การใช้ชีวิตก็คงเฉกเช่นเดียวกัน หากอยากมีความสุข สนุก ไม่เคร่งเครียดและอยู่ได้กับบางสิ่งบางอย่างนาน ๆ อาจต้องเรียนรู้ศิลปะในการ “เว้นวรรค” เสียบ้าง

บันทีกนี้เขียนเมื่อ 24 มิย.53 (และเคยโพสต์แล้ว) 

วันนี้ได้อ่านเจอ อ่านแล้วก็ยังชอบใจ เพิ่มเติมแล้ว จึงนำมาไว้ที่นี่อีกครั้งค่ะ

.......................

วันนี้

         คิดถึงคำว่า “เว้นวรรค”  เพราะโดนบ่นจากหัวหน้างาน เมื่อครั้งเข้าทำงานใหม่ ๆ ว่า  เขียนหนังสือติดเป็นพรืด อ่านยาก เว้นวรรคบ้างสิ

                              เขียนหนังสือยังไงนี่ ไม่มีวรรค ไม่มีเว้น

                             ที่ควรเว้นก็ไม่เว้น ส่วนที่ไม่ควรเว้น ก็เว้นเสียจัง

         ตอนหัดจัดอาร์ตเวิร์คหนังสือที่จะพิมพ์เผยแพร่เล่มแรก ๆ ก็ใส่ตัวหนังสือจนเต็มหน้า คิดแบบไม่รู้สีสาว่า ใส่ ๆ ไว้ให้เต็มหน้า จะได้ไม่เปลืองหน้ากระดาษ หนังสือไม่หนาเกินไป ประหยัดทรัพยากรโลกด้วยการไม่ใช้กระดาษมากไปด้วย

         หัวหน้าเรียกเข้าไปคุย สอนไปหัวเราะไป … คนเรานี่ทำอะไรต่างคนก็ต่างเหตุผล คิดเห็นว่าดีแล้วสิ จึงพูดจึงทำเช่นนั้น หารู้ไม่ว่าที่แท้อหังการ ตัวตนใหญ่โต

        เหตุผลที่เราคิดเองเออเองว่าดีว่าถูก ว่าใช่แน่แล้ว บางทีมันไม่ใช่ … พอมีคนแย้งเห็นต่าง เราก็ เอ๊ะ...นายเป็นใครมาจากไหนเนี่ย กวนอารมณ์เสียจริง ไปเลย ไปให้พ้น ๆ ฉันไม่สนใจนายเลย (เอาเข้าไป)




        หัวหน้าบอกว่า มานี่ ๆ … ปู่จะบอกให้… คนเราพูดน่ะยังต้องหยุดหายใจ ทำอะไรก็ต้องมีทิ้งช่วงมีพัก ตัวหนังสือในหนังสือก็เหมือนกัน เบียดเสียดยัดเยียดขนาดนั้น จะมีช่องพักสายตาที่ตรงไหน แล้วยังสอนต่อว่า รู้ไหมสิ่งที่ยากมากในการเขียนหนังสือก็คือ การรู้ว่าเราควรที่จะเว้นวรรคตรงไหน ขึ้นย่อหน้าใหม่เมื่อไหร่  ถือเป็นศิลปะที่ต้องเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

                            ท่องไว้ ท่องไว้ … Space Space ….Space is peacefulness


         มาคิดถึงตอนนี้ได้ยิ้มละมุนละไม อ้อ… เว้นวรรค/ช่องว่าง นี่ อย่าดูแคลนว่าไม่สำคัญ ในการเขียนหนังสือหากไม่มีการเว้นวรรค ก็จะอ่านยาก ลายตา และหากเว้นวรรคผิดที่  ความหมายก็อาจไปคนละเรื่องละราวกับที่อยากจะสื่อ


คิดต่อไปว่า

           การใช้ชีวิตก็คงเฉกเช่นเดียวกัน หากอยากมีความสุข สนุก ไม่เคร่งเครียดและอยู่ได้กับบางสิ่งบางอย่างนาน ๆ อาจต้องเรียนรู้ศิลปะในการ “เว้นวรรค” เสียบ้าง

 ว่าแล้วบอกตัวเองว่า หัด “เว้นวรรคชีวิต” เสียบ้างนะ

           เมื่ออ่านหนังสือจบแล้ว ก็ควรปิดหน้งสือเล่มนั้นลง จะเปิดค้างเติ่งไว้ทำไม อ่านจบได้สาระข้อคิด ได้ความรู้แล้ว ก็ "ย่อย" เสียให้ดี ส่งไปเป็น "สารอาหาร" ให้สมองและจิตใจ แล้วก็…


        ขึ้นบรรทัดใหม่หรือย่อหน้าใหม่ไปเลย