สวัสดีค่ะ หายไปนานพอดู ได้พานพบเรื่องราวมากมาย ขอฝากภาพจากเมืองเหนือ จังหวัดเชียงรายแถบอำเภอแม่จัน แม่สะลอง (ตามไปชมงานของคนข้างกายที่ขึ้นไปทำแถวนั้นค่ะ)ได้เห็นสิ่งที่คนในเมืองใหญ่ไม่ค่อยได้พบเห็นกัน ขอนำมาฝากด้วยความคิดถึงนะคะ

ทางขึ้นแม่สะลอง

ช่วงต่อปลายปีเก่า-เริ่มปีใหม่ได้ทบทวนชีวิตหลายแง่มุม โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับคนในครอบครัว หลายรุ่น ทบทวนเพื่อให้โปร่งเบา ไม่เอาตัวเองเข้าไปตัดสิน และพยามสร้างประโยชน์สุขให้ผลิบานสำหรับคนทุกคน


ทางคดเคี้ยวมาก และเช้ามืดก็ยังมืด มองเห็นรถเปิดไฟขับตามสู่จุดหมายเดียวกัน


ความเจ็บไข้ได้ป่วยของคุณแม่ ที่อาการดีขึ้นมาก กำลังใจก็ดี  ทานอาหารได้จนหน้าใส แก้มป่อง เห็นแล้วใจผู้เขียนมาขึ้นเป็นกอง 



ส่วนพี่สาวเริ่มฟอกไตตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก่อนฟอกเขากังวลมาก และรีๆรอๆ ก่อนจะยอมคุณหมอที่แนะนำให้ฟอกตอนที่ร่างกายยังแข็งแรงแล้วรอผ่าตัดเปลี่ยนไต ซึ่งหลานสาวจะบริจาคให้ซึ่งมีขั้นตอนอีกยาวนานไม่ควรรอไปเฉยๆ เมื่อลงมือไปฟอกไต เขาพบว่าดีกว่าที่คิด เขาบอกว่ารู้สึกร่างกายสดชื่นกว่าเดิมมาก เพราะของเสียถูกขจัดออกไปเกือบหมด เขายังคงเป็นคนรื่นเริง เป็นคนใจดีที่นึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ  ซึ่งทำให้ผู้เขียนเบาใจ หายห่วง

คนกลางคือ พี่สาวผู้เขียน  ซ้ายคือ หนูแหม่ม ที่ร่วมทางไปลุยญี่ปุ่นด้วยกัน


อีกเช้าที่เรากำลังเดินทางไป วัดถ้ำอาชาทอง ไปใส่บาตรพระที่ขี่ม้าลงมาจากเขา  ทางไปสวยมาก


ความเจ็บป่วย การเสื่อมของสังขารที่ได้เห็นชัดๆนี่ก็ทำให้ได้ดูจิต ดูใจตนเอง เข้าใจคำว่า ไม่ประมาทกับชีวิต อย่างที่สุด การได้เห็นความวิตกกังวล ความเศร้าใจ แล้วทำตัวเป็น “ผู้ดู” สิ่งที่ผุดบังเกิดขึ้นมาในใจ ได้เห็นความดับลงไปของอารมณ์ที่เกิดจากการปรุงแต่งความคิดต่างๆ ยิ่งเห็นว่า คนเราทุกข์เพราะความคิดของตัวเองเป็นอย่างนี้นั่นเอง


แถบนี้อุดมสมบูรณ์ น้ำดี มีธารน้ำไหล ดินดี ชาวบ้านเพาะปลูกกันทั่ว ผักงามๆทั้งนั้น



เมื่อทุกข์เกิดที่ ความคิด ก็ต้องจัดการ โดยการ คิดให้ถูก หาทางทำให้ถูก เพื่อจะได้ไม่ทุกข์

ตอนนี้เลยเตือนตนเองเสมอค่ะว่าเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ ทุกข์ใจ แปลว่า กำลังคิดผิด  สติ ต้องทำให้เจริญ เพื่อให้เกิดปัญญาดับทุกข์



พระจะขี่ม้าลงมาจากเขา มีหลายวัด จำนวนพระทั้งหมดราว ๑๒ รูป  มารวมกันที่วัดนี้ ทางวัดจัดบริเวณให้ผู้มาทำบุญได้จัดวาง เตรียมตัวรอรับพระที่จะมาถึงในเวลาราว แปดโมงครึ่ง ของที่ถวายจะมีการนำไปทำบุญแบ่งให้วัดที่อยู่ทุรกันดารในแถบนี้ด้วย

สิ่งที่หมั่นทำในทุกๆวันคือการเติมสุขให้แก่คนทั้งใกล้ตัว และ ไกลตัว ทำอย่างโปร่งเบา 

โต๊ะของคณะเรา ไปกัน ๕ คน หลานแพท ลูกหนูแหม่ม ไปดักถ่ายภาพด้านนอกตอนพระลงจากเขา


พระจะรับสิ่งที่ถวายบนหลังม้า และพี่ม้าก็จะได้หญ้าเคี้ยวจนอิ่ม

ผู้เขียนประจักษ์กับตนเองว่า ความสุขเริ่มจาก ความคิด ของตนเองก่อน คือ คิดดี คิดบวก มองปัญหาทุกปัญหาอย่างเข้าใจเหตุปัจจัย รวมทั้งหมายถึง การเห็น การเข้าใจตัวเองด้วยว่าทำไมจึงหงุดหงิดหรือทุกข์กับปัญหานั้นๆแล้วหาทางปล่อยวางอย่างรวดเร็ว  แล้วทำในสิ่งที่สามารถ ที่เป็นไปได้ หากยังทำอะไรไม่ได้มากนักก็พยายามไม่บ่น ไม่ซ้ำเติม ไม่ทำให้ปัญหานั้นใหญ่ขึ้นด้วย ความคิด คำพูด และ การกระทำของตัวเราเอง


พี่สาวผู้เขียนกับเณรน้อยที่อยู่ท้ายสุดของขบวน

เมื่อใส่บาตรกันเสร็จ พระทุกองค์ จะมาตั้งแถว สวดให้พรอย่างไพเราะและยาวๆแบบตั้งใจให้เราได้คิดพิจารณาสังขารและความเป็นจริงตามหลัก อริยสัจ ๔  เยี่ยมมากค่ะ

เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนแห่งความรักตามแบบฝรั่ง แต่หากเราเข้าใจความจริงของธรรมชาติ ของชีวิต ทุกเดือน ทุกวัน ก็เป็นเดือน เป็นวันแห่งความรัก ความปรารถนาดี ความเมตตา-กรุณาที่เราทำให้ผู้คนและตัวเราเองมีความสุขได้ไม่ต้องรอ...สบายใจจริงๆค่ะ