โรงเรียนอนุบาล เป็นโรงเรียน เท่าที่ได้สัมผัสมา เป็นโรงเรียนที่เด็กมีความสุขจริงๆ
โรงเรียนประถมศึกษา เท่าที่สัมผัสมา เด็ก ๆ ไปโรงเรียนๆ ก็มีความสุข คือสุขที่ครูเข้าสอน และไม่เข้าสอน เพราะหลายสาเหตุ เช่น ครูไปประชุม ผอ.โรงเรียนไปประชุมสหกรณ์ครู (ผู้อำนวยการหลายคนที่ไม่ได้เป็นกรรมการบอกว่า พี่ไปดูเถิด ผู้อำนวยการทั้งหลายไปรวมกันอยู่ที่สหกรณ์ครูในแต่ละวันไม่น้อย แม้ไม่มีการประชุม ยิ่งโรงเรียนห่างไกล มีการลงเวลาสอนแล้วเด็กมีความสุขทุกวัน ที่เด็กมีความสุขกันส่วนใหญ่ก็เพราะฝีมือการบริหารการเรียนรู้ของ ผู้อำนวยการ นักบริหารการเรียนรู้ ที่จำนวนหนึ่งเป็นครูสอนเองด้วย ฯลฯ
โรงเรียนมัธยมศึกษา พอเริ่มจะเข้า ก็มีความทุกข์ ทั้งพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่อยากเข้าโรงเรียนดังแล้วเข้าไม่ได้ โรงเรียนใกล้บ้านบางทีก็เต็มเสียก่อน เข้าไปเรียนแล้วส่วนใหญ่ก็เรียนไปได้โดยเด็ก ๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากเด็กเก่ง อย่างนายแฟรงค์
เด็กประถมมัธยม เรียนไป ๆ ทุกข์ หรือ สุขอย่างไรก็ไม่ได้สนใจ รู้เพียงว่าต้องไปโรงเรียน แต่ที่ต้องคิดก็คือ ผลการทดสอบในระดับชาติมาหลาย ๆ ปี บอกว่าคะแนนผลการสอบของเด็กในทุกวิชา ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรดี......ด้วยคน
โรงเรียนที่มีความสุขที่สุด ทั้งเด็กทั้งครู ก็คือโรงเรียนสอนพิเศษ ครูสอนพิเศษหลายคนที่อยู่ในโรงเรียนที่สอนประจำ เด็ก ๆ บอกว่าสอนไม่ค่อยดี แต่ก็ดีเป็นพิเศษกับเด็กที่เรียนพิเศษด้วย เป็นพิเศษ โรงเรียนที่สอนพิเศษจึงเป็นโรงเรียนแห่งความสุข เพราะทุกคนเต็มใจ อยากได้เรียน อยากได้สอนกันทุกคน
หากเราทำให้โรงเรียนสอนพิเศษ กลายเป็นโรงเรียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย มาแทนโรงเรียนควายเซ็นเตอร์ (Child center) ตามที่นายแฟรงค์ เขาบอกไว้ ก็ต้องดีแน่ ๆ เพราะเด็กไปด้วยความอยากเรียน เรียนอย่างมีจุดมุ่งหมาย
แล้วจะทำอย่างไร
1. หลักการสำคัญก็คือ เด็กไปโรงเรียนอย่างมีจุดมุ่งหมายอยากไปเรียน
เด็กมีโอกาสเลือกเรียน
2. ครูที่สอนเป็นใคร หรือ ที่ไหนก็ได้ ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการกำหนดขึ้นมา
(เซเว่นอีเลเว็นก็อาจเปิดสอนได้ นั่งห้องแอร์ มีขนมกินสบายไปอีกแบบ)
3. แนวการดำเนินงาน
3.1 จัดการให้โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นเพิ่มคุณภาพการเรียน ที่ทุกวิชาต้องมาจากครูที่เรียนมาเป็นวิชาเอก และให้มีนักเรียน ห้องเรียนละ ไม่เกิน 30 คน เหมือนอารยประเทศทั้งหลาย รวมทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ในอาเซียนเรา
3.2 ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรียนที่โรงเรียนแม่ หรือ โรงเรียนที่ไปสมัครเข้าเรียน แล้วสามารถเรียนได้ที่นั่น หรือ ไปเรียนในบางวิชาได้ในที่อื่น ๆ (ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดขึ้น) ที่ไม่อยากเรียนกับครูในโรงเรียน แล้วโอนผลการเรียนกลับมาได้ ที่อื่น ๆ หมายถึง โรงเรียนเอกชน โรงเรียนสอนพิเศษ ที่มีคุณสมบัติตาม กฎของกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดขึ้น)
3.3 ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดให้เป็นโรงเรียน เตรียมการทำงานและการศึกษาต่อ ที่มีการสอนหลากหลายวิชาสามารถเลือกเรียนได้ตามใจชอบ เรียนไปแล้วระยะหนึ่ง หากพบว่าไม่ใช่ ในวิชาที่ชอบ ก็สามารถเปลี่ยนได้ นักเรียนทุกคนต้องมีโรงเรียนแม่ วิชาใดที่ไม่เปิดสอน สามารถไปลงทะเบียนเรียนกับโรงเรียนอื่น ๆ เช่น โรงเรียนสารพัดช่าง โรงเรียนอาชีวศึกษา หรือหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งรัฐและเอกชน แล้วโอนผลการเรียนกลับมาได้ โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายนี้ต้องมีเวลา และผลงาน การทำสาธารณะประโยชน์ในสาขาวิชาที่เรียน อย่างน้อย 20-30 เปอร์เซ็นต์ มีการฝึกงาน หรือการปฏิบัติจริง 20-30 เปอร์เซ็นต์ ของเวลาเรียนทั้งหมด ผลการเรียนนี้มีผลต่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ตามกฏของกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดขึ้น
3.3 มีการทดสอบเพื่อวัดความรู้ทุกปี และผลการทดสอบนี้ จะมีผลต่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่ง อีกทั้งผลการทดสอบนี้ส่วนหนึ่ง จะมีผลต่อการประกาศยุบโรงเรียนสอนพิเศษ การขึ้นเงินเดือน และเพิ่มตำแหน่งให้ครู และบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนด การทดสอบต้องคลุมทุกวิชาที่เปิดเรียนในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ
3.4 สนับสนุนให้หน่วยงาน สถานประกอบการ ชุมชน รวมตัวกันเปิดสอนโรงเรียนพิเศษ ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดขึ้น ดำเนินการแล้วผลการทดสอบบ่งชี้ว่า จำนวนนักเรียนที่สอบและผ่านการทดสอบตามจำนวนที่กำหนด ก็ให้เปิดสอนต่อไปได้ ถ้าไม่ได้ตามกำหนดก็ประกาศยุบ
3.4 ยกเลิก สมศ. ที่มีบริษัทเข้าไปประเมินโรงเรียนทุก 4 ปี (ประเมินทุก 4 ปี นี่คิดได้ไง 555) นำเงินงบประมาณมาให้โรงเรียนอนุบาลประถมมัธยมพัฒนาคุณภาพ ตามแนวคิดคุณภาพต้องสร้างในกระบวนการ ไม่ใช่ด้วยการตรวจสอบ ๆ (Quality must be built in the process but not by inspection) ตามแนวคิดของเดมิ่ง ที่ไปทำให้ญี่ปุ่นเจริญเอา ๆ เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว (แต่ฆ่าตัวตายในแต่ละปีก็มีเยอะนะครับ) ชาวบริษัทที่ตกงานก็ไปเปิดโรงเรียนสอนพิเศษแทน การประเมินโรงเรียนยกกลับไปให้ข้าราชการประจำเขาทำ ไม่ต้องเสียงบประมาณ เพราะการประเมินไม่มีผลอะไร ถ้าได้ผลจริง ผลการทดสอบระดับชาติคงจะขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ลดลงๆ
แนวอย่างนี้ พอจะเปลี่ยนโรงเรียนแบบความเซ็นเตอร์ ให้เป็น Child center ได้ไหมนี่
สวัสดีปีใหม่ค่ะท่านศน. หนูดีใจที่ๆได้อ่านบันทึกใหม่ของอาจารย์ครั้งนี้เพราะระลึกถึง และอยากติดต่อ แต่อาจารย์คงเปลี่ยนเบอร์โทรนะคะ
ยังเบอร์เดิมที่อยู่ในแทปเล็ต ซึ่งไม่ค่อยได้ยิน และเบอร์ใหม่ครับ มีข่าวอะไรทิ้งไว้ในที่นี้ก็ได้ครับ จะให้โทรกลับก็ได้ครับ