GAT / PAT คืออะไร

ความถนัดทั่วไป (GAT : General Aptitude Test) 
คือ การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แยกได้ 2 ส่วน คือ 
  1. ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา 50 %
  2. ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 50 %

ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT :Professional and Academic Aptitude Test) 
คือ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้น ๆ กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆให้ประสบความสำเร็จ มี 7 ประเภท คือ
  1. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
  2. PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
  3. PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
  4. PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
  5. PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
  6. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
  7. PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ

การสอบ GAT และ PAT
  ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้กำหนดองค์ประกอบและค่าน้ำหนักในการคัดเลือกเข้าศึกษาในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาด้วยระบบกลาง (Admissions) ปีการศึกษา 2553  ประกอบด้วย
1. GPAX 20%
2. O-NET 30%
3. GAT 10-50%
4. PAT 0-40%
รวม 100 %
  และได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับ GAT และ PAT พร้อมค่าน้ำหนักในแต่ละกลุ่มสาขาวิชา ดังนี้

 องค์ประกอบ Admissions ปี 2553 รายกลุ่มสาขาวิชา

ความหมาย
  • GAT คือ ความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test) ประกอบด้วย
1) ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหา คะแนนเต็ม 150 คะแนน
2) ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ คะแนนเต็ม 150 คะแนน
**สอบ 3 ชั่วโมง ด้วยข้อสอบปรนัย และอัตนัยที่ตอบแบบปรนัย**
  • PAT คือ ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (Professional and Academic Aptitude Test)
ประกอบด้วย

  1. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
  2. PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
  3. PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
  4. PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
  5. PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
  6. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
  7. PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ

**สอบ 3 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 300 คะแนน ข้อสอบปรนัยและอัตนัยที่ตอบแบบปรนัย**

การสมัครสอบ o­nline
  วิธีการสมัคร o­nline
  1) เข้าเว็บไซต์ สทศ. http://www.niets.or.th/
  2) Click ที่ Menu “เข้าระบบ GAT / PAT” หรือเข้าตรงได้ที่ http://www.gatpat.niets.or.th/
  3) Click เลือก Menu “สมัครสอบ”
  จะมีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ได้แก่
ขั้นตอนที่ 1 : อ่านเงื่อนไขให้เข้าใจ เมื่ออ่านเข้าใจแล้ว กดปุ่ม “ยอมรับเงื่อนไข”
ขั้นตอนที่ 2 : กรอกรายละเอียดของผู้สมัครให้สมบูรณ์ครบถ้วน
ขั้นตอนที่ 3 : ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล พร้อมยืนยันความถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 4 : พิมพ์ใบชำระเงิน แล้วนำไปชำระเงินที่ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
(**กรุณาเก็บหลักฐานการชำระเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสมัคร**)

 คำถาม – คำตอบ  GAT / PAT 

  1.  องค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐในระบบ Admissions กลาง ในปีการศึกษา 2553 มีอะไรบ้าง 
  ตอบ  1.  GPAX ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือเทียบเท่า  20% 
  2.  O-NET (8 กลุ่มสาระฯ) 30%
  3.  ความถนัดทั่วไป (GAT) 10-50%
  4.  ความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) 0-40%
  รวม  100% 
 
  2.  ความถนัดทั่วไป (GAT : General Aptitude Test) คืออะไร 
  ตอบ  การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แยกได้ 2 ส่วน
  ส่วนที่ 1 คือ ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา  50% 
  ส่วนที่ 2 คือ ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ  50% 
 
  3.  ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ  (PAT) คืออะไร 
  ตอบ  ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้น ๆ กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆประสบความสำเร็จ 
 
  4.  ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (Professional and Academic Aptitude Test หรือ PAT) มีกี่ประเภท 
  ตอบ  มี 7 ประเภท คือ
  PAT 1 ได้แก่ ความถนัดทางคณิตศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
  (1) ความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ พีชคณิต เรขาคณิต Calculus สถิติ ฯลฯ
  (2) ความถนัดในการเรียนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ เช่น การคิดแบบนักคณิตศาสตร์ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ 
  การอ่านเรื่องทางคณิตศาสตร์แล้วเข้าใจแก้ปัญหาตามกระบวนการคณิตศาสตร์ เป็นต้น

  PAT 2 ได้แก่ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
  (1) ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ที่จะเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ และคณะอื่นที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ความรู้ในเรื่องเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ earth science, ICT เป็นต้น
  (2) ความถนัดในการเรียนวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยประสบผลสำเร็จเช่นการคิดแบบ นักวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ

  PAT 3 ได้แก่ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
  (1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นต้น
  (2) ความถนัดในการเรียนวิศวกรรมในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ เช่น การคิดแบบวิศวกร การแก้ปัญหาทางวิศวกรรม เป็นต้น

  PAT 4 ได้แก่  ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
  (1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปกรรม ฯลฯ
  (2) ความถนัดในการเรียนในคณะสถาปัตย์ในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ เช่น มองเห็นภาพ 3 มิติในใจ การออกแบบ ฯลฯ
  PAT 5 ได้แก่ ความถนัดทางครู ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
  (1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ฯลฯ
  (2) ความถนัดในการเรียนในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สำเร็จ หรือแววในการจะเป็นครู เช่น ความสามารถในการแสวงหาความรู้ ทักษะสื่อสารรู้เรื่อง ฯลฯ 
  PAT 6 ได้แก่ ความถนัดทางศิลปะ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
  (1) ความรู้ในทฤษฎีทัศนศิลป์ นาฏศิลป์ ดนตรี และความรู้อื่นที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนในคณะศิลปกรรม หรือที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จ
  (2) ความถนัดในการเรียนศิลปะ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ

  PAT 7 ได้แก่ ความถนัดในการเรียนภาษาต่างประเทศ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
  (1) ความรู้เรื่องไวยากรณ์ หลักภาษา วรรณกรรม วรรณคดี ฯลฯ
  (2) ความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน สรุป ย่อความ ขยายความ สังเคราะห์ วิเคราะห์ ฯลฯ
  มี 6 ภาษา คือ  ก) ภาษาฝรั่งเศส  ข) ภาษาเยอรมัน  ค) ภาษาญี่ปุ่น  ง) ภาษาจีน  จ) ภาษาบาลี  ฉ) ภาษาอาหรับ
 
 
  5.  ใครคือผู้ออกข้อสอบ 
  ตอบ  อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัย 
 
  6.  สอบกี่ครั้ง ๆ ละ กี่ชั่วโมง กี่คะแนน 
  ตอบ  - GAT สอบ 3 ครั้งต่อปี คะแนนเต็ม 300 คะแนน สอบ 3 ชั่วโมง
  - PAT สอบ 3 ครั้งต่อปี คะแนนเต็ม 300 คะแนน สอบ 3 ชั่วโมง 
 
  7.  สอบเมื่อไร 
  ตอบ  สอบเดือนมีนาคม กรกฎาคม และตุลาคม พ.ศ.2552 (ตามที่ประชุม ทปอ. ระบุ) 
 
  8.  ครั้งแรกจะสอบเมื่อไร 
  ตอบ  สอบเดือนมีนาคม พ.ศ.2552 
 
  9.  มีตัวอย่างข้อสอบหรือไม่ 
  ตอบ  มี อยู่บนเว็บไซต์ สทศ. 
 
  10.  คะแนน GAT และ PAT เก็บไว้ได้กี่ปี 
  ตอบ  2 ปี เลือกคะแนนที่ดีที่สุด 
 
  11. ใครจัดสอบ GAT และ PAT 
  ตอบ  สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 
 
  12.  สมัครอย่างไร 
  ตอบ  สมัคร o­nline ผ่านเว็บไซต์ สทศ. http://www.niets.or.th/ 
 
  14.  สอบ GAT และ PAT ที่ไหน 
  ตอบ  ที่สนามสอบทั่วประเทศ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครว่าอยู่จังหวัดใด 
 
  15.  จะประกาศผลสอบเมื่อใด 
  ตอบ  ภายหลังจากการสอบ 2 เดือน 
 
  16.  สอบ GAT และ PAT ได้กี่ครั้ง 
  ตอบ  มีการจัดสอบปีละ 3 ครั้ง แต่คะแนนเก็บไว้ได้ 2 ปี เท่านั้น 
 
  17.  เสียค่าสมัครสอบเท่าใด 
  ตอบ  ค่าสมัครวิชาละ 200 บาท 
 
  18.  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้าสอบ 
  ตอบ  จะต้องเป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น ม.5 – ม.6 หรือเทียบเท่า และ/หรือเป็น  นักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า แล้วเท่านั้น 
 
  19. ในการสอบ PAT กำหนดมั้ยคะว่า จะสอบได้กี่ PAT ต่อคน 
  ตอบ  แล้วแต่สาขาที่นักเรียนเลือกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยว่า ต้องการ PAT อะไรบ้าง 
 
  20. ถ้านักเรียน ม.6 ปีนี้ ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ในปี 2552 จะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัย โดยกลับมาสอบ GAT / PAT  ได้หรือไม่ 
  ตอบ  ได้ ระบบ Admissions ปี 2553 เป็นต้นไป ทุกคนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีคะแนน O-NET/GAT/PAT 
 
  21. ถ้านักเรียน ม.6 ปีนี้ ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ในปี 2552 จะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัย โดยกลับมาสอบ GAT / PAT  ได้หรือไม่ 
 
  ตอบ  ได้ ระบบ Admissions ปี 2553 เป็นต้นไป ทุกคนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีคะแนน O-NET/GAT/PAT