สาระธรรมจากพระอาจารย์วรศักดิ์ วรธมฺโม ในวัย 75 ปี ( 2556 ) เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา บรรยายธรรมให้บุคลากร ,นิสิตนักศึกษา , ชมรมพุทธศาสน์ เรื่อง หลักปฏิบัติสำหรับความรักในพระพุทธศาสนา
บรรยาย ณ หอประชุมปาริชาต ม. ทักษิณ วันที่ 6 ก.พ. 2556 เวลา 18.00-19.30 น.

พระคุณเจ้ารูปกลางคือ พระอาจารย์วรศักดิ์ วรธมฺโม
บันทึกย่อโดย...อุทัย เอกสะพัง
หลักปฏิบัติสำหรับความรักในพระพุทธศาสนา
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. ฉันขอเข้าถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก หมายถึงเราเข้าถึงความสะอาด ความสว่าง ความสงบในจิตใจของตนเอง
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ. ฉันขอเข้าถึงพระธรรมเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก หมายถึงเราเข้าถึงธรรมชาติในจิตใจของตนเอง
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ. ฉันขอเข้าถึงพระสังฆะเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก หมายถึงเราเข้าถึงหมู่คณะในจิตใจของตนเอง
ช่วงนี้เป็นเดือนแห่งมาฆะบูชา ขอให้เราทำความดีกันทุกคน วันนี้ขอบรรยายคำว่า ความรัก ภาษาบาลีแปลว่า เมตตา ภาษาสันสกฤตแปลว่า มิตรา หมายถึง มีความรู้สึกว่าขอให้สัตว์ทั้งหลายเป็นสุขเป็นสุขเถิด ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดใด
นี่คือรักอย่างรัก ถ้ารักอย่างกิเลส ภาษาบาลีว่า ราคะ แปลว่า ความใคร่ คือ ใคร่จะให้ได้ดังใจตัวเมื่อไม่ได้ก็เป็นทุกข์ นี้ละคือกามราคะ
ถามว่าความรักกับความใคร่ต่างกันอย่างไร
เรื่องราคะมี 3 ข้อคือ ที่ควรพิจารณา ดังนี้
1 . กามราคะ อันความอยากความใคร่ในกามเป็นทุกข์
2 . รูปราคะ เช่นพ่ออยากให้ลูกเป็นเหมือนดังใจตัวปรารถนา
3 . อรูปราคะ เช่นอยากได้ยศตำแหน่งอยากได้เกียรติ มันเป็นนามธรรม
เมื่อเรามีเมตตาเขาเราจะไม่โกรธไม่เกลียด ที่คนเรารักกันไม่ได้เพราะมันเปรียบเทียบกันทางกิเลส เราต้องเอา 2 สิ่งมาเปรียบเทียบกันสิคือกายกับใจ เมื่อใจมาเปรียบกัน เรามีทุกข์เหมือนกัน เมื่อกายมาเปรียบกันเราทุกคนล้วนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
ก็สัตว์ทั้งหลายล้วนเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน ทุกคนรักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกัน
นี่คือคนทั้งโลกคือคนคนเดียวกัน เราเป็นเพื่อนกัน ขอให้เพื่อนเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
คนเบียดเบียนกันเพราะคนไม่มีเมตตาต่อกัน ด้วยเราไม่เห็นความจริงว่าสัตว์ทั้งหลายล้วนเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายทั้งหมดทั้งสิ้น สมมุติว่ามีคน 1 คน มี 2 ทางให้เลือกคือ 1 . เขาถูกผู้อื่นรักมากที่สุด 2 . เขารักผู้อื่นมากที่สุด อันไหนถูกต้องตามธรรม ที่ถูกคือ เขารักผู้อื่นมากที่สุด ไม่ใช่เรียกร้องความรักจากผู้อื่น นี่แม่ไม่รักหนู นี่มันโง่ เพราะคนให้ความรักแก่ผู้อื่นได้นั้นเขาเป็นคนรวย คนเรียกร้องความรักจากผู้อื่นนั้นเขาเป็นคนจนคนอ่อนแอ
ในวิชาจิตวิทยาสอนว่า คนจงทำตนให้ผู้อื่นรัก แต่วิชาทางศาสนาสอนว่า คนจงทำตนให้รักผู้อื่น ง่ายนิดเดียวคือ ปรารถนาขอให้ทุกคนจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด ถ้าหนูรักผู้อื่น หนูจะครอบงำเขาไว้ใต้ความรักของหนู
มีนิทานเซนเรื่องหนึ่งว่า วันหนึ่งอาจารย์เดินทางไปกับลูกศิษย์ ลูกศิษย์กล่าวว่า..อ. ครับผมจะบวชแล้วจะฝึกตนเพื่อขนถ่ายสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากความทุกข์ อ. ได้ยินอย่างนั้นเลยให้ลูกศิษย์เดินนำหน้าไป ต่อมาลูกศิษย์ว่า อ.ครับ ผมอยากเล่นลูกข่างอยู่ลานวัดวิ่งหยอกล้อกับเพื่อน ๆ อ.ว่า เองมาเดินตามหลังข้าเดี๋ยวนี้นะ เราได้ข้อคิดอะไรจากคำสอนนี้ คือคนเราควรศึกษาเพื่อความเป็นพระโพธิสัตว์
คำกล่าวว่า พ่อแม่รักลูกพ่อแม่ต้องมีเวลาให้กับลูกนะ เป็นคำกล่าววัตถุนิยมเกินไป ดูให้ดีพ่อแม่รักลูก 100 % แต่พ่อแม่ไม่มีเวลาเพราะท่านต้องไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวไม่ใช่ว่าท่านไม่รักนะ ความรักมันอยู่ที่จิตใจ คนทั้งหอประชุมยกมือไหว้ครั้งเดียวด้วยความรักไม่ต้องไหว้หลายครั้งมันมาจากจิตใจนะเรื่องความรัก ดังนั้นหนูต้องรักพ่อรักแม่ให้มาก ๆ เมตตานี้เป็นธรรมชั้นสูง คนที่มีเมตตาต่อคนอื่นนั้นเป็นคนมีความสุข โปรดอย่าทำวันแห่งความรักเป็นวันแห่งความใคร่นะ ถ้าหนูเสียเรื่องนี้แล้วหนูจะเสียหายยับเยินในชีวิต หนูอย่าทรยศต่อคำสอนในทางศาสนา ทั้งหญิงทั้งชายถ้าไปทำเป็นวันแห่งความใคร่แล้วก็โง่ทั้ง 2 คน
เราเรียนหนังสือเพื่ออะไร เพื่อไปทำงานหาเงิน เอาแค่พออยู่พอกิน ทำให้จิตใจมีความสุขสิอยู่ด้วยเมตตาธรรมค้ำจุนโลก ถึงใครจะโกรธ กูก็ไม่โกรธมึงแล้วนะ มีนิทานเรื่องหนึ่งคือ สัตว์นรกจะพ้นเวรกรรม ยมพบาลถามว่าเวลาจะไปเกิดในเมืองมนุษย์นี่จะให้คนอื่นเลี้ยงดูหรือจะเลี้ยงดูคนอื่น เจ้าสัตว์นรกตนนั้นกล่าวว่า จะให้ผู้อื่นเลี้ยงดูตน เลยเกิดมาเป็นคนหัวโตพิการนอนขอทานข้างถนนอย่างนั้นแล ถ้าจะเลี้ยงดูผู้อื่นจะให้ไปเกิดเป็นผู้นำ เป็นคุณครู เป็นคุณหมอ พยาบาล
เป็นธรรมดาคนเราเมื่อเขามาพูดดีเราก็พอใจ พูดไม่ดีก็ไม่พอใจ คนเรารู้สุดโต่งอยู่ 2 อย่างคือ ดีใจกับเสียใจ ภาษาอังกฤษ ว่า Sad , Happy ที่จริงคนเราพระพุทธศาสนาสอนให้คนเรารู้ 3 อย่างคือ 1 . รู้ว่าจิตใจเศร้า 2 . รู้ว่าจิตใจสุข 3 . รู้ว่าจิตใจกลาง ๆ ว่าง ๆ เวลาคนเราหายใจก็เอากลิ่นกลาง ๆ ในกลิ่นหอมและกลิ่นเหม็นก็ไม่เอา จิตกลาง ๆ นี้ดีที่สุด ( Please full ) นี่เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนา แต่คนเรารู้แต่ Sad กับ Happy เลยมีแต่ Happy New Year, Happy birthday แค่นั้น
ในพระพุทธศาสนาสอนให้หนูเดินทางสายกลาง หลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนาที่ว่า คำตำหนิติเตียนมีแต่ประโยชน์อย่างเดียวไม่มีโทษเลย
เพราะว่าถ้าเป็นความจริง คุณขี้เกียจคุณก็ได้รู้และขอบคุณผู้ชี้บอกทางดีให้ และถ้าเป็นความจริงก็กล่าวเตือนใจไว้ก่อนไม่โกรธ อันคนชมนั้นเขายื่นดาบมาให้ทำร้ายเรานะ ดังนิทานกากับสุนัขจิ้งจอกความว่า...วันหนึ่งกาคาบเนื้อมาจับอยู่บนกิ่งไม้ ฝ่ายสุนัขจิ้งจอกเห็นแล้วอยากได้เนื้อในปากกามากินเลยวางแผนกล่าวว่า..นี่แม่กาขนดำงามนัก ใครเห็นก็รักเป็นหนักหนา แต่มีอีกหนึ่งอยากฟังเสียงของกา คนเขาว่าร้องไพเราะเสนาะดี ฝ่ายเจ้ากาได้ยินก็บ้ายอเลยร้องออกมาว่า กา กา เท่านั้นละเนื้อที่คาบอยู่ก็ตกลงมาให้สุนัขคาบเอาไปกินสบาย ๆ เห็นไหมคำชมกับคำตำนิแตกต่างกันอย่างไร คนสูญเสียของรักเพราะคำชมนี้และ เป็นธรรมดาว่ายาดีขมปากโบราณว่านะ นี้คือสภาวะจิตใจปกติจะอยู่กลาง ๆ หนูมีสร้อยเพชรอยู่แล้ว ใครมาว่าหนูเอาสร้อยเพชรกว้างใส่เขา เดิมทีจิตใจเราเป็นจิตประภัสสรอยู่แล้ว คำในภาษาไทยนี้อัศจรรย์นัก ลงท้ายด้วยใจ แถวที่ 1 หาคำว่า ดีใจ พอใจ ปลื้มใจ สุขใจ แถวที่ 2 หาคำว่า เสียใจ เศร้าใจ เหนื่อยใจ เหงาใจ แถวที่ 3 หาคำว่า โล่งใจ หวางใจ สบายใจ สงบใจ แถวนี้ละที่ไปทางสายกลางคือพระนิพพาน ภาษาบาลีว่า นิพพานํ ปรมํ สุขํ
นักศึกษาลองมาพิจารณาดูคน 3 คนนี้ตอนเข้าห้องสอบ
คนแรกพอเห็นข้อสอบแล้วดีใจมาก ง่ายอะไรอย่างนี้ เป็นอยู่ด้วยความประมาท ขาดสติ เผลอสบายใจ คนที่สองพอเห็นข้อสอบแล้วกูตกอีกแล้ว เวรกรรมดูมาไม่ถูกทุกข้อเลย เกิดความเสร้าใจ คนที่สามพอเห็นข้อสอบแล้วมีสติสัมปชัญญะ จิตใจเป็นกลาง ๆ ค่อยพิจารณาทำข้อสอบไปด้วยความระมัดระวังเมื่อจบแล้วนำมาทบทวนใหม่จนแน่ใจแล้วส่งกระดาษคำตอบ นี่คือทางสายกลาง เป็นทางแห่งความโล่งใจ ดังนั้นพระพุทธศาสนาจึงสอนให้คนเราแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยจิตใจปกติ เราต้องใช้ร่างกาย ใช้สมอง และรักษาจิตใจให้เป็นปกติ จึงเป็นเมตตาธรรมค้ำจุนโลกด้วยประการฉะนี้แล.
สาธุๆๆเป็นคำสอนที่ดีมากเลยครับ
สวัสดีครับ อ. ดร. ขจิต ฝอยทอง
เก็บมุมคิดจากพระอาจารย์ท่านจากสวนโมกข์ไปอยู่ไกล ช่วงเดินทางมาประเทศไทยเลยได้ฟังข้อคิดคติธรรมครับ
.... แก้ปัญหาทุกอย่าง....ด้วยจิตใจ..ที่สงบ ....จะพบทางออก .... นะคะท่านอาจารย์ .... ขอบคุณบทความดีดีนี้ค่ะ...
สวัสดีครับ
ในช่วงเดือนแห่งความรัก ทัศนะทางพระพุทธศาสนานำเมตตา มาพิจารณาเพื่อเข้าถึงความสุขในชีวิตนะครับ
ถ้าจิตใจที่สงบก็พบความสุขที่ยั่งยืน
ประทับใจมาก..พี่ใหญ่มีบันทึกสองเรื่อง ที่ได้เขียนไว้นานแล้ว มาฝากค่ะ
1. ชัยชนะของความรัก ...สมุด : อยู่อย่างรู้เท่าทัน
2. ก่อนเตียงจะหัก ...สมุด : อยู่อย่างรู้เท่าทัน
สวัสดีครับ พี่ใหญ่
เดี๋ยวว่างจะตามไปอ่านนะครับผม