( ร ).."เรือ" หางยาวรูปร่างประหลาดไปจากเรือหางยาวในเมืองเทวดา..หน้าเชิดเริดริ่ว จากผิวน้ำ วิ่งตามน้ำ ลงไปทางเมือง พม่า..
( ร ).."รัก" เป็นคำหวาน หากแปลบเข้า ขั้วหัวใจ...หากรักเปลี่ยนเป็น "ลมลวง"..(รัก)ที่เป็นอดีต..มักจะคลุกด้วยน้ำตาลปน บรเพ็ด..(ว่าเข้าไปนั่น...ในความคิดคำนึงของ"หล่อน"..) . จึงเป็นแค่..(.ร)...รัก เพิ่ง ประจักษ์ ดังสายน้ำไหล ได้แต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไปตามน้ำไปกับธรรมชาติ สายลมแสงแดด..กล่อมด้วย..ซิมโฟนี่ออเคสต้าจากออสเตรีย ริมน้ำ ปาย แม่ ฮ่องสอน..ตอยสายๆกับลมหนาวนิดๆ..
( ธ )..."ธรรมชาติ" คือ ความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่เคยหยุดยั้ง ดังสายน้ำที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ ดังเวลา ที่ไม่เคยหยุด คอยใครและหมุนกลับ..เสียง (ร)..แผ่วหายไปกับสายน้ำ..ดังเพลงของ บรามซ ที่ ลำปาย...
(..บันทึก ย้อน อดีต ของหล่อน...คนนั้น...)
..... เรื่องของ .... ร & ธ ..... นี้ สนุกจังเลย ค่ะ ยายธี.....
ขอบคุณเจ้าค่ะ..คุณหมอเปิ้น..(เคยรัก..ลวง..มั่งไหมนี่..อิอิ)..ยายธี
ร....ความหมายมีมากมายนัก
ร....รัก คนมักฝันหา
ร....ร้างร้าวรวดปวดอุรา
ร....รอ..คอยหา...น้ำตาริน
.........................................
พอจะเป็นกลอน กะเค้าบ้างมั้ยเนี่ยะ...ยายธีจ๋า...หรือว่า...แค่...สลักประตู...อิอิ
ชอบใจจริง..อิอิ...คุณมะเดื่อ...เอาเหอะ..จะเป็น กลอนประตู..กลอนหล่น.(.ยายธีเขียนเป็นประจำอยู่แล้ว)..เอาความรู้สึกเป็นใหญ่จ้า....๕๕๕๕...ร.(รอคอยหา..น้ำตา..ริน)...ตอนนี้หายไหลรินแล้ว..ไม่รอ...อ้ะะๆๆๆ...ยายธี