อันที่จริงดิฉันก็ทราบดีอยู่แล้วว่า ไส้กรอกต่างๆ จัดเป็นเนื้อสัตว์ประเภทไขมันสูง ส่วนใส้กรอกอีสาน หรือบางท่านเรียกว่าใส้กรอกข้าวนั้น นอกจากจะมีเนื้อสัตว์ มีมันสับผสมลงไปแล้วก็มีข้าวเป็นส่วนผสมด้วย ดังนั้นเวลาจะนับสัดส่วนอาหารแลกเปลี่ยน ก็ต้องนับทั้ง โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต  

เพิ่งกลับจากเยือนร้อยเอ็ด ไม่มีอะไรติดมือไปฝากพี่ๆ เลย แต่ขากลับพี่แอ๋ว หัวหน้าโภชนาการของโรงพยาบาลร้อยเอ็ด รีบมาดักพบฝากไส้กรอกอีสานรสเลิศมาถุงโต พร้อมกำชับ "ฝากให้ลูกชาย และน้องๆ ที่โรงพยาบาลนะคะ"

ดิฉันจัดการแบ่งไส้กรอกไปฝากทีมงานเทพธารินทร์ตามเจตนารมย์ของพี่แอ๋ว แต่อยู่ที่ทำงานจะไปปิ้ง ไปย่างกินคงไม่สะดวก น้องๆ จึงส่งไปทอดกลับมาหอมฉุย โซ้ยกันเอร็ด...อร่อย ดิฉันมีภารกิจจึงไม่ได้ไปร่วมวงกับทีมงาน นึกในใจ เดี๋ยวเหอะเย็นนี้กลับบ้านจะจัดการให้หายอยาก

ถึงบ้าน...ดิฉันเป็นแม่บ้านประเภทอาศัยเครื่องทุ่นแรง จึงหยิบไส้กรอก ๖ ชิ้นวางบนถาดฟลอยด์ ใส่เข้าเตาอบ ตั้งไฟกะพอสุก ไม่ต้องเหลือง นึกในใจ ๓ คน (พ่อ แม่ ลูก) คนละ ๒ ชิ้นกำลังเหมาะ ด้วยหิวจัดจึงไปยืนรอหน้าเตาอบ แล้วก็ต้องประหลาดใจ เพ่งมองถึงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ดิฉันสังเกตุเห็นมีน้ำอะไรไหลออกมาจากรอยตัดหัวใส้กรอก เรียกได้ว่าไหลริน ไม่ขาดสาย เมื่อเทียบกับปริมาณไส้กรอกแล้วถือว่ามีน้ำออกมามากที่เดียว พินิจดูก็ต้องตกใจ เพราะน้ำที่ว่าเป็นไขมันล้วนๆ อย่างที่ปรากฎในรูปด้านล่าง

     

ดิฉันคิดว่า พวกเราส่วนใหญ่รู้ว่าไส้กรอกมีไขมันสูง แต่คงนึกไม่ถึงว่าจะมีปริมาณมากขนาดนี้ จึงถ่ายรูปและใส่ถุงพลาสติกแช่ตู้เย็น เอากลับไปโชว์น้องๆ ที่ทำงาน ทุกคนที่เห็นล้วนสยองกับปริมาณไขมัน พลอยนึกไปถึงผู้เป็นเบาหวาน และประชาชนทั่วไปที่นิยมบริโภคไส้กรอกอีสาน คงต้องระมัดระวังกันให้มาก (สงสารสุขภาพค่ะ) เมื่อนำไปชั่งดูหนักถึง ๖๐ กรัม คำนวณเป็นพลังงานได้ ๕๔๐ กิโลแคลอรี่

มาถึงตอนนี้แม่ค้าขายไส้กรอกคงไม่โกรธดิฉันนะคะ ความจริงอร่อยดีค่ะ เพี่ยงแต่คงต้องเลือกใช้วิธีปรุงแบบดิฉันนะคะ จะได้รีดไขมันออกซะบ้าง

เล่าเรื่องโดย: คุณสุนทรี นาคะเสถียร, ผู้จัดการฝ่ายบริการการศึกษาและวิจัย รพ.เทพธารินทร์