ค่ะ ที่ว่า คนเดียวหัวหายสองคนเพื่อนตาย  แบบว่าดังแล้วไม่อยากแยกวง (ตายคนเดียวมันเหงา) อิๆๆ
    • ว่างก็แวะมาเยี่ยมกันอีกนะคะ ขอบคุณค่ะ ไม่แน่จะเปลี่ยนรูปทุกวันเลย แหะๆๆๆ

    • 555...มาให้กำลังใจอีกครั้ง...เพิ่มพลังใจให้ฮึดและอึด เพื่อคนไข้นะจ๊ะ
    • มาต่อสุภาษิตให้ว่า... "คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนต้องใส่ท่อหายใจ สี่คนซี้เลย "...555 

    ถ้าไม่นับผู้ร่วมสนทนาคนนี้เป็นคนที่สี่ก็ต้องบอกว่าตอนนี้มู่มี่กะป้าบวม ตอนนี้คงกำลังหลับสบายอยู่แน่ๆเลย(ก็ใส่ท่อหายใจอยู่นี่)...

    อ๊ะๆพักหลังๆได้ยินข่าวว่าเพื่อนกำลังฝึกหัดร้องเพลงคาราโอเกะของซิลลี่ฟูล(เล่นของสูง)กับเพลงของนู๋เจน(ไร้ตัวตน)อยู่ใช่ไหม..ถ้าอย่างไรเราจะชวนมาร้องโชว์ตอนงานเลี้ยงสิ้นปีดีไหมเนี่ย 555(แบบยิ้มๆ)

    • สวัสดีครับป้าบวมและท่านmoomi
    • ขออภัยนะครับที่หายหน้า หายตา ไปนานเลยครับ
    • ยังคิดถึงทั้งสองท่านเสมอนะครับ
    • วันนั้นขออภัยครับที่ไปถึง มสธ. แล้วไม่ได้แวะไปกราบเยี่ยมครับ เพราะรีบกลับจริง ๆ ครับวันนั้น
    • ถึงกรุงเทพฯ เที่ยงครึ่งแล้วก็ขึ้นรถกลับตอนบ่ายสามโมงครึ่งเลยครับ
    • ยังรักและคิดถึงทั้งสองท่านมิเสื่อมคลายครับ
    เป็น "แฟนคลับ"(หรือแม่ยกก็ไม่รู้เนอะ) ตามมาให้กำลังใจนู๋ทั้งสองของป้าจ้า
    ป้าบวมและท่านmoomi หายไปไหนหว่า คิดถึงจังเลยครับ