ความบกพร่องทางด้านจิตสังคมมีสาเหตุจากหลายประการ เช่น พันธุกรรม ระบบสารชีวเคมี
ในสมอง และ สภาพเศรษฐกิจ สังคมในปัจจุบัน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสภาวะจิตใจ
ก่อให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล ของคนในช่วงวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ที่จะนำไปสู่
โรคทางจิตเวชต่อไป ซึ่งกลุ่มโรคจิตเวชในช่วงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่พบบ่อย เช่น
· Depression
· Alzheimer’s disease
· Schizophrenia
· Bipolar disorder
· Personality disorder
· Polysubstance abuse
บทบาทนักกิจกรรมบำบัด
กิจกรรมการดำเนินชีวิต(Occupation)ที่มีความสำคัญกับทั้ง 2 ช่วงวัยคือ การดูแลตนเอง (Self-care)
แต่ความแตกต่างของช่วงวัยก็มีผลทำให้รูปแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตแตกต่างกันได้
โดยในวัยผู้ใหญ่ยังคงเน้นให้ความสำคัญกับการทำงาน ( Work เพราะฉะนั้นสิ่งที่
นักกิจกรรมบำบัดควรคำนึงถึงคือ การส่งเสริมให้ผู้รับบริการวัยผู้ใหญ่ที่มีความบกพร่องทางจิตสังคม
สามารถพัฒนาทักษะองค์ประกอบต่างๆ (Performance Components)ที่จำเป็นสำหรับการทำกิจกรรม
ที่สำคัญในช่วงวัยนี้คือ การดูแลตนเอง การประกอบอาชีพ ซึ่งรวมถึงการควบคุมอารมณ์
และการเข้าสังคมอีกด้วย
แต่ในวัยผู้สูงอายุ ที่มีความเสื่อมของร่างกายรุมเร้า ข้อจำกัดที่จะทำกิจกรรมการดำเนิน
ชีวิตต่างๆย่อมเพิ่มมากขึ้น ทำให้รูปแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลงไป
มีกิจกรรมการทำงาน (Work)ลดลง อาจเนื่องมาจากการเกษียณอายุ หรือปัจจัยด้านร่างกาย
ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีเวลาว่างมากขึ้น เช่น เดียวกับผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางจิตสังคม
การจัดการเวลา (Time management) ให้เหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยนักกิจกรรมบำบัด
จะส่งเสริมให้เกิด Occupational balance มีการจัดกิจกรรมยามว่าง Leisure ตามความสนใจ
เพราะในวัยผู้สูงอายุแรงจูงใจ(Motivation)ในการทำกิจกรรมเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้สูงอายุให้
ความร่วมมือในการทำกิจกรรมได้ดีขึ้น นอกจากนั้นการจัดตารางเวลาการทำกิจกรรมต่างๆ
ก็จะช่วยส่งเสริมการนอนหลับของผู้สูงอายุให้มีคุณภาพมากขึ้น
โดยทั้ง 2 ช่วงวัย นักกิจกรรมบำบัดจะมีการวิเคราะห์กิจกรรม (Activity analysis)
ให้เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละบุคลล และมีการใช้ Techniques ต่างๆ เช่น Cognitive training,
adaptive approach, Psychotherapy, Social group, Milieu therapy, Drama therapy,
Family counseling ส่งเสริมให้ครอบครัวมีพลังบวก และมีส่วนร่วมในการบำบัดฟื้นฟู