หลังจากปี พ.ศ.2529  นับผ่านไปยาวถึง 6 ปี ก็มีรักมาสะดุดหลายครั้ง  ด้วยอายุยังน้อย  และไม่ด้อยเรื่องความสวยงามน่ารัก  บ้านที่เราเช่าอยู่ได้ถูกขโมยเข้ารื้อค้นได้ทรัพย์สินไปแบบขนย้ายไปอย่างสบายใจ  เพราะเป็นเวลากลางวันและเราไปทำงาน  กลับมาถึงบ้านก็พบว่า  ข้าวของเครื้องใช้ถูกค้นรื้อกระจาย  ที่นอนเป็นฟูกก็เอามีดกรีดขาดนุ่นแตกกระจาย  เรารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้น  คิดให้ไกลกว่านั้น  เขามาแกล้งให้เราเกิดความกลัว  ตำรวจมาช่วยตรวจและตามทรัพย์สินให้พบโทรทัศน์  เอาไปขายร้านของเก่า  


ตำรวจคนนี้เองเทียวไปเทียวมาหาเราบ่อยครั้ง  จนเราเห็นท่าไม่ดีจึงปรึกษาเพื่อนที่เราไปเช่าบ้านอยู่ด้วยว่า  ควรย้ายที่อยู่ไปที่ปลอดภัยกว่านี้  นั่นคือ  ย้ายไปเช่าบ้านชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงเรียนที่สอน  ตำรวจคนนี้ก็ตามมาหาที่บ้านเช่าใหม่อีก  เราจึงพูดกับเขาไปตรงๆหลังจากคิดว่า  หนีไปไหนก็ไม่พ้น  เขาก็เข้าใจ  และเรารู้ทีหลังว่าตำรวจคนนี้มีครอบครัวแล้ว  ผู้ชายเป็นแบบนี้  คงคิดว่า  แม่หม้ายแบบเราจะเปลีี่่ยวใจ  


แต่เมื่อ พ.ศ.2535 ตามที่ได้เล่าในบันทึก  ขอเป็นเพื่อนได้ไหม  


คุณสมนึก  กุ่ยกระโทก  พาลูกสาวคนโต ชื่ิอน้องนิ  มาฝากไว้เวลาที่เขาไปราชการต่างจังหวัดหลายครั้ง  ในระหว่างนั้น  เราติดต่อโดยใช้วิทยุสื่อสาร  โดยเราได้เป็นสมาชิกและมีโอกาสใกล้ชิดกัน  ไปไหนมาไหนด้วยกัน  ทั้งๆที่ได้พูดว่า  ขอเป็นเพียงเพื่อน  ภรรยาของเขา็ใกล้คลอด  เขาน่าจะรักครอบครัวให้มาก  เมื่อมีโอกาสดีเราเลยบอกสอน  เขาไม่ตอบ  ไม่พูดอะไร  และได้หายไปนานหลายวัน

  

จนกระทั่งวันหนึ่งภรรยาของเขาโทรศัพท์มาหา  ร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญว่า   สามีไม่รัก  ไม่เลี้ยงดู  และกำลังจะมีแฟนใหม่  เราบอกว่าใจเย็นๆ  เพราะกับเรานี้คือเพียงเพื่อน  คืนวันนั้นเรานอนไม่หลับ  ทำไมเรื่องรักรักใคร่ใคร่มาเกิดกับเราอีก

  

วันรุ่งขึ้นคุณสมนึกมาหาเราที่บ้าน  ซื้ออาหารการกินมามากมาย  เมื่ออิ่มแล้วเราเลยเล่าว่า  ภรรยาโทรมาหาเรา  ระบายว่าคุณไม่รัก  แถมยังบอกว่ามีแฟนใหม่  อธิบายมาคืออะไร  เขาไม่ได้ตอบตรงคำถาม  แต่เล่าว่า  ภรรยาขี่มอเตอร์ไซค์ไปต่างอำเภอ  ไม่กลัวอันตรายใดใด  เท่านี้เองที่เขาพูด  


แล้วเขาก็ลากลับไป  


วันรุ่งขึ้น  เราจะไปในเมืองเพื่อไปดูบ้านในเมืองที่ซื้อไว้  พี่เจ้าของบ้านที่เราอยู่ด้วยบอกเขา  คุณสมนึกจึงไปดักรอเราที่หน้าซอยบ้านการเคหะ  ได้กินข้าวที่ร้านอาหารสวนลำไย  เราได้บอกให้เขาเอาใจภรรยาบ้าง  คนใกล้คลอดย่อมหงุดหงิดเป็นธรรมดา  อย่าทำให้ภรรยาเครียด  เดี๋ยวจะมีปัญหากับลูกในท้อง  


ต่อมาไม่นานเราก็ได้ข่าวว่า  ภรรยาของเขาคลอดลูกแล้ว  และทิ้งลูกโดยให้ยายเลี้ยง  และตัวเองก็เดินทางไปสิงคโปร์


ระยะนี้  เราต้องต่อเติมบ้าน  คุณสมนึกก็มาดูแลแบบเราไม่อยู่เขาก็มาดู  ต้นหญ้าที่ขึ้นรกรุงรัง  เขาก็มาถากถางจนเกลี้ยง  ส่วนภรรยาของเขาก็ไม่กลับมา  ได้แต่ส่งรูปภาพมาให้ลูกคนโตดู  ส่วนเราเวทนาสงสารน้องขวัญที่เกิดมา  ไม่ได้กินนมแม่เลย เราก็แนะนำให้เขาซื้อนมผงให้ลูกกินด้วย  ไม่ใช่ปล่อยให้กินน้ำส้ม  ยายอ้างว่า น้องขวัญชอบกิน  ยายของน้องขวัญ  เพื่อนๆของคุณสมนึกแรกๆ  ก็ไม่ชอบเรา  ด้วยมีเสียงนินทาว่า  เรามาแย่งสามี  


อยู่คนเดียวก็สบายดีแล้ว  ไปหาเหาใส่หัวทำไม  


อยู่มาวันหนึ่งคุณสมนึกมาหาที่บ้านเช่า  มาบอกว่าภรรยากลับจากสิงคโปร์แล้ว  ให้เราไปเจรจาเรื่องลูก  เราเลยขอให้พี่เจ้าของบ้านไปกับเราด้วย  


เมื่อถึงที่นั่นคือบ้านของเจ้านายคุณสมนึก  เราฟังทีแรกคิดว่าเป็นเรื่องลูกแบบที่เขาบอก  แต่กลับกลายเป็น  ภรรยาเขาจะขอเงิน  ห้าหมื่น  ที่จะหยุดไม่ฟ้องร้องครูทีี่่่ไปแย่งสามีเขา  เรางง  เลยถามว่า  เอาความนี้มาจากไหน  เรานะจะไปแย่งสามีคุณ  คุณรู้มาจากไหน  เธอตอบว่า  มีคนเล่าให้ฟัง  ใครล่ะ  ไปเอาตัวมา มายืนยันกันไปเลยว่า  เราไปแย่งใคร  ที่เจ้าของบ้านก็มาวันนี้  เราก็ไม่ยอมที่ถูกกล่าวหาแบบนี้  เธอก็ไม่ยอม  


เจ้านายเลยพูดออกมาว่า เรื่องนี้เจรจากันดีๆ  ไม่ยาก  ภรรยาก็พร้อมจะออกจากไป  สามีก็ไม่รักแล้ว  ส่วนอาจารย์ก็ถูกกล่าวหา  ประเด็นคือ  ภรรยาต้องการเงิน  


คุณสมนึก  จึงพูดเสียงดังว่า  ผมไม่ใช่วัวไม่ใช่ควาย  จะมาขายกันได้อย่างไร  ลูกทั้งสองคน ผมจะเลี้ยงดูเอง  อยากจะไปไหนก็ไป  ไม่มีสิทธิมาเรียกร้องอะไร  หนีออกจากบ้านไปไม่ทำหน้าที่เมีย หน้าที่แม่  ก็แย่พอสมควรแล้ว   หนี้สินที่มีอยู่จะรับชดใช้ให้เอง


คืนนั้นเรากลับบ้านกับพี่เจ้าของบ้าน  ไม่ร่าเริงเลย  เราถามพี่เจ้าของบ้านว่า  เราแย่งสามีเขาหรือ  เรายังไม่ได้รักหรือชอบเขาเลย


เวลาผ่านไปหลายเดือน  วันหนึ่งเรามีความจำเป็นต้องกลับบ้านที่กรุงเทพฯ  คุณสมนึกขอไปด้วย  เรารู้สึกไม่ดีเลยที่จะให้เขาไปด้วย  แต่เขาได้นำลูกสาวไปด้วย  คงไม่เป็นไร  


พอไปถึงบ้าน  เรากำลังหาข้าวให้คุณพ่อ  คุณสมนึก นั่งลงกับพื้น ประณมมือ  และพูดว่า  พ่อครับผมรักอาจารย์อ้อย  ผมจะรัก ซื่อสัตย์กับอาจารย์อ้อยคนเดียว  


จากนั้นเราได้ยินคุณพ่อวางช้อนลงจานดังเพล้ง   เงียบกันหมดบ้าน


คุณพ่อก็พูดดังๆว่า  เขาเป็นอาจารย์  มาทำแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติกันเลย  

คุณสมนึกจึงตกปากรับคำกับคุณพ่อว่า  ผมจะจัดการให้สมเกียรติที่สุดครับ  


ไม่รู้ว่าผู้ชายที่ดีเป็นอย่างไร  แต่คนนี้ดีกว่าคนเก่าก็พอ


อย่าไปค้นหาความรัก
ปล่อยให้ความรักค้นพบคุณเอง 
นั่นแหละถึงจะเรียกว่าตกหลุมรัก 
เพราะคุณไม่ได้บังคับตัวคุณให้เป็นไป แต่มันเป็นไปเอง..