เมื่อสักครูนี้ได้รับแผ่นพับโฆษณาสินค้าของห้างที่มีสาขาแทบทุกจังหวัดทั่วประเทศ  เห็นชื่อเราอยู่ในแผ่นพับด้วย  โอโฮ้!!!  อะไรจะขนาดนี้  หน้าซองเขาจั่วหัวซองว่า  “พิเศษสำหรับคุณเท่านั้น”  นี่คือโลกปัจจุบันที่เขาทำมาหารวยกันอย่างนี้  ในแผ่นพับเขาระบุว่า เราเคยซื้อสินค้า  เขาจึงส่งคูปองที่มีชื่อของเราอยู่ด้วย  มาให้ไปซื้อสินค้าโปรดที่เราเคยไปซื้อบ่อยๆ ในราคาส่วนลดด้วยคูปอง จำนวน 8 ใบ  เอ๊ะ!!! เขาคิดได้อย่างไร ถึงสามารถส่งคูปองส่วนลดไปให้ลูกค้าเป็นรายบุคคล

เมื่อย้อนกลับไปคิดถึงนโยบายลดการบ้าน  ที่รู้สึกรำคาญและเขียน 3 ตอน  ก่อนหน้านี้  ก็อยากให้เจ้าของห้างคนคิด เขาไปรับเหมาสอนทุกโรงเรียนทั่วประเทศให้รู้แล้วรู้รอดไป (แต่ขออย่าได้ใช้สัญญาเดียวทั่วประเทศนะครับ…กลัวจริง ๆ  หึหึหึ)จะได้คิดอะไร  ดี ๆ ที่ดีกว่านโยบายลดการบ้าน

ปัญหาในการเรียนการสอนลึกๆ อย่างหนึ่งก็คือ ครูเลือกเด็กที่สอนไม่ได้  และเด็กเลือกครูที่ต้องการจะเรียนด้วยไม่ได้  และก็กระทรวงศึกษาธิการไทยก็ยังไม่มีปัญญาที่จะทำได้  ทั้ง ๆ ที่อยากตอบสนองความสามารถความสนใจของเด็ก ๆ เป็นรายบุคคลตามหลักสูตร  ครูดี ๆ จึงต้องจำใจสอนเด็กที่ไม่อยากเรียน  เด็กก็จำใจเรียนกับครู และวิชาที่ไม่อยากเรียน จนเมาเรียน ตามที่เขียนไว้ในบันทึกก่อนหน้านี้

หากต่างฝ่ายต่างไม่อยาก และจำใจต้องทำตามหน้าที่  ที่ฝ่ายหนึ่งเพียงอยากมีเงินเดือนใช้ และอีกฝ่ายอยากมีที่ไปเรียน แล้วทั้งคู่จะเอาดีได้อย่างไร

หันกลับไปดูโรงเรียน  หากเรามีข้อมูล  ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถความสนใจ ความต้องการที่จะเรียนในวิชาที่จะเรียน ครูที่อยากเรียนด้วย จริง ๆ แล้วมาจัดหลักสูตรให้ได้เรียน  จะเรียนด้วยตัวเอง หรือ กับครูคนใด หรือ ที่ไหนก็ได้ ทั้งนี้โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามแนวทางที่ห้างเขานำเทคโนโลยีมาใช้ในการตอบสนองลูกค้าเป็นรายบุคคลมาเป็นตัวช่วย  ให้เรียนได้  เรียนดี  เป็นรายบุคคลด้วย  การจัดการศึกษาของเราก็น่าจะพัฒนาไปพร้อม ๆ กับการขายสินค้าของห้าง  การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้นักเรียน ครู ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย น่าจะทำได้ใช่ไหมครับ  เรียนถามทุกท่าน และขอคำแนะนำจาก 2 ดร. ไอซีทีที่ทำโกทูโนให้เราใช้ด้วยนะครับ ดร. จันทวรรณ - ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์