เมื่อพยาบาลควบคุมโรคติดต่อป่วยเอง

               เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีอาการป่วยไข้สูง  ปวดศีรษะ ปวดตัว ปวดท้อง ไอ เจ็บคอ มีอาการหลายอย่างร่วมกันไป แต่หนักสุดคือ ปวดท้องมาก ปวดตัวมาก ไอมาก ๆ  หลังจากที่ทำงาน ไปลงพื้นที่สอบสวนการระบาดของการติดเชื้อทางเดินหายใจ ที่ศูนย์ฝึกอบรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีคนเข้าฝึกอบรมป่วยประมาณ 600 กว่าคน จากจำนวน 1500 คน 

             การทำงานเราระมัดระวังป้องกันการติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างดี แต่ก็พลาดจนได้ มีเจ้าหน้าที่ที่ป่วยก่อนไปแล้วจากส่วนกลาง สคร. ที่มาช่วยสอบสวนโรค  7 คน  เราก็จะเป็นคนที่ 8

             อาการป่วยครั้งแรกคิดว่าจะไม่รุนแรงและป่วยไม่มาก กินยาที่ฆ่าเชื้อ และตรวจหาเชื้อในวันอาทิตย์ในช่วงเย็น อาจารย์หมอที่ตรวจให้ยังแซวบอกว่าเรื่องเล็กน้อย ไม่เป็นไร เชื้อไมโคพลาสมาไม่รุนแรง ถ้าร่างกายแข็งแรงดี กินยาเดี่ยวก็หาย สั่งยาลดไข้ ยาลดอาการไอ และยาฆ่าเชื้อให้  

             กลางคืนคิดว่าน่าจะดีขึ้น แต่มันไม่ใช่  ไข้ขึ้นสูงจนนอนหลับบ้างไม่หลับบ้างไม่รู้สึกตัว  เช้าวันจันทร์ ทำงานไม่ได้ ลาป่วย ระหว่างนอนอยู่บ้านก็อาการไม่ดีขึ้น แต่ใจสู้มากไม่ยอมมานอนโรงพยาบาล ขอนอนที่บ้าน กินยาที่มี อาจารย์แพทย์จากสำนักระบาดวิทยา ฟังอาการจากโทรศัพท์คุยกัน ไลน์บอกอาการแล้ว ไม่ใช่อาการที่จะนอนอยู่บ้าน สั่งให้มานอนโรงพยาบาล แต่เราก็ดื้อเหมือนเดิม ขอรักษาและสังเกตอาการต่อที่บ้าน นอนอ่าน FB รายงานอาการให้คุณหมอที่ดูแลทราบ และบอกคุณสามี  กลางคืนวันจันทร์ แทบจะไม่ไหว ฝัน ละเมอ รู้สึกอย่างเดียวว่าปวดหัวมาก ปวดท้องมาก เพื่อนใน FB บอกว่าให้มาหาหมอ ไม่ให้ทน เป็นไส้ติ่งไหม  ตัดไส้ติ่งนานแล้วคะ คืนนั้น       ช่วงหัวค่ำนอนหลับไม่รู้รู้เรื่องอยู่ในห้องนอน ตื่นเป็นระยะ เหนื่อยมาก  นพ.โรม บัวทองบองว่า พี่ประกาย ไปหาหมอนอนโรงพยาบาลเดี่ยวนี้ และตรวจดูว่าเป็น  Influenza  น่าจะติดจากผู้เข้าอบรม มี 1 ราย ที่ผลเป็นบวก งานเข้าละทีนี้  เช้าวันอังคารทนฝืนมาโรงพยาบาล เคลียร์งานนิดหน่อย สั่งงานไว้ ไปตรวจกับหมอที่GP  ยังไม่ให้ยาต้านไวรัส  ส่งLab ซ้ำ ตรวจ PCR  ตรวจ CBC ตรวจ ปัสสาวะ ตรวจดูการทำงานของตับ  เป็นคนไข้เอง เดินยังเหนื่อย แต่ใจแข็งมาก จะไม่นอนโรงพยาบาล ตรวจเสร็จกลับบ้านเที่ยงไปนอนที่บ้าน แบบเหนื่อยมาก หอบ หายใจไม่อิ่ม ไม่ยอมตามรถ 1669 มารับไปนอนโรงพยาบาล นอนรอฟังผลการตรวจ น้องที่ห้องLab โทรมาเสียงแจ่มมากพี่เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดA  ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล พอสักพัก อ.เพลินจันทร์  โทรมาตามให้ไปรับยาต้านไวรัส และบอกว่าจะต้องรักษา ไปไม่ไหว นอนอยู่บ้าน ไม่อยากกินยาตัวนี้  ไม่ยอมโทรตามให้รถโรงพยาบาลมารับ 1669  

              ฝากกราบขอโทษหลายๆ ท่านด้วยที่ทำให้ท่านเป็นห่วง ถามข่าว และบอกให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ ไม่ให้นอนป่วยรักษาเองที่บ้าน ซึ่งมีทั้งท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค  ผอ.สำนักโรคอุบัติใหม่  ผอ.สำนักระบาด              คุณหมอที่สอบสวนโรคด้วยกัน คุณหมอที่สคร.6 รองผอ.โรงพยาบาล เหตุผลที่ไม่มานอนโรงพยาบาลก็คือกลัวว่าจะทำให้เจ้าหน้าที่ติดเชื้อไปด้วย  

                คืนวันอังคารก็ยังไม่ยอมรักษาด้วยยาทามิฟู  ทานยาลดไข้ แก้ไอ นอนอยู่บ้าน ซึ่งอาการแย่กว่าเดิม เหนื่อย ปวดท้องมาก ฝันว่ามีคนแก่มากมายหลายคนที่รู้จักมาห้อมล้อม  พ่อที่จากไปแล้ว 2 ปี มาปลุก เดินมาหาลูกสาวบอกว่าทำไมลูกนอนแบบนี้ นอนอยู่กลางลานหมู่บ้าน  ลูกตื่นได้แล้ว เป็นอะไร ลูกสาวบอกพ่อว่าไม่สบาย พ่ออย่ามาใกล้ พ่อจะติดหวัด พ่อจะเป็นไข้   ในฝันยังห่วงพ่อกลัวพ่อจะติดเชื้อจากลูก ตื่นมารู้สึกตัวประมาณ ตี สามกว่า ๆ นอนต่อไม่หลับ กินยาลดไข้  ดื่มน้ำ พอสักครู่ ลูกสาวเดินมาหาที่ห้องหนูนอนด้วย  แม่ป่วยอยู่นะลูก หนูจะติดไข้จากแม่ ลูกไม่ฟังนอนข้างแม่ รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกแน่นอน หนูต้องฝันอะไรสักอย่างที่น่ากลัว ให้ลูกใส่หน้ากากอนามัย นอน  แม่ไม่ใส่เพราะแม่หายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอก ลูกสาวบอกว่าฝันเห็นคนควบคุม ฝันเห็นคนแก่ แล้วลุกไม่ขึ้น หนูกลัว  พาลูกสาวอธิฐาน เล่าให้พี่ชายฟังตอนเช้า พี่ชายบอกว่าดีแล้วที่ฝันเห็นคนที่เรารัก  อยากทำบุญไปให้ก็ให้ซื้ออาหารไปบ้านคนชราเหมือนน้องเคยทำ แล้วอย่าลืมไปหาหมอตรวจอีกครั้ง พี่ชายขอสัญญา ว่าจะต้องไปตรวจก่อนให้รู้ชัดว่าไม่เป็นอันตราย คนที่บ้านก็บอกว่าไปหาหมอ ลูกสาวก็บอกว่าแม่ไปตรวจก่อน เพื่อน ๆ ทุกคนก็ให้ไปตรวจ เพื่อความแน่ใจ  ที่จริงแล้วคนป่วยจะรู้ตัวเองดีที่สุด และเข้าใจแล้วว่าคนไข้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ไข้หวัดตามฤดูกาล ทำไมจึงอยากนอนโรงพยาบาล ไม่อยากนอนที่บ้าน เขากลัวคนที่บ้านติดเชื้อจากเขา และเขากินไม่ได้ มันเหนือย เพลียมาก ๆ ผิวหนังหยิบมาตั้งได้ ขาดน้ำมากแล้ว ก็ทนฝืนกิน กินน้ำให้พอ หมอศศิธร บอกว่าพี่ประกาย ดื่มน้ำให้พอ ดื่มบ่อย ๆ แล้วจะหายเร็ว   หัวหน้าบอกว่าน่าจะมานอนให้น้ำเกลือ  หัวหน้า ลุกน้องกลัวเข็มแทงIV ที่สุด ลูกน้องก็บอกว่าให้หายแล้วค่อยมา  เขากลัวจะมาแพร่เชื้อ  กลายเป็นไม่มีใครอยากเข้าใกล้ นอนอยู่บ้าน ดูแลตัวเองตามอาการดีที่สุด 

               วันพุธอาจารย์เพลินจันทร์นัดให้ไปตรวจตอน 8.30 น.และจะได้รักษา และให้ยา  ตรวจเลือดและเก็บตัวอย่างอีกครั้ง  เวียนหัว ไปไม่ไหว นอนอยู่จนเกือบจะ 10 โมง เช้า ขับรถมอเตอร์ไซด์ไปเอง  เหนื่อยมาก ไปพบอาจารย์ ให้ยา เริ่มกินเมื่อคิดว่าอาการไม่ดีขึ้น กลัวปอดติดเชื้อ หายใจเจ็บหน้าอกและไอก็เจ็บหน้าอก  รับยา แล้วไปโรงอาหาร เหม็นอาหารทุกอย่าง กินอะไรก็ไม่ได้  ซื้อน้ำ และของหวาน 25 ถุง  ไปให้ที่บ้านคนชรา คนขายใจดี      ลดราคาให้อีก ร่วมทำบุญ บัวลอยไข่หวาน ของหวานเพื่อสุขภาพ ลุกเดือย ข้าวฟ่าง น่ากินทุกอย่าง  ไปบ้านคนชรา ผูกหน้ากากอนามัยไป ยื่นอาหารให้ แล้วไม่รอฟังสวด ไม่รอคุยกับใคร กลัวที่สุดคือคนชราจะติดเชื้อจากเรา 

               ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ผ่านร้านอาหาร เหม็นอาหารมาก  จะรอดไหมนี่   ใกล้ ๆจะถึงบ้านคุณสามีโทรหา บอกว่าจะมาส่ง ใกล้ถึงบ้านแล้ว มาถึงบ้านด้วยอาการที่เหนื่อยสุด ๆ กินไม่ได้  กินได้เฉพาะน้ำ  ส้ม และนมตราหมี  แช่เย็นจัด ๆ แล้วจะกินยาทามิฟูร์ อย่างไร ยานี้เคล็ดลับง่ายคือกินหลังอาหารทันที  ถ้ากินโดยไม่มีอาหารในท้อง จะคลื่นไส้ หัวทิ่ม เวียนหัวไม่สบายตัวที่สุด เพราะเคยกินมาแล้วเมื่อ ไข้หวัดใหญ่ 2009  ตอนนั้นไม่มีไข้สูง มีอาการนิดหน่อย แต่ได้กินป้องกันไว้เพราะว่าสัมผัสผู้ป่วยวันละ 300 กว่าคน ที่สอบสวนโรค และช่วยแพย์ตรวจ ตรวจคอ เก็บตัวอย่าง  รอบนั้น คุณหมอ เจ้าหน้าที่ห้องLab ป่วยไปหลายคน พยาบาลคนนี้ยังสู้ต่อได้

               พอตอนเย็นลูกสาวจะมานอนกับแม่อีก  จึงได้ถามเหตุผลอีกครั้ง  หนูัฝันเห็นคนแก่มากๆ มาบ่นอะไรอยู่ข้างหนูและหนูยับตัวไมได้  มีเงาทาบมาที่ตัวหนู หนูฝันเห็นตา มาเรียก  พาลูกสาวอธิฐาน ขอพร แล้วหลับต่อ ไปได้ อีกวันลูกก็มานอนกับแม่อีกเหมือนเดิม  ผลสุดท้ายลูกติดหวัด มีน้ำมูก แต่ไม่ไข้ ไม่ป่วยหนักเหมือนแม่   

              นอนป่วยอยู่กับบ้าน ทำอะไรไม่ได้อยู่ 4  วัน  แล้วไปทำงาน  ผูกหน้ากากอนามัย  แยกตัวไม่กินข้าวกับใคร  อยากลาให้ครบสัปดาห์  พอดีมีงานทำและถ้าลาเกิน 3 วัน วันทำการไม่ครบ 16 วัน ก็จะมีปัญหาเรื่องเงิน ค่าวิชาชีพอีก    ป่วยทำให้ได้คิดหลายอย่าง รักษาสุขภาพให้ดี และมีคนที่รักเรา เรารักดูแล ให้กำลังใจ  

              ความรัก ความอบอุ่นที่ได้รับจากครอบครัว จากเพื่อน จากพี่ ๆ ที่ถามข่าวทางออนไลน์ ขอบคุณมาก ทำให้หายป่วยโดยเร็ว ตอนนี้หายจากไข้หวัดใหญ่  แต่ยังมีอาการไอเล็กน้อย  เหนือยง่ายนิดหน่อย พักผ่อน และดูแลสุขภาพดี ๆ สดใสโดยเร็วแล้วคะ ไปงานกีฬาได้ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ICN เล่าเรื่อง วานนี้ วันนี้ &พรุ่งนี้



ความเห็น (20)

เขียนเมื่อ 

หายเป็นปกติโดยเร็ววันนะครับ

ขอให้ป่วยไวๆน่ะคุณไก่ จะได้มางานHAเดือนหน้า

เขียนเมื่อ 

เพื่อนอีกคนเป็นครูภาษาอังกฤษก็ติดจากนักศึกษาคะ ปีนี้ไข้หวัดใหญ่มาแรง..เป็นกำลังใจให้หายไวๆ  และขอบคุณมากสำหรับหนังสือนะคะ :)

ไก่ หายยัง ไม่ได้ไปเยี่ยมเลย ยุ่งเหลือเกิน แต่พี่เชื่อว่าไก่ต้องหายป่วย เพราะทำบุญมาเยอะ

ขอให้หายเร็วๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

หายเร็วๆนะคะ

             ขอบคุณคะ  ไก่หายแล้วคะ แต่ยังมีไออยู่คะ  กินยาครบทั้ง 2 ตัวคะ  ลงพื้นที่ไปอีกรอบ 12 กพ.56 ถ้าไม่รับเชื้อมาใหม่คะ สัคซีนก็ฉีดแล้วได้  8 เดือน ความต้านทานก็จะลดลงคะ  จากกรณีที่ไก่ป่วย ก็คงจะได้ทบทวนเรื่องวัคซีนกันอีกรอบ บุคลากรควรจะได้รับการกระต้นฉีดวัคซีนทุก 6- 8 เดือนไหม ไม่ควรจะรอจนครบ 1 ปี 


 อ.นุ
 แก้ว..อุบล
 ป.
 วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
 หยั่งราก ฝากใบ
 ชาดา ~natadee

ไข้หวัดใหญ่ปีนี้มาแรงคะ มีเชื้อใหม่ ๆเกิดขึ้นเยอะคะ

พี่บังวอญ่า จะให้ป่วยไว ๆ อีกเหรอ  HA ไม่ได้ไปคะ ไปไม่ไหว คนเยอะมาก  จะไปรับเชื้อมาอีก หรือเอาเชื้อไปให้คนอื่นอีกรอบ

เขียนเมื่อ 

มาเยี่ยมค่ะ พร้อมส่งกำลังใจผ่านทางนี้ไปนะคะ พี่ประกาย :)

เขียนเมื่อ 

ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ  ผมเคยหาเรื่อง ทดลองติด เชื้อไข้หวัด 2009 จากการตรวจ กลุ่มผู้ป่วย หลายๆราย แบบผมขอไม่ใส่ mask  และชะโงกหน้าไป ตรวจดูคอ  แบบกลัวจะไม่ติดเชื้อ

สุดท้าย ได้เป็น อาการหนักทันใจ  ตรวจผป หลายๆราย ตอนเช้า สาย บ่ายค่ำ   4 ทุ่มออกอาการ ไข้ เจ็บคอมาก

หลังจากนั้นผมก็ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ มาตลอด    ปี 2555  ก็ฉีดที่ รพ. รู้สึกว่าจะเป็นเืดือน มิย 55

ช่วงหน้าหนาวก็ตรวจพบ ผป.ไข้หวัดใหญ่   และ ผมก็ยังไม่ชอบใส่ mask  คิดว่า ฉีด วัคซีนแล้ว น่าจะป้องกันได้


หลังจากรวจผป. ไข้หวัดใหญ่ อยู่เรื่อยๆ  มา ต้นเดือน กพ มีอาการ หวัดไอ และ ไข้สูง     ชีพจร เต้นเร็วมาก 

จึงรู้ทันทีว่า  ติดไข้หวัดใหญ่แน่   ด้วยความกลัวว่า จะติดต่อให้คนอื่นๆ จึงรีบทานยา oseltamivir  และ ทานยาสมุนไพรไทย  ผลปรากฎว่า  ป่วยหนักวันศุกร์เที่ยง  รีบทานยาศุกร์ บ่า็ย  เสาร์เช้า ก็ทุเลาไข้ ไอ เจ็บคอ

รอจนเสาร์ เย็น 24 ชม. หลังจากทานยา และ มั่นใจว่า viremia  สงบลงไปมาก จึงกล้าพบแะ อยู่กับ ลูกๆ ภรรยา

เขียนเมื่อ 

จาก ประสบการณ์ที่ป่วยไข้หวัดใหญ่ บ่อย  การ รีบทานยา ยับยั้งเชื้อไม่ให้ลุกลามมาก เราก็หายทุเลาเร็ว

ยิ่งทาน ยา ช้า   ก็หายช้า

ผมมีสูตร การกินยาสมุนไพร  ทั้งไม่ร่วม  หรือ กินร่วมกับ oseltamivir  

เคยตรวจรักษา ผป ให้แต่ osel   อย่างเดียว ไม่ให้สมุนไพร การหายทุเลาจากการ ไอ  จะช้ามาก แม้ ไข้จะหายเร็ว

แต่หาทานสมุนไพร จะหายไอ ได้เร็วกว่ากันมาก

ผมทาน จันทน์ลีลา แก้ไข้   ทาน ฟ้าทะลายโจร   ขิง  ตรีผลา  เห็ดหลิงจือ  เพียงวันเดียว  2 มื้อ เช้าเย็น

ทาน osel  5วัน  รวม 10 เม็ด

* คุณไก่ใจเกินร้อย..อ่านเรื่องเล่าแล้วนึกถึงตัวเองที่ไม่ชอบเข้าโรงพยาบาลเหมือนกันค่ะ..ขอให้กำลังใจค่ะ

* ขอบคุณนพ.วีรพัฒน์ สำหรับความเห็นที่น่าสนใจมาก..ขออนุญาตจำตัวยาและไปเผยแพร่ต่อนะคะ

เขียนเมื่อ 

หายเร็วๆ นะครับพี่ไก่ครับ

Get well soon ka;-)

เขียนเมื่อ 

  • มาเยี่ยม มาให้กำลังใจ หายไว ๆ  ด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

หายไวๆ นะคะ 

เป็นกำลังใจให้นะคะ

เขียนเมื่อ 

ส่งแรงใจมาให้หายสนิทโดยเร็วไวนะคะ คุณไก่เข้มแข็งจังเลยน่าชื่นชม

โรคทุกโรคเดี๋ยวนี้เชื้อมันแรงมาก รักษาร่างกายให้แข็งแรงมีภูมิต้านทานไว้เป็นดีที่สุด

เขียนเมื่อ 

ดูแลสุขภาพด้วยนะคะพี่สาว  นานๆทีจะเห็นพี่ไก่ป่วย  พอป่วยทีก็รู้สึกเป็นห่วงมากๆ หายเป็นปกติไวไวนะคะ

ขอบคุณทุกๆ ท่านคะ ตอนนี้ไก่หายสนิทแล้วคะ  สบายดีและระวังตัวมากขึ้นคะเมื่อต้องสอบสวน ตรวจคนไข้