บันทึกนี้จะเป็นการเขียนหลักการทางกิจกรรมบำบัดที่แตกต่างกันในการดูแลผู้ใหญ่กับผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางจิตสังคม ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นแนวทางและข้อมูลความรู้ให้กับผู้ดูแลและครอบครัว รวมถึงความรู้เชิงสาธารณะประโยชน์ด้วย

   ในการเรียนวิชา กิจกรรมบำบัดเพื่อสุขภาพจิต 1 (PTOT 329) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง ผมได้เรียนรู้ถึงโรคทางจิตเวชในผู้รับบริการผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมากมาย และเรียนรู้เกี่ยวกับ การใช้กรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัด เพื่อการบำบัดในผู้รับบริการกลุ่มนี้ ด้งต่อไปนี้

   1.โรคอารมณ์แปรปรวน (Mood Disorder)

   2.โรคสมองเสื่อม (Dementia)

   3.โรคจิตเภท (Schizophrenia)

   4.บุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorder)

   5.การใช้สารในทางที่ผิด (Substance abuse)

วิธีการรักษาในผู้รับบริการกลุ่มบกพร่องทางจิตสังคม อาจใช้การรักษาที่ใช้ยาและการรักษาที่ไม่ใช้ยาควบคู่กันไป พวกการทำกลุ่มจิตบำบัด การทำกิจกรรมบำบัด

กิจกรรมบำบัดในผู้ใหญ่กับผู้สูงอายุ แตกต่างกับตรง ความสามารถในการทำกิจกรรม เช่น การทำกิจวัตรประจำวัน การเข้าสังคม การทำงาน การประกอบอาชีพ การทำกิจกรรมยามว่าง ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม บริบททางด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ของผู้รับบริการด้วย

ผู้ใหญ่ เราจะเน้นที่ให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ ไปประกอบอาชีพได้ มีส่วนร่วมทางสังคม สามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ ควบคุมอารมณ์ พฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม

ผู้สูงอายุ ให้ผู้รับบริการสามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีส่วนร่วมทางสังคม ทำกิจกรรมยามว่างอย่างเหมาะสม จัดการเรื่องตารางเวลาในการทำกิจกรรม การนอนหลับ รวมถึงการจากไปอย่างสงบ

โดยในผู้รับบริการกลุ่มนี้เราจะขอยกกรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัด คือ PEOP (person environment occupation performance) มาใช้ในการวางแผนการบำบัด และ การบำบัดรักษา

P : เราจะต้องผู้รับบริการ อาการโรคของผู้รับบริการ บทบาทหน้าที่การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน

E:  สิ่งแวดล้อมนั้นๆ เหมาะสมกับผู้รับบริการหรือไม่ หรือขัดขวางต่อการทำกิจกรรม โดยนักกิจกรรมบำบัดจะต้องปรับเปลี่ยน ดัดแปลง หรือประยุกต์สิ่งแวดล้อมนั้นๆให้เหมาะสม

O : หากิจกรรมที่เหมาะสม กับผู้รับบริการ ส่งเสริมให้ผู้รับบริการเกิดทักษะความสามารถ

P: ส่งเสริมให้ผู้รับบริการ เกิดความสามสารถในกาารทำกิจกรรมต่างๆ ส่งเสริมให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์(participation) มีส่วนร่วมทางสังคม สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระ ก่อให้เกิดสุขภาะที่ดี (well-being) นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น(Quality of life)

   ทั้งนี้ทั้งนั้น การบำบัดรักษาเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอต่อการพัฒนา ครอบครัวของผู้รับบริการก็ยังเป็นส่วนช่วยในการบำบัดรักษาผู้รับบริการกลุ่มบกพร่องทางจิตสังคมอีกด้วย

   จะเห็นได้ว่านักกิจกรรมบำบัดจะมีบทบาทค่อนข้างมากในผู้รับบริการกลุ่มบกพร่องทางจิตสังคมนี้ โดยหลักๆ หน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัดก็คือ ตรวจประเมิน บำบัดรักษา ตามกลุ่มอาการที่แพทย์วินิจฉัย ส่งเสริมให้เกิดความสามารถในการทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมทางสังคม สามารถทำกิจกรรมได้อย่างมีความหมาย มีคุณค่า มีเป้าหมายและก่อให้เกิดความสุขนั่นเอง




นายเจษธวัช  บุญฤทธิ์ลักขณา 5323005

นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่3 

คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล