ทางม้าลาย มีไว้ให้คนเดินข้าม

สิ่งที่แปลกมากก็พบเห็นได้ตอนคนเดินข้ามนี่แหละ

คนที่เดินข้าม มักจะแกว่งไกวไปมาระหว่าง 2 ขั้วอารมณ์

ถ้ารถไม่มีท่าทีจะเอื้อเฟื้อ คนข้ามอาจหยุดรอ (ยอมถูกละเมิดสิทธิ) หรืออาจวิ่งข้าม (ขอรักษาสิทธิ แต่ไม่สนใจชีวิต)

ที่แปลกคือ เวลารถมีท่าทีเอื้อเฟื้อนี่แหละ

คุณท่านเล่นเดินนวยนาด เนิบนาบ เนิบนาบ ราวร่างกายไร้กระดูก 

นี่ก็แกว่งไปอีกขั้ว คือใช้สิทธิ แต่ไม่สนใจว่าตัวเองละเมิดกฎพื้นฐานของการใช้ถนนร่วมกันอย่างพอเหมาะพอควร

ปรากฎการณ์นี้ไม่ได้เกิดแต่เฉพาะเวลาใช้รถใช้ถนน

ผมไปออกชุมชน ฟังป้าคนหนึ่งเล่าชีวิตรันทดให้ฟังสารพัด รวมถึงเรื่องตนเองมีโรครุมเร้า แต่ไม่ไปหาหมอ

เอ๊ะ มาแปลก

ลองถาม คำตอบทำให้อึ้ง

"กลัวหมอดุเอา...ว่าทำไมมาช้า ทำไมไม่รีบมาให้เร็วกว่านี้"

(ช้าที่ว่านี่หมายถึงช้าไปหลายปีครับ)

ก็เลยต้องอธิบายถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่กันพักใหญ่ ว่าไปโรงพยาบาลเถอะ หมอจะว่ายังไงก็ช่างหมอ ชีวิตเราควรเก็บตกไว้ก่อน

คุยต่อถึงรู้ว่า โรคเล็ก ๆ น้อย ๆ น่ะ ยอมไปหาหมอเป็นปรกติ แต่โรคเรื้อรังที่ว่า ไม่เคยยอมบอกหมอ ไม่ได้เขิน แต่กลัวหมอด่าเอา

ผมฟังแล้วสะทกสะท้อนใจ คุณป้าคนนี้จินตนาการไปเองหรือเปล่า ? หรือกำลังสะท้อนสิ่งที่เคยเจอ ?

ถ้าเป็นอย่างแรก สังคมก็น่าห่วง

แต่ถ้าเป็นอย่างที่สอง สังคมก็น่าห่วงอยู่ดี

แต่เชื่อหรือไม่ ...ว่าคนที่กลัวหมอจนหงอแบบนี้นี่แหละ วันไหนมีปัญหาเรื่องสุขภาพถึงขั้นร้ายแรง จะไม่ลังเลใจที่จะฟ้องหมออย่างหนักหน่วงจนคนดูต้องเบือนหน้าหนี

คนที่เคยถูกกดขี่เท่านั้นแหละ ที่ชอบกดขี่คนอื่น

ขึ้นต้นเรื่องกับลงท้ายเรื่อง ยังเป็นเรื่องเดียวกันครับ เมื่อมองในเรื่องการสลับขั้วแบบสุดโต่งของพฤติกรรมคน