ในการประชุมวิชาการประเพณี ๔ สถาบัน คือมหิดล - กองทัพเรือ - ธรรมศาสตร์ - เกษตรศาสตร์ ที่ ม. มหิดลเมื่่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๕๖ ดร. วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ องค์ปาฐกของปาฐกถาพิเศษ เรื่องการพัฒนาคนไทยรุ่นใหม่สู่ประชาคมโลก เน้นที่การสร้างความกล้าที่จะออกจาก comfort zone ที่ผมเรียกว่า "พื้นที่อุ่นใจ"
พื้นที่อุ่นใจในที่นี้คือ ภายในสังคมของคนกลุ่มเดียวกัน หรือภายในประเทศไทยในยุคปัจจุบันและอนาคตเด็กไทยต้องได้รับการฝึกให้กล้าออกจากพื้นที่อุ่นใจ
ในการอภิปรายกลุ่มช่วงสาย เรื่อง“การศึกษามีส่วนทำให้คนไทยรุ่นใหม่สู่ประชาคมโลกได้อย่างไร” รศ. ดร. สิรี ชัยเสรี รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าคำวิจารณ์ของนักการศึกษาของสิงคโปร์ว่า นโยบายการศึกษาของประเทศในอาเซียน มี ๒ แบบ คือแบบที่เน้นเรียนรู้ทั้งเรื่องของประเทศตน และของประเทศอื่น เพื่อให้พลเมืองของตนรู้ลู่ทางที่จะไปทำมาหากินในประเทศอื่น ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซียอินโดนีเซีย และเวียดนาม ส่วนอีกแบบหนึ่ง เน้นจัดการศึกษาในเด็กรู้จักประเทศของตนเท่านั้น ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา พม่า กลุ่มหลังนี้น่าจะเรียกว่ากลุ่มยึดพื้นที่อุ่นใจ
พื้นที่อุ่นใจ แคบเกินไปสำหรับโลกยุคโลกาภิวัตน์
รศ. ดร. สิรีเล่ามาตรการของมก. ในการส่งเสริมให้ นศ. กล้าออกไปนอกพื้นที่อุ่นใจ และช่วยสร้างความสัมพันธ์กับประเทศในอาเซียน โดยการให้ทุน ไป“หาเพื่อน”ในต่างประเทศ ที่ไม่ใช่ประเทศที่คนนิยมไป คือเน้นให้ผูกมิตรเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิต ซึ่งผมคิดว่าเป็นแนวความคิดที่ดีมาก
ตอนรับประทานอาหารกลางวัน ผมจึงแนะนำต่อ ดร. สิรีว่า น่าจะหาทางสนับสนุนให้ นศ. ไทยรวมทีมกับนศ. ในประเทศเพื่อนบ้าน เรียนรู้โดยทำโครงงานร่วมกันเป็น PBL ทาง internet และจัดcontest ให้รางวัล แบบเดียวกันกับรางวัลของThink Quest ที่จัดโดยมูลนิธิ Oracle ซึ่งอ่านเรื่องราวได้ที่นี่ การได้ทำงานร่วมกันจะยิ่งทำให้สนิทสนมกัน รวมทั้งได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี และเรื่องราวอื่นๆของประเทศเพื่อนบ้านด้วย
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ม.ค. ๕๖