รู้มั้ย ทุกครั้งที่ฉันได้ตรวจ ป้าๆน้าๆ คุณลุงคุณตา ทั้งหลายที่มาหาฉัน โดยอารมณ์เศร้า ทานไม่ได้นอนไม่หลับ

 ฉันเดาได้ทันทีว่านี้คืออาการเครียดที่สะสมจนมาแสดงออกทางร่างกาย

แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ...... คุณรู้มั้ย....... ทำไมเค้าถึงเครียด

และที่ฉันไม่ต้องเดาเวลาถามคนไข้เลย เกือบ100เปอร์เซ็นคือ....เรื่องลูก

ถ้าลูกอยู่กับตัว ......ก้อจะเป็นห่วงเรื่องของลูก

แต่ถ้าลูกไม่อยู่กับตัว .....ก้อคือคิดถึงลูก

ทุกวันนี้ฉันทำงานในชนบท  คุณรู้มั้ย

มีเยอะมาก 

ที่พ่อแม่ที่แก่แล้ว อยู่บ้านกันสองเฒ่าสองแก่ เพราะลูกๆๆไปทำงาน หรือแยกย้ายไปมีครอบครัวที่อื่นหมด

แต่ฉันไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นมันผิด และเชื่อเหลือเกินว่าคนไข้ของฉันเหล่านี้ ก้อคงไม่เคยบอกความรู้สึกที่แท้จริงให้ลูกแกฟัง ว่าแก ...คิดถึงลูกมากขนาดไหน

เพระอะไรลูกมั้ย ......แกกลัวลูกเป็นห่วง

ทุกๆๆเทศกาลวันหยุด พวกเค้าจะรอให้ลูกมาเยี่ยม และถ้าช่วงนั้นเค้าไม่สบายอยู่ รพ เค้าจะรีบหายเพราะอยากกลับบ้านอยู่กับลูกหลานให้นานที่สุด

ทุกๆๆครั้งที่ไม่สบาย พวกเค้าจะกังวลมากเป็นพิเศษ เพระอยู่กันสองเฒ่าสองแก่

และทุกๆๆครั้งที่ กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ พวกเค้าไม่มีที่พึ่ง นอกจากมาเอายาที่ รพ

คุณรู้มั้ย อากรเหล่านี้ เป็นโรคอะไร จะบอกให้

โรคแห่งความคิดถึงไง.......

และยาที่ดีที่สุดในโลก ก้อคือตัวคุณนั้นแหละ ที่จะรักษาพ่อแม่ของคุณได้

ในวันที่มีท่านอยู่ อย่าปล่อยให้ท่านเดียวดายเลย

อย่าหลงลืม คิดถึงแต่ตัวเอง จนลืมมองคนข้างหลัง

ฉันเข้าใจ ว่าพวกคุณ ต้องมีชีวิตที่ต้องดูแล ที่ต้องมองไปข้างหน้า

แต่อย่าลืมว่าพ่อแม่คุณ เค้ากำลังนับถอยหลัง

ฉันแค่อยากบอกความรู้สึกที่ได้เจอได้เห็นทุกวัน

ไม่ได้อยากบอกในฐาณะหมอ

แต่อยากบอกในฐาณะลูก

ว่า..... บางทีเรามัวแต่เพลิดเพลินในการใช้ชีวิต

จนบางครั้งหลงลืมอะไรไปรึปล่าว

ขอแค่อย่าลืม ว่า มีใครที่คอยคุณอยู่ที่บ้าน

ใครที่คิดถึงพวกคุณจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

ใครที่อยากอยู่ใกล้ๆๆพวกคุณ ก่อนวาระสุดท้ายของชีวิต

อย่าบอกรักเพียงลมปาก แต่ให้บอกรักด้วยการกระทำ

ดูแลเอาใจใส่ พระในบ้านของเรา ก่อนที่มันจะสายไป

แล้วในวันนัน้ ถึงแม้คุณจะร้องไห้จนน้ำตาเต็มทะเล มันก้อช่วยเรียกอะไรกลับมาไม่ได้

คิดเสียแต่วันนี้ จะทำหรือจูนชีวิตยังไง ที่จะทำให้พ่อแม่และเรามีความสุขไปพร้อมกัน

  อย่าปล่อยให้ท่านรอเราอยู่ที่บ้านด้วยน้ำตาอีกเลย