อ่านมาจากหนังสือของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก
ขอคัดลอกนำมาเผยแพร่ค่ะ
“พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรารู้จักใช้ความสามารถในการปรุงแต่ง แทนที่จะปรุงทุกข์ ก็ปรุงแต่สุข
เก็บเอาแต่อารมณ์ที่ดีมาปรุงแต่งใจให้สบาย แม้แต่หายใจท่านยังให้ปรุงแต่งความสุขไปด้วย ลองฝึกดูก็ได้ เวลาหายใจเข้า ก็ทำใจให้เบิกบาน เวลาหายใจออกก็ทำใจให้โปร่งเบา ท่านสอนไว้ว่าสภาพจิต ๕ อย่างนี้ ควรปรุงแต่งให้มีในใจอยู่เสมอ คือ
๑. ปราโมทย์ ความร่าเริง เบิกบานใจ
๒. ปีติ ความอิ่มใจ
๓. ปัสสัทธิ ความสงบเย็น ผ่อนคลายกายใจ
ไม่เครียด
๔. ความสุข ความโปร่งโล่งใจ คล่องใจ
สะดวกใจ ไม่มีอะไรมาบีบคั้นหรือติดขัดคับข้อง
๕. สมาธิ ภาวะที่จิตอยู่กับสิ่งที่ต้องการ
ได้ตามต้องการ ไม่มีอะไรมารบกวน
จิตอยู่ตัวของมัน
ขอย้ำว่า ๕ ตัวนี่สร้างไว้ประจำใจให้ได้
เป็นสภาพจิตที่ดีมากผู้ที่เจริญในธรรมจะมี
คุณสมบัติของจิตใจ ๕ ประการนี้
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
ตโต ปาโมช ชพหุโล ทุก ขส สน ต กริส สติ
แปลว่า ภิกษุผู้ปฏิบัติถูกต้องแล้ว
มากด้วยปราโมทย์ มีจิตใจร่าเริง
เบิกบานอยู่เสมอ
จักทำทุกข์ให้หมดสิ้นไป
ท่านพูดไว้ถึงอย่างนี้….”
จากหนังสือ “ คติธรรมแห่งชีวิต "
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุต โต)
ตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษ น้องหมอเปลี่ยนไปมาก เขียนแต่เรื่องดีๆทั้งนั้น สงสัยใกล้จะไปปลีกวิเวกแล้ว
แนะนำเพื่อนที่เมืองไทยให้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดแพร่แสงเทียน เธอชอบมากๆ บอกว่าวันแรกๆก็รู้สึกเฉย
แต่พอก่อนจะกลับมีความรู้สึกแปลกๆ ชอบๆๆๆๆๆ
ตอนนี้เธอไปเป็นครั้งที่สองอีกสิบวัน ก่อนไปเธอเขียนมาบอกว่า
การเขึยนบางอย่างปรุง แต่ง จิต และ จรรโลง ใจ เสมอ ขอบคุณ มาก นะ ครับ
ขอบคุณที่อ่าน แนะนำและฝากความคิดเห็นค่ะ
สาธุครับอาจารย์ ขอบคุณครับ