ในการทดสอบความรู้นักเรียนที่สมัครเข้าเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 มีการทดสอบความรู้ความสามารถทางด้านภาษาไทย คณะศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ข้าพเจ้าถามนักเรียนคนหนึ่งเกี่ยวกับความรู้วิชาภาษาอังกฤษ  นักเรียนคนนั้นตอบว่า  ภาษาอังกฤษที่แกรู้จักนั้นมีเพียงตัว A ตัวเดียว (แต่ขอโทษที ผลการเรียนวิชาภาษาอังกฤษชั้น ป.6 ได้เกรด 3 ครับ) ส่วนอักษรไทย แกจำได้ 20 กว่าตัว  ตัวที่เขียนแปลก ๆ อย่าง ฎ ฏ ฐ ฒ ญ แกไม่รู้จักครับ  ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร (รู้จักมากกว่าภาษาอังกฤษ เลยได้เกรด 3.5 ครับ) พอให้เขียนภาษาไทยแกก็เขียนได้บ้างๆไม่ได้บ้าง (ภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึงครับ) ถ้าเขียนเป็นตัวหนังสือไม่ได้ก็วาดรูปแทนเอาบ้าง -

ขอโทษนะครับ  นักเรียนคนที่ยกตัวอย่างมานี้จบมาจากโรงเรียนที่ได้รับการประเมินจาก สมศ. ในระดับที่ดีและดีเยี่ยมเกือบทุกมาตรฐานครับ  และไม่ใช่เด็กคนนี้คนเดียวนะครับ  มีอีกไม่น้อยที่อ่านหนังสือไม่ออก อ่านไม่คล่อง (เฉพาะวิชาภาษาไทยนะครับ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ไม่ต้องพูดถึง

ความพยายามที่จะพัฒนาการศึกษาที่เกิดขึ้นหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 อย่างหนึ่งก็คือการกำหนดให้มีการประเมินคุณภาพการศึกษา  โดยมีหน่วยงานซึ่งมีฐานะเป็นองค์กรมหาชนที่รู้จักกันว่า “สมศ.” ขึ้นมาทำหน้าที่  ก็เหมือนกันระบบงานต่าง ๆ ที่เรารับมาจากของฝรั่งนั่นแหละครับ  ไม่ว่าฝรั่งจะคิดดีขนาดไหน  นำไปใช้เกิดผลดีอย่างไร  เมื่อนำมาใช้ในเมืองไปก็เละทุกที

ครับ ! แทนที่จำใช้เกณฑ์หรือตัวชี้วัดในการกำหนดทิศทางในการทำงาน  กลับมานั่งสร้างหลักฐานให้ครบถ้วนตามเกณฑ์หรือตัวชี้วัดโดยไม่มีเวลาทำงาน  ใช้เวลามาสร้างหลักฐานการสอนนักเรียนและอื่น ๆ จนไม่มีเวลาสอนให้เป็นไปตามมาตรฐานของหลักสูตร

(ยังไม่จบครับ - ว่าง ๆ จะมาต่อครับ  ประเด็นนี้อาจจะยาวหน่อย)