ช่วงนี้ตอนบ่ายวันศุกร์ ผู้เขียนและนิสิตอีกสองคนคือ วศินและว่านจะไปที่โรงเรียนบ้านรางมูก ตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐมเนื่องจากโรงเรียนขาดครูผู้สอน โรงเรียนได้รวมชั้นนักเรียนประถมศึกษาปีที่1-2 เป็นหนึ่งห้อง รวมชั้นนักเรียนประถมศึกษาปีที่3-4เป็นอีกหนึ่งห้องและชั้นนักเรียนประถมศึกษาปีที่5-6 เป็นห้องสุดท้าย โรงเรียนไม่อยากไปรวมกับโรงเรียนใกล้ๆ   ทางโรงเรียนเลยทำหนังสือขอไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อขอนิสิตอาสาสมัครไปช่วยสอน ดูหนังสือของโรงเรียนที่นี่ครับ ที่นี่ด้วย



ผู้เขียนได้ทำบันทึกข้อความเพื่อไปเป็นอาสาสมัครช่วยสอนกับนิสิตโดยทำหนังสือผ่านกองกิจการนิสิตท่านรองอธิการบดีเซ็นอนุมัติเนื่องจากนิสิตมาจากชุมนุมครูอาสาอ่านบันทึกข้อความที่นี่ครับ


หนังสือบันทึกข้อความอีกฉบับทำผ่านคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เนื่องจากผู้เขียนสังกัดคณะนี้ ดูหนังสือบันทึกข้อความที่นี่ครับ



เมื่อวันศุกร์ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้ไปสอนกับว่าน ได้แยกนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5ออกจากชั้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งนักเรียนมีจำนวนไม่มากเลยสอนได้ง่าย


ผู้เขียนชอบโรงเรียนนี้เนื่องจากนักการภารโรง จัดแต่งสวนได้สวยมากถึงแม้นว่าจะมีต้นไม้ไม่มาก

คนนี้คือลุงนักการภารโรงที่แต่งสวนครับ น่าชื่นชมมาก




ผู้เขียนสอนเป็นคาบแรกพยายามใช้กิจกรรมไม่ยากนักเนื่องจากต้องการทราบว่านักเรียนมีพื้นฐานในด้านการเรียนอยู่ในระดับใด 

ส่วนว่านลูกศิษย์ผู้เขียนก็ใช้กิจกรรมเรียนปนเล่น เป็นกิจกรรมเรื่องสี ใครตอบถูกก็ได้รางวัลเป็นนมหนึ่งกล่อง



ผู้เขียนให้นักเรียนนอนเรียน พบว่านักเรียนพูดภาษาอังกฤษได้แต่ทักษะการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนไม่ค่อยดี นักเรียนสะกดคำศัพท์ง่ายๆไม่ค่อยได้ แต่ในภาพรวมแล้วนักเรียนตั้งใจเรียนดีมาก





ผู้เขียนรู้สึกเองว่าชั้นเรียนนี้เป็นชั้นเรียนที่ขนาดเล็กที่สุดเท่าที่ผู้เขียนเคยสอนมา แต่เป็นเล็กพริกขี้หนู เพราะนักเรียนตั้งใจตอบคำถามดีมากเวลาในการเรียนรู้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว นักเรียนเล็กๆเหมือนผ้าขาว เราจะให้เป็นแบบไหนเด็กก็จะเป็นแบบนั้น นอกจากนี้เด็กเล็กๆยังมีความน่ารักเป็นอาวุธ  ถ้าครูสามารถทำให้เขามีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ได้เขาก็จะเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ…ลองคิดดูตอนเด็กๆของเรานะครับ ครูคนไหนที่เรารัก เราก็อยากเรียนวิชานั้นๆ ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…