ชีวิตลูกจ้าง

ช่วงสึนามิ พนักงานโรงแรมตายเป็นจำนวนมาก หลายๆคนที่กลัวก็ไปหางานที่อื่นทำ โรงแรมลดพนักงาน ลดเงินเดือน พนักงานเหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายคงตัว เงินเดือนน้อย ที่อยู่ได้เพราะค่า services charge และค่าทิปจากนักท่องเที่ยว เมือ่ไม่มีนักท่องเที่ยวรายได้หลักจาก services charge และค่าทิป ไม่มี พนักงานก็แย่อยู่แล้ว ยิ่งตกงานยิ่งแย่ใหญ่ ในที่สุดพนักงานเหล่านี้ก็ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ จนปลายปีเริ่มมีลูกค้ากลับมา พนักงานเหล่านี้ก็ไม่สามารถกลับมาทำงานได้ เพราะต้องหนีหนี้ หนีเจ้าหนี โรงแรมก็หาพนักงานไม่ได้ ปัญหาด้านแรงงานขาดแคลนในธุรกิจโรงแรมจึงเกิดขึ้น

ช่วงที่เกิดสึนามิ ขณะนั้นผมบริหารโรงแรมอยู่ที่เกาะ พี พี วันที่เกิด สึนามิ ผมอยู่ที่กรุงเทพ ลูกน้องผมที่อยู่โรงแรม โทรมาหาผม และแจ้งรายละเอียดต่างๆที่กระทบกับโรงแรมและนักท่องเที่ยว ผมบริหารโรงแรมอยู่ 2 แห่งบนเกาะ พี พี โรงแรมหนึ่งโดนสึนามิ ที่พักถูกทำลายเสียหายไปส่วนหนึ่ง ส่วนอีกโรงไม่ได้รับผลกระทบกับตัวโรงแรม ลูกน้องที่โทรหาผมอยู่โรงแรมที่ไม่ได้รับผลกระทบ ได้แจ้งว่าขณะนี้พนักงานโรงแรมและนักท่องเที่ยวได้หนี้ขึ้นไปอยู่ในที่สูงของบริเวณโรงแรม และมีนักท่องเที่ยวเจ็บหายคน จึงขอให้ติดต่อผู้ช่วยเหลือนำนักท่องเทียวที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลด่วน ผมจึงติดต่อประสานงานกับศูนย์ช่วยเหลือที่กรุงเทพ และขอให้ส่งเฮลิคอปเตอร์ ไปรับผู้บาดเจ็บในจุดที่ลูกน้องแจ้งมา ได้ติดต่อประสานงานตลอดเวลา แต่ "ฮ" ก็ไม่สามารถลงในจุดที่ลูกน้องบอกได้ เพราะต้นไม้สูง และลมแรง เสียงต่อการนำ "ฮ" ลง ใช้เวลาหลายชั่วโมง ในที่สุดจึงต้องให้ลูกน้องอพยพผู้ป่วยไปอีกจุดหนึ่งที่ "ฮ" ลงได้ สุดท้ายได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลได้

เมื่อสนามบินที่ภูเก็ตเปิด ผมรีบจับเที่ยวบินแรกไปที่ภูเก็ต ไปถึงประมาณเที่ยง รีบลงเรื่อของบริษัท (เรือใหญ่จุคนได้ 300 กว่าคน แต่ผมไปเพียงคนเดียวกับลูกเรือ) (เจ้านายผมที่อยู่ภูเก็ตได้ลงเรือไปก่อนตั้งแต่เช้า) เมื่อผมไปถึงที่โรงแรม ปรากฎว่าทั้งนักท่องเที่ยว พนักงานโรงแรมทั้งของโรงแรมเราเอง และของโรงแรมอื่น พากันลงเรือเตรียมเข้าภูเก็ต ปรากฎว่ามีนักท่องเทียวหลายคนไม่กลับภูเก็ต อาสาอยู่ที่โรงแรมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยคนอื่นๆที่ยังหาไม่เจอ ผมต้องเข้าไปขอร้องให้พนักงานอยู่ต่อเพราะโรงแรมก็ไม่ได้รับความเสียหาย และยังมีนักท่องเที่ยวอยู่ ในที่สุดก็มีพนักงานส่วนหนึ่งยอมอยู่ต่อ โดยที่ผมต้องแสดงความเป็นผู้นำโดยการเสียสละอยู่กับพนักงานเหล่านั้นและพักอยู่ในห้องพักที่เป็นจุดอันตรายที่สุด ถ้าสึนามิมาอีกผมก็จะต้องโดยก่อนเพื่อน เจ้านายผมเองที่เป็นเจ้าของก็ยังไปนอนในห้องที่อยู่สูงๆเพื่อความปลอดภัย มีเพียงผมคนเดียวที่นอนในห้องพักที่เสี่ยงที่สุด ถามว่ากลัวไหม บอกตามตรงว่ากลัวและนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะ ต้องคอยฟังเสียงน้ำทะเล และคอยดูคลื่นจากหน้าต่างห้องตลอดเวลา แต่ก็ต้องทำเพราะกำลังใจของพนักงาน

หลังจากเคลียร์เรื่องต่างๆเรียบร้อยแล้ว ผมได้คุยกับเจ้าของว่า ขอให้ไปเตรียมหาเงินหมุนเวียนให้เพียงพอกับการบริหารงานใน 1 ปี โดยคิดว่าไม่มีรายได้เข้าเลย และขอไม่ให้ลดพนักงาน และลดเงินเดือนพนักงาน เจ้านายเห็นด้วย และให้ผมดำเนินการตามแผนและการแก้ไขปัญหาต่างๆตามที่เสนอทุกอย่าง ช่วยนั้นนักท่องเที่ยวหายหมด โรงแรมและบริษัทท่องเที่ยว รวมทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพยายามดึงนักท่องเที่ยวโดยการลดแรกแจกแถม แต่ผมไม่ลดตามคนอื่น และต้องพยายามหาวิธีการให้ได้เงินจากนักท่องเที่ยวต่อหัวให้มากขึ้นด้วย ต้องตีปัญหาให้แตก ที่นักท่องเที่ยวไม่มา ไม่ใช่เพราะราคา แต่เป็นเพราะเขากลัว และปัญหาเรื่องเที่ยวบิน ดังนั้นจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่จะมา เจาะคนกลุ่มนั้นให่ได้ คนที่จะมาเขาไม่สนใจเรื่องราคา เขามาช่วยเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ประสบภัย ถ้ายิ่งไปลดราคาและตัดราคากันเองก็ไม่สิ้นสุดมีแต่ตายกับตาย พนักงานก็เป็นเรื่องสำคัญ ช่วงสึนามิ พนักงานตายไปเป็นจำนวนมาก หลายๆคนที่กลัวก็ไปหางานที่อื่นทำ แถมโรงแรมลดพนักงาน ทำให้พนักงานที่ถูกปลดออก หรือไม่ได้ปลดออกแต่ให้ทำงานน้อยลงและลดเงินเดือน พนักงานเหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายคงตัว เงินเดือนน้อย ที่อยู่ได้เพราะค่า services charge และค่าทิปจากนักท่องเที่ยว เมือ่ไม่มีนักท่องเที่ยวรายได้หลักจาก services charge และค่าทิป ไม่มี พนักงานก็แย่อยู่แล้ว ยิ่งตกงานยิ่งแย่ใหญ่ ในที่สุดพนักงานเหล่านี้ก็ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ จนปลายปีเริ่มมีลูกค้ากลับมา พนักงานเหล่านี้ก็ไม่สามารถกลับมาทำงานได้ เพราะต้องหนีหนี้ หนีเจ้าหนี โรงแรมก็หาพนักงานไม่ได้ ปัญหาด้านไม่มีแรงงานภาคธุรกิจโรงแรมเริ่มมีปัญหาตั้งแต่ช่วงสึนามิ เป็นต้นมา ช่วงนั้น หลายๆคนจึงเปลี่ยนอาชีพ บ้างก็ไปทำธุรกิจของตัวเอง โดยเฉพาะสายที่มาจาก F&B จะออกไปรวมตัวกันเปิดร้านอาหาร แต่เนื่องจากมีเงินลงทุนไม่เพียงพอ ในที่สุดธุรกิจก็ไปไม่ได้ จนต้องไปสมัครงานในตำแหน่งงานอะไรก็ได้ นอกเหนือจากนั้นยังมีปัญหาจากเจ้าของโรงแรมที่บริหารงานโดยครอบครัวเจ้าของเอง ระดับหัวหน้างานเป็นของลูกหลานเจ้าของ และหุ้นส่วน จนทำให้พนักงานอาชีพไม่มีโอกาสได้รับตำแหน่งหัวหน้างานหรือผู้บริหาร จึงเท่ากับเป็นการตัดตอนคนในอาชีพโรงแรม เป็นได้แค่พนักงานระดับล่าง พอมีเหตุการณ์อะไรกระทบกับรายได้ของโรงแรม พนักงานเหล่านี้จะเป็นพวกแรกที่ได้รับผลกระทบ ไม่ถูกลดเงินเดือน ก็ต้องออกจากงาน ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของเขา


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท



ความเห็น (0)