ไปสวนวันแรก มองดูสภาพทั่วไปแล้วก็อยากจะเดินสำรวจให้ทั่่่่ว จึงเดินฝ่าเข้าไปโดยมีมีดเป็นเครื่องมือนำทาง แต่สักพักก็ถูกหนามเกี่ยวจนเลือดไหลซิบๆ ต้องถอยออกมาตั้งหลักใต้ต้นจามจุรี มองเห็นดอกไม้สีเหลืองสวยช่อหนึ่ง ดีใจที่ในสวนเรามีดอกไม้สวยขนาดนี้ด้วย จึงเก็บภาพมาอวดค่ะ

เป็นดอกของผักพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เรียกว่า ผักปู่ย่า มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น ได้แก่ ทางภาคเหนือเรียก ผักปู่ย่า หนามปู่ย่า ทะเน้าซอง ภาคกลางเรียก ช้าเลือด ปราจีนบุรี และอุดรธานี อีสานเรียก ผักกาดย่า ที่นครพนมเรียกว่า ผักขะยา ที่เลยเรียก ผักคายา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า แคสซาลพิเนีย มิโมซอยเดส (Caesalpinia mimosoides Lamk.) จัดอยู่ในวงศ์ เล็คกูมิโนซี (LEGUMINOSAE)

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของ “ผักปู่ย่า” จัดเป็นไม้เถา ลำต้น ตั้งตรง หรือเลื้อยพันต้นไม้อื่น มีความสูงต้นมากกว่า 1 เมตร ลำต้นมีหนามแหลมมากมายทั้งลำต้น และก้านใบ ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ก้านใบยาว 25-40 ซม. ยอดอ่อนมีสีน้ำตาลแดง ใบย่อยมี 10-30 คู่ และแตกออกไปอีก 10-20 คู่ ใบมีลักษณะกลมมน ขนาดกว้าง 4 มม. ใบสามารถหุบเข้าหากันได้เมื่อถูกสัมผัส ก้านใบสีแดง มีหนามแหลมตามกิ่งก้านทั่วไป ดอกเป็นดอกช่อยาว 20-40 ซม. ลักษณะเป็นพุ่ม ดอกสีเขียวอมชมพูน้ำตาล แต่ถ้าดอกมีสีเหลืองจะมีรสเปรี้ยว ใช้ทำยำ ผักปู่ย่าจะบานดอกในช่วงฤดูหนาว ขนาดของดอกยาว 1.2-2 ซม. กว้าง 1-1.8 ซม. ลักษณะเป็นแผ่นแบนและปลายเรียวแหลม ผลเป็นฝักขนาดเท่าหัวแม่มือภายในมีเมล็ด 2 เมล็ด ใบและช่อดอกมีกลิ่นฉุนรุนแรงคล้ายกลิ่นแมงกะแท้หรือแมงดา ชาวบ้านว่าผักปู่ย่ามีกลิ่นหอมนวลน่ากิน ผักปู่ย่าพบขึ้นในแหล่งธรรมชาติบริเวณ ป่าละเมาะ ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ และบริเวณชายป่าที่รกร้าง ชอบขึ้นรวมกับต้นไม้อื่นๆ ขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด ผล มีลักษณะเป็นฝัก บวมพอง มีหนามเล็กๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือ ภายในฝักจะมีเมล็ด 2 เมล็ด
คุณประโยชน์ทางด้านอาหาร
ส่วนที่เป็นผัก ได้แก่ ยอดอ่อน ใบอ่อนและดอกของผักปู่ย่า ใช้รับประทานเป็นผักได้ เช่น ยอดรับประทานสดกับซุปหน่อไม้ ยอดอ่อนและใบอ่อนผลิออกในช่วงฤดูหนาว (เดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธุ์) ชาวเหนือรับประทาน ยอดอ่อน ใบอ่อนของผักปู่ย่า ส่วนดอกและยอดอ่อนนำไปปรุงเป็น "ส้าผัก" ได้โดยปรุงร่วมกับมะเขือแจ้ ยอดมะม่วงและเครื่องปรุงรสหลายชนิด
<pre>ประโยชน์ในการเป็นพืชสมุนไพร
ยอดอ่อนและดอก มีรสเปรี้ยว ฝาดเผ็ดร่วมกัน จึงมีสรรพคุณ บำรุงเลือด แก้วิงเวียน และจากรายงานผลการวิจัยที่ค้นพบว่าในผักพื้นบ้านประเภทนี้ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงมีสรรพคุณในการลด หรือยับยั้งการสร้างเซลล์มะเร็งได้ดี</pre>
ขอบคุณ ข้อมูล และภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
.... สิ่งมีประโยชน์ มีคุณค่าในอาหารทั้งนั้นเลยนะคะ ... ขอบคุณค่ะ
ผมเพิ่งรู้ว่า...ทานได้ครับ...นับเป็นอาหารสมุนไพรที่ดีมากครับ
สวัสดีค่ะ คุณ Dr. Ple
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจค่ะ ผักพื้นบ้านมีคุณค่าทางอาหาร ปลอดสารพิษด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอทิมดาบ
ขอบคุณที่มมอบดอกไม้ให้กำลังใจค่ะ
ผักปู่ย่ามีขายตามตลาดผักพื้นบ้าน ในช่วงนี้พบบ่อยค่ะ มักจะมัดรวมกับผักป่าหลายๆชนิด เป็นผักที่รับประทานสดโดย
ยำรวมกันมีมะกอกเป็นเครื่องชูรสให้แซบหลาย...กินกับแคบหมู เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณชลันธร
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจ บันทึกเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพค่ะ
ตอนเป็นเด็ก ๆ เคยเห็นแม่นำมากินกับน้ำพริกกะปิด้วยนะคะ พี่...กลิ่นจะเหม็นนิดหนึ่ง แต่พอเข้าปากอร่อยค่ะ น้องลองทานดู ตอนแรกคิดว่าหนามจะตำปาก แม่บอกว่า ถ้าถูกน้ำลายแล้วหนามมันจะอ่อน จริง ๆ ด้วยค่ะ...อ่านแล้ว คิดถึงแม่จัง!!! พวกเราจะเรียกว่า "ผักช้าเลือด" จร้า...
-สวัสดีครับ..
-ยำผักปู่ย่า ล้ำลำครับครู....
-หอม ๆ กลิ่น ยำใส่ปลาก็ล้ำลำ....
-ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ น้องอาจารย์บุษยมาศ
พี่ก็เพิ่งทราบว่าผักนี้มีหลายชื่อ เคยได้ยินแม่อุ้ยเรียกว่าผักปู่ย่า และจำได้ว่ามีหนามและยอดสีแดงๆ แต่ตอนเป็นยำรวมๆกับผักป่าอื่นๆแล้วก็อร่อย ยังไม่เคยชิมผักปู่ย่าเดี่ยวๆเลยค่ะ ถ้าไปสวนพบอีกจะลองจิ้มน้ำพริกบ้างค่ะ ขอบคุณมาร่วมแสดงความเห็นนะคะ
สวัสดีเจ้า คุณเพชรน้ำหนึ่ง
ยำผักแพะ มีผักปู่ย่ากับผักหลายอย่าง ตี้ปอฮู้จัก ก็ผักส้มสุก ผักม่วง ผักอะหยังตี้ดอกสีม่วงแดงๆ ม่วงๆ ...ใส่ปลาตี้เหมือนน้ำพริกปลา ละก็ใส่มะกอกตวย หอมๆ ล้ำ้..ลำ... แต้ก่ะเนา๊ะ
สวัสดีค่ะ คุณ Tuknaruk
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจค่ะ