บริษัทการบินไทยจำกัด ดูจะได้รับผลกระทบไม่น้อยจากกรณีน้ำท่วมใหญ่คราวนี้ ฟังจากถ้อยแถลงของนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่เปิดเผยว่าผลกระทบจาก สถานการณ์น้ำท่วมทำให้ปริมาณผู้โดยสารของการบินไทยลดลง โดยเฉพาะผู้โดยสารเส้นทางภูมิภาค เช่น ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ลดลงประมาณ ๔๐ ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผู้โดยสารในเส้นทางยุโรปลดลงแต่ไม่มาก ทำให้การบินไทยเสียรายได้ในเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมนี้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท

 นอกจากนั้นการบินไทยยังต้องจ่ายเงินช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซึ่งเป็นการดำเนินงานตามระเบียบบริษัทที่จะจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานที่น้ำท่วมที่พักอาศัยรายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรือเงินเดือน ๑ เดือนขึ้นอยู่กับส่วนใดมากกว่า คาดว่าจะต้องใช้เงินประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณในเบื้องต้นว่าจะมีพนักงานได้รับผลกระทบประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนจากทั้งหมด ๒๖,๐๐๐ คน

 สำหรับผลประกอบการ อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบินแฟคเตอร์) ของเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ ๖๕.๘ เปอร์เซ็นต์ ลดลงจากปีก่อนที่ ๗๔ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เดือนพฤศจิกายนนี้เคบินแฟคเตอร์อยู่ที่ ๖๑ เปอร์เซ็นต์ลดลงจากปีก่อนที่ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ และหวังว่าเดือนธันวาคมนี้เคบินแฟคเตอร์จะเริ่มเพิ่มขึ้นเป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ลดลงจากปีก่อนที่ ๗๕ ถึง ๗๖ เปอร์เซ็นต์

 อาจนับได้ว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ผู้โดยสารในช่วงไฮซีซั่นต่ำสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนแ ละยังมีแนวโน้มว่าปริมาณผู้โดยสารที่ลดลงนี้จะต่อเนื่องไปจนถึงมกราคมปีหน้า ซึ่งขณะนี้การบินไทยได้จัดโปรโมชั่นลดราคาตั๋วโดยสารระหว่างประเทศเพื่อกระตุ้นการเดินทางในช่วงนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่การบินไทยสามารถทำได้ แต่ในภาพรวมรัฐบาลต้องวางแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้พลิกฟื้นจากภาวะย่อยแย่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม

 จากปัญหาผู้โดยสารลดลงทั้งผู้โดยสารต่างประเทศและผู้โดยสารในประเทศทำให้มีความเป็นไปได้ว่าการบินไทยจะประสบปัญหาขาดทุนในปีนี้ โดยสาเหตุหลักเกิดจากต่างประเทศประกาศเตือนห้ามเดินทางเข้าประเทศไทยทั้งจากเหตุผลอุทกภัยและโรคระบาดทำให้ผู้โดยสารเปลี่ยนแผนการเดินทางทั้งๆ ที่ประเทศไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

 สำหรับผลกระทบของฐานปฏิบัติการของฝ่ายช่างที่สนามบินดอนเมืองซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและปิดให้บริการไปตั้งแต่วันที่ ๒๖ ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคมนี้แล้ว และอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมศูนย์ซ่อมอากาศยาน โดยเบื้องต้นเห็นว่ามูลค่าความเสียหายไม่มาก ประกอบกับการบินไทยได้ทำประกันภัยอุทกภัยโดยการบินไทยมีประกันภัยโรงซ่อมเครื่องบินแห่งละ ๓๐๐ ล้านบาท ที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งมีทั้งหมด ๗ แห่ง

 อย่างไรก็ตามสิ่งที่การบินไทยจะได้รับผลกระทบคือ ความล่าช้าในการปฏิบัติการซ่อม และปรับปรุงเครื่องบินที่ต้องล่าช้าจากแผนไปกว่า ๒ เดือน โดยภายในปีนี้การบินไทยมีแผนปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในเครื่องบิน ๓ ลำซึ่งไม่สามารถดำเนินการไปตามแผนได้แน่นอน และต้องยกยอดไปดำเนินการภายในปีหน้าส่งผลให้ปี ๒๕๕๕ จะต้องปรับปรุงเครื่องบินทั้งหมด ๑๖ลำ

 สำหรับรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการฟื้นฟูปัญหาหลังน้ำท่วมเป็นไปอย่างมีรูปธรรมที่สุด โดยเฉพาะหน้า ที่ควรเร่งแก้ไข เช่น งานซ่อมแซมถนน งานฟื้นฟูสนามบินดอนเมือง ซ่อมแซมประตูน้ำบางโฉมศรีซึ่งเป็นปัญหาเห็นได้ชัด แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

 ส่วนการลงทุนโครงการใหม่รายจังหวัดนั้นเห็นควรให้ประสานงานกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำก่อนเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนในการแก้ไขปัญหาน้ำ

 ครับ ทั้งปัญหาการบินไทยที่เห็นได้ชัดเจนว่า สายการบินแห่งชาติต้องประสบกับอัตราส่วนการบรรทุกหรือเคบินแฟคเตอร์ลดลงอย่างมากในเดือนที่น้ำท่วมจนถึงสิ้นปีนี้จนทำให้เชื่อได้ว่า สิ้นปีนี้จะขาดทุน ทำให้บริษัทมหาชนอย่างการบินไทยต้องประสบปัญหาข้ามปีอย่างแน่นอนและเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะพลิกกลับมาฟื้นตัวในระยะสั้นๆ ได้ในปีหน้า

 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเองก็มีปัญหาเรื่องการฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองหลังน้ำลด เพราะปัญหาต่างๆ เริ่มเห็นได้ชัดว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล อีกทั้งรัฐบาลจะต้องเร่งหามาตรการฟื้นฟูภาวะจิตใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศให้กลับมาลงทุนดังเดิมและรัฐบาลต้องมีแผนที่แน่นอนในการช่วยเหลือบริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในบรรดานิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรงในอุทกภัยครั้งนี้ให้กลับมาทำการผลิตได้เหมือนเดิม อีกทั้งต้องให้สิทธิพิเศษในการนำเครื่องจักรมาทดแทนส่วนที่เสียหายไปด้วย จึงเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลมีภารกิจหลายด้านที่จะต้องจัดการในหลายภาคส่วนอย่างจริงจัง